วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รองผบ.ทบ.กำชับกองทัพภาค4เข้มดูแลเขตเมือง

รองผบ.ทบ. กำชับกองทัพภาค4 เข้มดูแลเขตเมือง หวั่นถูกลอบบึ้ม ย้ำจนท.กลุ่มย่อย เดินหน้าพูดคุยสันติสุขในพื้น

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกองบัญชาการกองทัพบกว่า พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เปิดเผยผลการประชุมติดตามสถานการณ์ของศูนย์ปฎิบัติการของกองทัพบก (ศปก.ทบ.) โดยมี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รองผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช. เป็นประธาน

โดยในที่ประชุมได้สรุปสถานการณ์ในพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้ในห้วงรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเหตุการณ์เกิดขึ้น 6 เหตุ เป็นเหตุคดีความมั่นคง 2 เหตุ ที่เหลือเป็นเรื่องส่วนตัวและเหตุก่อกวน ทั้งนี้การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุลอบวางระเบิดรถทัวร์ในพื้นที่บ้าน กม.36 ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง เมื่อ 6 ก.ย.57 จำนวน 1 ราย ผู้ต้องหาคดีความมั่นคง 1 ราย เป็น ผกร.ระดับสั่งการและปฏิบัติการ มีหมายจับ ป.วิฯ อาญา 9 หมาย และยึดอาวุธปืนพก 1 กระบอก กระสุน 35 นัด ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.)

สรุปความคืบหน้าคดีสำคัญ 3 คดี ดังนี้ คดีลอบวางระเบิดในเขตเทศบาลนครยะลา 8 จุด เมื่อ เม.ย.57สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 11 คน คดีลอบวางระเบิดใน จ.ปัตตานี 27 จุด เมื่อ พ.ค.57 สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 8 คน และเหตุวางเพลิงเผา 8 จุด พื้นที่ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาสจาก สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน สำหรับการสร้างสภาวะที่เกื้อกูลต่อการแสวงหาทางออกจากความขัดแย้ง ได้ให้การต้อนรับนาย ฮาบีฟ ฮันซัน บินฮูเซ็น ผู้พิพากษาเมืองตะลีม (ดาโต๊ะยุติธรรม รัฐตะลีม) ประเทศเยเมน พร้อมด้วยคณะสมาชิกสภาอูลามาปัตตานี และคณะดาโต๊ะยุติธรรม ประเทศเยเมน จำนวน 15 คน ในโอกาสเดินทางมาเยือนสภาอูลามาปัตตานีเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างสภาอูลามาของทั้ง 2 ประเทศ

พ.อ.บรรพต กล่าวว่า พล.อ.อุดมเดช ได้ชมเชยการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ตำรวจทหารที่มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการติดตามจับกุมดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด ปัญหาภัยแทรกซ้อนซึ่งพบว่ากลุ่มผู้ก่อการร้ายมีส่วนเกี่ยวข้องและรับผลประโยชน์นั้น ขอให้มีการจับกุมและสาวไปถึงตัวการในพื้นที่ให้ได้ ขอให้ระมัดระวังการก่อเหตุในเมืองใหญ่เป็นพิเศษเนื่องจากจะมีผลกระทบหลายด้าน ในส่วนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ นั้นจะมีกลุ่มพูดคุยที่แยกออกมาจากคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้( คปต.) ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นระดับนโยบาย จึงขอเน้นให้ระดับปฏิบัติในพื้นที่ได้ดำเนินการพูดคุยสร้างความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง ควบคุมไม่ให้มีการก่อเหตุในพื้นที่ให้ได้ และให้รายงานผลการปฏิบัติให้ทราบตามระบบ การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถือเป็นวาระแห่งชาติ ขอให้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าและหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง เพิ่มการปฏิบัติเชิงรุกในการซุ่มตรวจเฝ้าตรวจโดยใช้การข่าวในพื้นที่ให้มากขึ้น