วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'พระสุเทพ'แนะนักการเมืองบวช เชื่อบ้านเมืองวุ่นวายลด

"พระสุเทพ" เชิญชวนญาติโยมร่วมบวช ถวายเป็นพระราชกุศล ชี้“นักการเมือง” ควรบวชประเทศจะได้วุ่นวายน้อยลง

ที่สวนโมกขพลาราม อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี พระสุเทพ ปภากโร หรือ " พระสุเทพ เทือกสุบรรณ" อดีตเลขาธิการกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ที่วัดธารน้ำไหล หรือ สวนโมกขพลาราม อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวถึงเหตุผลในการบวชว่า เพื่อต้องการดับทุกข์ในใจตัวเอง เพราะใจยังมีความทุกข์อยู่ ใจไม่มีความสงบก็เลยมาบวช เมื่อบวชแล้วก็ตั้งใจจะปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรมะปฏิบัติธรรมะเพื่อให้ได้บุญกุศล จะได้แผ่ส่วนบุญกุศลให้กับบรรดาพี่น้องร่วมอุดมการณ์ ที่ได้ต่อสู้มาด้วยกัน

พระสุเทพ ปภากโร กล่าวว่า เพื่อรักษาชาติรักษาแผ่นดิน แต่กลับถูกทำร้ายถูกฆ่าตาย 24 คน และบาดเจ็บสาหัสและบาดเจ็บธรรมดาอีกกว่าร้อยคน อาตมาได้ช่วยเหลือเยียวยาไปเท่าที่มีกำลังจะทำได้ เท่าที่พี่น้องมวลมหาประชาชนจะร่วมมือกัน สงเคราะห์ครอบครัวผู้เสียชีวิตหรือทุพลภาพครอบครัวละ 1 ล้านบาท

พระสุเทพ ปภากโร กล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้จัดทุนการศึกษาให้ลูกเขาทุกคน คนละ 2 ล้านบาท ส่วนผู้ที่บาดเจ็บก็รักษาให้หมด แม้ว่าจะไม่คุ้มก็ทำสุดกำลัง ที่เหลือก็จะขอรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้พิจารณาเยียวยาต่อ แต่อย่างไรก็ตามในแง่จิตใจอาตมาในฐานะอดีตผู้นำมวลมหาประชาชน ก็ยังติดค้างอยู่ใจจึงตั้งใจที่จะปฏิบัติธรรม บำเพ็ญธรรมเพื่อให้มีบุญกุศลพอที่จะแผ่ไปให้ผู้เสียชีวิตเหล่านั้น อาตมาจึงคิดว่าถ้าพี่น้องร่วมอุดมการณ์ที่เคยต่อสู้ร่วมกันมา จะมาปฏิบัติธรรมด้วยกันก็จะได้บุญเยอะขึ้น อาตมาก็เลยเชิญชวนพี่น้องเหล่านั้นว่า มาปฏิบัติธรรมเคียงบ่าเคียงไหล่กันดีกว่า

พระสุเทพ ปภากโร กล่าวว่า มาที่สวนโมกข์นานาชาติวันที่ 19-27 ของทุกเดือน 7 วันเต็มๆจะมีการสอนธรรมะและสอนวิปัสสนากรรมฐาน เมื่อสมาธิขึ้นมาเมื่อไหร่ก็จะมีปัญญาไปพิจารณาธรรมะ หรือถ้าอยากจะได้บรรยากาศใกล้ทะเล ก็เชิญไปที่ทีปภาวัน ธรรมสถาน (สวนโมกข์ สมุย) ต.ละไม อ. เกาะสมุย ซึ่งท่านเจ้าคุณอาจารย์โพธิ์ ได้ไปตั้งสำนักปฏิบัติธรรมเป็นมูลนิธิทีปภาวัน โดยระยะเวลาในการปฏิบัติธรรมที่ทีปภาวัน ธรรมสถาน จะสั้นกว่าที่สวนโมกข์นานาชาติ คือ ระหว่างวันที่ 12-17 ของทุกเดือน

พระสุเทพ ปภากโร กล่าวว่า ในการปฏิบัติธรรมทั้ง 2 แห่ง อาตมาจะไปรอต้อนรับญาติโยมที่ไปปฏิบัติธรรม เขาสอนญาติโยมอาตมาก็เรียนไปด้วย เป็นเคียงข้างกันมาแล้วร่วมชั้นเรียน เขาให้ญาติโยมนั่งฝึกทำสมาธิอาตมาก็นั่งฝึกเป็นเพื่อนด้วย เรียกว่าเคียงบ่าเคียงไหล่กันจริงๆ ไม่ใช่เป็นพระพี่เลี้ยงแต่เป็นกัลยาณมิตรกัน เพราะเราเคยต่อสู้มาแล้ว โดยโครงการดังกล่าวได้เริ่มมา 2 เดือนแล้ว คนก็มาเดือนละเป็นร้อย ซึ่งญาติโยมที่สนใจสามารถมาได้ทุกเดือน

