วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ส่อง'สเปค'ว่าที่สปช.

(รายงาน) ส่อง"สเปค"ว่าที่ สปช. เน้น"ความรู้-ประสบการณ์-หลากหลาย"

ตั้งแต่ปลายสัปดาห์นี้เป็นต้นไป คือระหว่างวันที่ 12-22 ก.ย. คณะกรรมการสรรหา "สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ" (สปช.) ระดับจังหวัด จะเริ่มประชุมเพื่อคัดเลือกผู้ที่เสนอตัวเข้ารับสรรหาเป็น สปช. จากจำนวนผู้ที่เสนอตัวเข้ามาจำนวนมากให้เหลือจังหวัดละ 5 คน 77 จังหวัด รวม 385 คน เพื่อส่งให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เคาะให้เหลือจังหวัดละ 1 คน

ทั้งนี้ตามกรอบที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คาดไว้คือ คณะกรรมการสรรหาระดับจังหวัด อาจจะใช้เวลาประชุมเพียง 1 หรือ 2 ครั้ง ก็น่าจะสามารถคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมเป็น สปช.ได้จังหวัดละ 5 คนได้ เนื่องจากผู้เข้ารับการสรรหามีจำนวนไม่มาก

ขณะที่ในส่วนของผู้เสนอตัวจากองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร ใน 11 ด้านนั้น คณะกรรมการสรรหา ก็จะเริ่มประชุมในวันที่ 12 ก.ย.นี้เป็นต้นไปเช่นเดียวกัน คาดว่าจะใช้เวลาประชุมไม่เกิน 4 ครั้ง ก็จะสามารถเคาะผู้เหมาะสมด้านละไม่เกิน 50 คน รวม 550 คนได้

สำหรับการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมการสรรหาทั้ง 11 ด้าน จะเป็นการพิจารณาข้อมูลเกี่ยวกับรายชื่อและคุณสมบัติบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อ และคณะกรรมการสรรหาอาจจะเริ่มดำเนินการสรรหาได้เลย ขณะที่การประชุมนัดที่สอง ในวันที่ 15 ก.ย. ตามแผนงานเป็นวันที่คณะกรรมการสรรหาจะดำเนินการสรรหา ซึ่งอาจเลือกว่าที่ สปช.ด้านละไม่เกิน 50 คนเลยก็ได้

แต่หากยังไม่แล้วเสร็จ ก็ต้องประชุมสรรหาให้แล้วเสร็จในนัดสุดท้าย คือ วันที่ 17 ก.ย. เพื่อที่หลังจากนั้นฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการสรรหา จะดำเนินการในด้านธุรการทั้งในเรื่องการจัดทำเอกสาร การรวบรวมรายชื่อได้รับการสรรหาเป็น สปช.ทั้งจากระดับจังหวัด และจาก 11 ด้าน รวมสองส่วนจำนวน 935 คน เพื่อส่งให้กับ คสช.ภายในวันที่ 22 ก.ย.

ทั้งนี้เพื่อให้ทันกับกรอบเวลาวันที่ 23 ก.ย. ที่กำหนดว่า คสช.จะเริ่มพิจารณาคัดเลือกบุคคลเป็นสปช.จำนวน 250 คน โดยเลือกจากรายชื่อคณะกรรมการสรรหา 11 ด้าน จำนวน 173 คน และจากคณะกรรมการสรรหาระดับจังหวัด 77 จังหวัด ๆ ละ 1 คน

อย่างไรก็ตาม พ.ร.ฎ.ว่าด้วยการสรรหา สปช.ไม่ได้กำหนดว่า เมื่อคณะกรรมการสรรหา 11 ด้าน ได้เสนอรายชื่อผู้เหมาะสมเป็นสปช.ด้านละไม่เกิน 50 คนให้ คสช.แล้ว คสช.ต้องคัดเลือกผู้เหมาะสมเป็น สปช.ที่แต่ละด้านที่ส่งมาจำนวนเท่าใด เพียงแต่ระบุว่าให้เลือกจากผู้เหมาะสมที่คณะกรรมการสรรหา 11 ด้านเสนอมา 550 คน เลือกให้เหลือ 173 คน

สำนักงานกกต. จึงคำนวณสัดส่วน สปช. 11 ด้าน ค่าเฉลี่ยการคัดเลือกจะอยู่ที่ 15 คน แต่ คสช.อาจคำนึงถึงภาวะของประเทศ ที่ขณะนี้จำเป็นต้องให้น้ำหนักกับการปฏิรูปในด้าน การเมือง เศรษฐกิจ ศึกษา ก็อาจจะเน้นในการคัดเลือกบุคคลด้านนั้น ๆ มากกว่า 15 คน โดยอาจจะถึง 20 คน แต่เพื่อไม่ให้เกิดความแตกต่างมาก จึงมีการกำหนดค่ากลางที่ คสช.จะต้องเลือกบุคคลเป็นสปช.ในแต่ละด้านอยู่ที่ 10-12 คน เป็นอย่างน้อย

