"วิษณุ"แจงครม. เตรียมพร้อมยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินภายใน 2 ต.ค.นี้
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการรับเงินเดือนค่าตอบแทนของรัฐมนตรีที่บางส่วนยังดำรงตำแหน่งเป็นข้าราชการประจำ จะต้องเลือกรับทางใดทางหนึ่งหรือไม่ ว่า ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 41 ระบุไว้ยอมให้ข้าราชการประจำมารับตำแหน่งได้ ฉะนั้นการรับค่าตอบแทนจะเป็นไปตามกฎหมายก็ต้องว่าไปตามนั้น ผู้สื่อข่าวถามว่าแต่ที่ผ่านมากฎหมายระบุว่าต้องเลือกรับเงินเดือนทางใดทางหนึ่งโดยให้เลือกที่ในตำแหน่งที่ได้รับมากที่สุด นายวิษณุ กล่าวว่า ต้องไปเช็คดูในกฎหมาย
ต่อข้อถามกรณีของนายกรัฐมนตรี ที่ยังมีตำแหน่งผบ.ทบ.อยู่ด้วยนั้นจะรับอย่างไร นายวิษณุ กล่าวว่า ตามหลักมีอยู่แล้วว่าไม่ว่าบุคคลนั้นๆจะมีกี่ตำแหน่ง หากเงินนั้นเรียกว่าเงินเดือนในรับทางเดียว แต่ถ้าเรียกว่าเงินประจำตำแหน่งไม่ว่าจะมีกี่ตำแหน่งก็สามารถรับได้หมดทุกตำแหน่ง เมื่อถามย้ำว่าเงินเดือนของนายกรัฐมนตรีจะรับได้ต่อเมื่อเกษียณอายุราชการตากผบ.ทบ.ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า “ท่านก็เลือกรับเอาว่าจะเอาทางใด แต่รัฐธรรมนูญมาตรา 41 เว้นไว้ก็นึกไม่ออก เพราะหลักเกณฑ์เรื่องนี้ยังไม่ออกมา"
นายวิษณุ กล่าวอีกว่า ตนได้ชี้แจงครม.ถึงขั้นตอนและวิธีการยื่นแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สินของครม.ว่า ให้นับจากวันที่เข้าถวายสัตย์ปฎิญาณตนฯ เมื่อวันที่ 4ก.ย.ที่ผ่านมา เป็นวันทำงานวันแรก ดังนั้นจะครบกำหนดยื่นแสดงบัญชีฯ 30 วัน ตามที่กำฆมายระบุคือวันที่ 2 ต.ค.นี้ โดยก่อนหน้านั้นไดแจกแบบฟอร์มทั้งหมดให้รัฐมนตรีไปกรอกรายละเอียดแล้ว และย้ำว่าอย่าเลยกำหนดเวลาและขอให้ทำใจเพราะการยื่นบัญชีทรัพย์สินต้องเปิดเผยให้สาธารณชนรับทราบต่อไป ส่วนใครที่มีสิ่งใดเก็บไว้ก็ไปจัดการตัวเอง เพราะตนช่วยไม่ได้หากมีใครไปขุดค้น
เมื่อถามว่าถึงบทบาทการทำงานของคสช.ว่ารัฐบาลสามารถเรียกให้คสช.มารายงานการทำงานได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า หลังถวายสัตย์ฯแล้วถือว่าครม.รับหน้าที่สมบูรณ์ ถือเป็นวันเริ่มต้นจ่ายเงินเดือนและต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน และยังเป็นวันที่คสช.ลดระดับการทำงานลงเป็นเพียงองค์กรหนึ่ง ไม่ใช่ทำหน้าที่เป็นรัฐบาลเหมือนก่อนหน้านั้น จึงไม่สามารถออกประกาศคำสั่งใดๆหรือมาสามารถเรียกบุคคลมารายงานตัวได้อีก ยกเว้นใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกหรือการจัดระเบียบภายในคสช. ส่วนเรื่องอื่นต้องผลักให้มาอยู่ที่รัฐบาล รวมทั้งทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้รัฐบาล เช่น ส่งข้อเสนอแนะหรือรัฐบาลขอความเห็นจากคสช.และอีกหน้าที่คือดูแลความมั่นคง
"หลายเรื่องคสช.ต้องลด และให้รัฐบาลทำ แม้กระทั่งคณะทำงานที่คสช.ตั้งไว้หลายชุดที่ต้องผ่องถ่ายงานมาที่รัฐบาล แล้วรื้อโครงสร้างใหม่มาปรับเป็นโครงสร้างของรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กฤษฎีกาไปพิจารณา ว่าครั้งที่แล้วนายกฯใช้อำนาจรัฎฐาธิปัตย์ตั้งกรรมการต่างๆ เมื่อเป็นรัฐบาลแล้วนายกฯต้องการให้กลับเข้าสู่โครงสร้างของฝ่ายบริหารปกติ อะไรที่ให้หัวหน้าคสช.เป็นประธาน ก็ให้ปรับมาเป็นนายกฯ และให้รองหัวหน้าคสช.ปรับมาเป็นรองนายกฯ เป็นต้น"