พระสุเทพ ปภากโร กล่าวว่า นอกจากนี้อาตมามีโครงการใหญ่ คือ การบวชเพื่อบำเพ็ญธรรมถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคมนี้ ซึ่งพระองค์ท่านจะมีพระชนมายุ 87 พรรษา ดังนั้นอาตมาจึงได้ปรึกษากันว่าจะจัดให้มีการบวชเป็นรุ่นๆละ 88 รูป โดยรุ่นแรกจะบวชในวันที่ 29 ต.ค.จำนวน 30 รูป วันที่ 30 ต.ค.จำนวน 30 รูป และวันที่ 31 ต.ค. จำนวน 28 รูป โดยจะบวช ณ พระอุโบสถที่สวนโมกข์ ซึ่งเป็นพระอุโบสถแบบสมัยพระพุทธเจ้า คือ มีท้องฟ้าเป็นหลังคา มีต้นไม้เป็นกำแพง หากฝนตกก็จะหยุดบวชเมื่อฝนหายก็จะบวชต่อ

พระสุเทพ ปภากโร กล่าวว่า สำหรับรุ่นที่ 2 จะบวชวันที่ 28-29-30 พ.ย. ทั้งหมด 88 รูปเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 รุ่นนี้ใครจะมาบวชต้องทำใจว่า ที่นี่ต้องปฏิบัติเคร่งครัดจะสูบบุหรี่และดูโทรทัศน์ไม่ได้ ต้องทำวัดเช้าเย็น ปฏิบัติกรรมฐานทำสมาธิ ฉันท์ข้าวมื้อเดียว ต้องปฏิบัติกิจของสงฆ์ ต้องบิณฑบาต ต้องกวาดวัด ถ้ามาบวชแล้วอ้วนอยู่ไม่ได้

เมื่อถามถึงเกณฑ์ในการคัดเลือกเป็นอย่างไร พระสุเทพ ปภากโร กล่าวว่า ใครสมัครก่อนเราเอาก่อน ไม่ต้องนำอะไรมาเลยมาแต่ตัวกับหัวใจและความจงรักภักดี เครื่องอัฐบริขารอาตมาจะเตรียมให้ทั้งหมดทุกอย่าง มุ้งหมอนก็มีพร้อม ขณะนี้ได้มีการประชาสัมพันธ์ไปเรื่อยๆ โดยขณะนี้รุ่นแรกมีผู้ยื่นความจำนง 30-40 คนแล้ว จากจังหวัดต่างๆทั่วประเทศ ถ้าใครสนใจก็โทรศัพท์มาที่ เบอร์ 077-435340 ทั้งนี้หากมีผู้แสดงความจำนงมาเกินกว่าที่ตั้งเป้าไว้ ก็จะเพิ่มรุ่นอีกต่อๆไป

เมื่อถามถึงความคาดหวังของผู้เข้าร่วมโครงการนอกจากถวายพระพร ให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้วมีจุดประสงค์อื่นอีกหรือไม่ พระสุเทพ ปภากโร กล่าวว่า สิ่งที่เราคิดกันโดยภาพรวม คือ เรารับใช้บ้านเมืองมาถึงที่สุดแล้ว วันนี้เราต้องมารับใช้พระศาสนาบ้าง เพราะปัจจุบันนี้อาตมาเห็นว่าทุกจังหวัดมีคนบวชน้อยลง ดังนั้นเราต้องฟื้นฟูกันใหม่ ชวนพี่น้องประชาชนเข้าหาธรรมะ เพราะชีวิตที่มีธรรมะเป็นชีวิตที่เงียบสงบเย็นลง โอกาสที่เราจะมีสังคมที่สงบสุขก็ง่ายขึ้น เป็นผลดีกับสังคมทำให้ความทุกข์น้อยลง

เมื่อถามว่า จะเชิญชวนนักการเมืองมาบวชบ้างหรือไม่ พระสุเทพ ปภากโร กล่าวว่า นักการเมืองบวชบ้างก็ดี กิเลศจะได้น้อยลงประเทศจะได้วุ่นวายน้อยลง ทั้งนี้อาตมาไม่ได้พูดถึงพรรคการเมืองไหนนะ แต่พูดแบบพระพูด