"ประยุทธ์" ลั่นแก้คอร์รัปชันไม่มีวันหน้า ต้องทำให้สำเร็จในวันนี้
องค์การต่อต้านคอร์รัปชัน (ACT) จัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชัน 2557 "HAND IN HAND"...ปฏิรูปการต่อสู้ เพื่อชัยชนะอย่างยั่งยืน" เมื่อวานนี้ (6 ก.ย.) โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปาฐกถาในพิธีเปิด "กรุงเทพธุรกิจ" สรุปใจความสำคัญมานำเสนอ
"ปีนี้เป็นปีแห่งการปฏิรูปประเทศไทย ซึ่งทั้งรัฐบาล และ คสช.ให้ความสำคัญ และกำหนดให้การแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันอยู่ในทุกหัวข้อของการปฏิรูป ถือเป็นวาระแห่งชาติและเป็นหัวใจสำคัญในการปฏิรูปประเทศอย่างที่คนไทยทุกคนต้องการ
การทุจริตคอร์รัปชันเป็นปัญหาใหญ่ที่ฝังรากลึกอยู่ในสังคม ซึ่งนับวันจะรุนแรงมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้เกิดปัญหาต่างๆ มากมาย หากปล่อยไว้จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อการพัฒนาประเทศ ความเป็นอยู่ของสังคม อีกทั้งเป็นการสร้างค่านิยมผิดๆ ให้กับเด็กและเยาวชน จึงต้องแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนให้เป็นผลรูปธรรม โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
วันนี้ต้องสร้างระบบให้เข้มแข็งให้ได้โดยเร็ว ระบบราชการ ข้าราชการทุกคนต้องนำแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นำหลักธรรมาภิบาลมาใช้ในการปฏิบัติงาน ขั้นตอนการดำเนินการต้องมีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้ ไม่เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
นอกจากนี้จะต้องเริ่มด้วยการปลูกจิตสำนึกคุณธรรม จริยธรรม เพื่อให้รู้ว่าสิ่งใดดี สิ่งใดไม่ดี ถ้าทุกคนรู้อะไรดี ไม่ดี จะลดปัญหาไปได้ในระดับหนึ่งจากนั้นก็สร้างองค์กรที่ดีมีจริยธรรม และนำคุณธรรมมาปฏิบัติให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ต้องเปลี่ยนจากการเมินเฉยในการทุจริตคอร์รัปชัน ให้มีความตื่นตัวให้มากขึ้น และไม่ยอมรับ มีการต่อต้านอย่างจริงจังโดยสันติวิธี ไม่ใช่เป็นการสร้างความขัดแย้ง
ภารกิจการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันนั้นมีหลายขั้นตอน โดยขั้นตอนแรก คือ นำแต่ละเรื่องที่เป็นปัญหา หรือเรื่องที่จะต้องทำก่อน มาทำให้จริง ทำให้เร็ว ต้องมีผลสัมฤทธิ์โดยเร็วทันที
หลังจากนั้นอะไรที่ต้องทำอย่างยั่งยืน อะไรก็ตามที่ไม่สามารถแก้ไขได้โดยเร็ว ก็ส่งต่อให้รัฐบาลหรือใครก็แล้วแต่ที่เข้ามาดูแลบ้านเมืองปฏิบัติต่อไป เพื่อให้เกิดความยั่งยืน ฉะนั้นอย่ากังวลว่าทำแล้วจะทิ้งไว้ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับคนไทยทุกคนว่าจะช่วยกันอย่างไรต่อไปในอนาคต
หากเราสามารถนำงบประมาณแผ่นดินที่ต้องสูญเสียไปกับการทุจริตคอร์รัปชันมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ เราจะพร้อมที่จะก้าวหน้าไปได้รวดเร็ว บางประเทศใช้เวลาไม่ถึง 6 ปีในการยกระดับประเทศ แต่บางประเทศน้อยกว่านั้น แต่ประเทศไทยยังไม่มีอนาคตว่าจะกี่ปี เราจะต้องยกระดับกลางไประดับบนให้ได้
ส่วนการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง คือ เราจะต้องดูกลไกต่างประเทศด้วย วันนี้เราไม่ได้อยู่ประเทศเดียวในโลก ไม่ว่าจะเข้มแข็งอย่างไร จะมีทรัพยากรมากเพียงใด หรือเก่งขนาดไหน เราไม่สามารถอยู่คนเดียวในโลกได้ อะไรก็ตามคิดแบบไทย อาจจะต้องเอาภายนอกมาร่วมด้วย ทำอย่างไรให้คนไทยปรับเปลี่ยนแนวคิดแนวทางของโลกตะวันตกให้เข้ากับสังคมไทย กับคนไทยที่น่ารัก
การดำเนินชีวิตอย่างมีเหตุมีผล ถือเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีที่จะต้องเดินไปข้างหน้าให้ได้ เมื่อเข้มแข็งเพียงพอ คนไทยต้องพัฒนาตัวเอง ถ้าทุกคนไม่เรียนรู้ก็จะถูกชักนำชักพาไปในทางดีบ้างไม่ดีบ้าง นั่นแหละคือการทุจริตคอร์รัปชันโดยที่ไม่รู้ตัว
จะทำอย่างไรให้มีความเพียงพอในการดำรงชีวิตอย่างมีเกียรติยศและศักดิ์ศรี ไม่ว่าจะเป็นชาวนา ชาวไร่ หรือพ่อค้า ต้องสร้างความเข้าใจ ตราบใดมีคนยากจนอยู่ก็จะมีคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ฉะนั้นต้องไปดูเรื่องการศึกษาว่าจะต้องทำอย่างไร