ขณะเดียวกันภายหลังมีการคัดเลือกประธาน สปช.ทั้ง 11 ด้านแล้ว ทีมสรรหาในแต่ละด้านก็ได้ออกมาพูดถึงหลักเกณฑ์คร่าวๆ ในการสรรหาบุคคลด้านนั้นๆ อาทิ

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหาด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ระบุว่า จะเน้นที่คุณภาพและความรู้ความสามารถเป็นหลัก ประกอบด้วย

1.พิจารณาจากคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2.ผู้ถูกคัดเลือกจะต้องมีความหลากหลาย กระจายตามอาชีพ อาทิ ตำรวจ ศาล และนักวิชาการ เป็นต้น

3.จะมีบุคคลในด้านนี้ทั้งเพศหญิงและชายอย่างเหมาะสม และ 4.ตรวจสอบความพร้อมที่จะทำหน้าที่เป็น สปช. เช่น อายุ และสุขภาพ

ส่วนวิธีการสรรหา คณะกรรมการจะประชุมนัดแรกในวันที่ 12 ก.ย. เพื่อดูบัญชีรายชื่อและคุณสมบัติ จากนั้นก็จะให้กรรมการทั้ง 7 คนไปคัดเลือกบุคคลที่เห็นว่าเหมาะสม มาคนละ 50 รายชื่อ และเมื่อประชุมนัดต่อไปคือวันที่ 15 ก.ย. ก็จะนำรายชื่อที่กรรมการแต่ละคนเลือก มาดูและดีเบตกัน จากนั้นก็จะลงมติคัดเลือก

นายพรเพชร บอกด้วยว่า ผู้ที่ได้รับเลือกจะต้องได้คะแนนจากคณะกรรมการเป็นเสียงข้างมาก หรืออย่างน้อยต้องไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง จากนั้นก็จะนำคะแนนมาเรียงลำดับ จากน้อยไปหามาก เมื่อจัดเรียงคะแนนเสร็จ ก็จะต้องมาดูในเรื่องสัดส่วนของวิชาชีพ เช่น หากกรรมการเลือกแล้วได้ผู้ที่เป็นนักร้องถึง 8 คน ก็ต้องมาคัดใหม่ เพราะถือว่าไม่มีความหลากหลายทางอาชีพ

ส่วนนายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหา สปช.ด้านเศรษฐกิจ บอกเช่นกันว่า ในวันที่ 15 ก.ย. คณะกรรมการจะนำรายชื่อทั้งหมดมาหารายชื่อร่วมให้ได้ 50 ชื่อ โดยเกณฑ์การเลือกคือ อยากให้มีหลายสาขาวิชาชีพ เช่น ต้องอยู่ทั้งในภาคเอกชนและรัฐบาล และอยากจะได้คนจากด้านเศรษฐกิจเข้าไปอยู่ใน สปช. 173 คนให้มากที่สุด อย่างน้อยก็ไม่ควรได้ต่ำกว่า 10 คน

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการสรรหา สปช.ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน บอกเช่นกันว่า หลักเกณฑ์การคัดสรรนั้นจะยึดตามกรอบที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวกำหนดไว้ คือ คำนึงถึงความหลากหลายของภาคส่วนต่างๆ ความเท่าเทียมทางเพศ ผู้ด้อยโอกาส รวมถึงความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์

ขณะที่ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการสรรหา สปช.ด้านอื่นๆ ระบุว่า ได้มีการวางกรอบพิจารณาบุคคลโดยแยกเป็น 6 ประเภท ได้แก่ 1.คุณธรรม จริยธรรม และศาสนา 2.ด้านระเบียบวินัย 3.ความสามัคคีปรองดอง 4.ด้านสังคม 5.การกีฬา และ 6.ศิลปวัฒนธรรม

"ทั้งนี้หากพบว่าผู้รับการสรรหาไม่ได้จัดอยู่ในประเภทใดๆ จะไม่ขอนำมาพิจารณา โดยหลักเกณฑ์การคัดเลือก เบื้องต้นจะเน้นด้านการสร้างความสามัคคีปรองดองเป็นพิเศษ" ม.ล.ปนัดดา ระบุ

กรรมการสรรหา สปช.จะเริ่มต้นกระบวนการคัดเลือกบุคคลภายในสัปดาห์นี้ และสัปดาห์หน้าคงได้เห็นหน้าตา "ว่าที่ สปช." ทั้งจากระดับจังหวัด และจาก 11 ด้าน ซึ่งคาดว่าภายในสิ้นเดือนนี้ คสช.จะเคาะได้ทั้ง 250 คน ก่อนนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ

หลังวันที่ 2 ต.ค.นี้ "แม่น้ำสายที่ 3" คือ สภาปฏิรูปแห่งชาติ คงจะได้ฤกษ์เดินหน้าทำงานตามโรดแมพของ คสช. ขณะที่ "แม่น้ำสายที่ 1" คือ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้ขับเคลื่อนการทำงานไปก่อนหน้านี้แล้ว ส่วน "แม่น้ำสายที่ 2" คือ คณะรัฐมนตรี ก็ได้เริ่มดำเนินงานไปบ้างแล้ว และจะเร่งเครื่องเต็มที่หลังแถลงนโยบายต่อ สนช.วันศุกร์นี้