สิ่งเหล่านี้เป็นกระบวนการจัดการคอร์รัปชันให้ได้ในอนาคต จะพูดเรื่องคอร์รัปชันอย่างเดียวย่อมไม่ได้ ดังนั้นจะต้องสร้างให้ทุกคนอยู่ดีกินดีขึ้น แต่ก็ไม่สามารถใช้ระยะเวลาอันสั้นทำเรื่องนี้ได้ ต้องให้ทุกภาคส่วนทำความเข้าใจ
สำหรับการแก้ปัญหาประเทศทั้ง 11 ด้านตามที่กำหนดกรอบการปฏิรูปเอาไว้ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชันทั้งสิ้น ต้องกำหนดเป็นหัวข้อย่อยในหน่วยงานของท่านว่าจะไปแก้ไขกันอย่างไร การแก้ไขมี 3 ระดับ ตั้งแต่ระดับนโยบาย ผู้ปฏิบัติ ประชาชน และผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงปัจจัยภายนอกและองค์กรต่างๆ ระหว่างประเทศ
ถ้าประเทศไทยมีเสถียรภาพ เชื่อว่าอีกไม่นานประเทศไทยจะเป็นมหาอำนาจได้อย่างแน่นอน คนไทยมีคนมีความรู้มากมาย แต่ปัญหาคือทุกคนเป็นคนเก่ง แต่รวมกันเก่งไม่ได้ เคยเรียกมา 20-30 คนมาคุยกัน ก็ไม่มีข้อสรุป เพราะไม่มีใครยอมใคร
ฉะนั้นต่อจากนี้การประชุมสัมมนาต่างๆ ต้องมีผลสัมฤทธิ์ออกมาว่าจะทำอย่างไร หาตัวกำหนดชี้วัดให้ชัดเจน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เรากำหนดไว้แล้ว วันนี้ต้องคิดใหม่ทำใหม่ ทำให้เร็ว ต้องรีบนำพาประเทศชาติให้พ้นจากความขัดแย้ง จากนั้นก็ทำให้เกิดความยั่งยืน
กฎหมายจะเป็นตัวทำให้สังคมสันติสุข กฎหมายไม่ได้เอื้อให้ทำร้ายใคร อย่าให้คนรู้สึกแบบนั้น อดีตที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาในเรื่องกฎหมาย แต่ระยะไม่กี่ปีกฎหมายทำให้เกิดปัญหามากมาย วันนี้จะต้องรีบคิดพิจารณาอย่างมีเหตุมีผลว่าอะไรจะควรเดินไปอย่างไร เพื่อให้เกิดการยอมรับ เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งในภาคตุลาการ
ประเทศไทยเดินด้วยอำนาจบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ ทั้ง 3 อำนาจเป็นพระราชอำนาจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฉะนั้นใครก็ตามที่เอาพระราชอำนาจที่พระราชทานแล้วไปใช้ในทางที่ผิด คนเหล่านั้นไม่เจริญ
แผ่นดินนี้เป็นแผ่นดินของพระมหากษัตริย์ ท่านได้ต่อสู้สร้างแผ่นดินนี้ไว้ให้กับลูกหลานคนไทย วันนี้โลกมีการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมต่างๆ เราจะต้องกลับเข้ามาสู่การเป็นวัฒนธรรมของคนไทยที่ยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
สำหรับการแก้ปัญหาคอร์รัปชันนั้น ไม่ได้แก้โดยฝ่ายรัฐฝ่ายเดียว แต่จะต้องร่วมมือทุกภาคส่วน รัฐบาลในฐานะกำกับนโยบายก็ต้องมีหน่วยงานที่จะต้องขับเคลื่อน ต้องทำงานตามกรอบงบประมาณรายจ่าย ขณะเดียวกันส่วนที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนหรือระเบียบวิธีการที่จะต้องเอื้อให้กับฝ่ายเอกชน การลงทุนต่างๆ ก็ต้องทำให้สามารถเดินไปข้างหน้าให้ได้
วันนี้เข้ามาในนาม คสช.ประมาณ 4 เดือน แม้จะเป็นทหารส่วนใหญ่ เราก็จะต้องพัฒนา อย่ากังวลว่าจะรู้เรื่องเศรษฐกิจหรือไม่ เพราะเราทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ไม่จำเป็นต้องรักษาฐานเสียงที่ไหน
บางคนบอกว่าควบคุมอำนาจแล้วทำอะไรก็ได้ จริงๆ ไม่ใช่ เป้าหมายของการควบคุมอำนาจคือมาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ไข แต่จะไม่ไปก้าวล่วง จะถามว่าเรื่องนี้เป็นอย่างไร ปัญหาอยู่ที่ไหน จะแก้ไขอย่างไร นั่นคือการควบคุมอำนาจ ไม่ได้ควบคุมอำนาจมุ่งหวังประโยชน์เอามาให้ตนเองหรือ คสช.
ผมไม่ได้มุ่งหวังให้จะต้องมีการปฏิรูปกันใหม่ในปี 58, 59 หรือ 2560 ผมว่ามันช้าเกินไปแล้วแบบนั้น ผมเห็นว่าต่างประเทศเขาเลยหน้าเราไปแล้ว และเขาคอยดูเราอยู่ ขณะนี้ทุกประเทศในโลกมีความขัดแย้งเหมือนกันหมด บางประเทศสู้รบมากกว่าเรา ฉะนั้นเขาต้องยอมรับเราด้วย แต่เมื่อต่างประเทศเขาแก้ปัญหาเรียบร้อย แซงหน้าเราไปหมดแล้ว เราต้องขอโทษเพราะเราทำช้ากว่า คืออาจจะช้าไปสักร้อยปี เพราะฉะนั้นวันนี้ไม่มีเวลาอีกแล้ว อย่าคิดว่าจะมีวันหน้า มีครั้งนี้ก็ต้องทำให้สำเร็จ





