วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปปช.ย้ำ'ยิ่งลักษณ์'ละเว้นปฏิบัติหน้าที่

"ป.ป.ช."ย้ำ"ยิ่งลักษณ์"ละเว้นปฏิบัติหน้าที่จนทำจำนำข้าวเสียหาย ยันไม่เสียหน้าหลังอสส.สั่งตั้งคณะทำงาน

ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีอัยการสูงสุด (อสส.) มีคำสั่งให้ตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างอสส.กับป.ป.ช.เพื่อพิจารณาหลักฐานที่ไม่สมบูรณ์ในสำนวนคดีรับจำนำข้าวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า เมื่ออสส.เห็นว่า สำนวนยังไม่สมบูรณ์จึงมีหนังสือแจ้งมายังป.ป.ช.ตามกฎหมาย หากอสส.เห็นว่า สำนวนยังมีข้อไม่สมบูรณ์อยู่ตามที่แถลงมา 3 ประเด็นก็ไม่เป็นอะไร

จากนี้จะต้องมีการตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อพิจารณาข้อไม่สมบูรณ์นั้น คาดว่า ในวันเดียวกันนี้ (5 ก.ย.) หนังสือจากอสส.จะส่งถึงมือป.ป.ช. และจะมีการนำเข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ในวันที่ 9 ก.ย. เพื่อพิจารณาว่า มีข้อไม่สมบูรณ์ใดบ้าง ตรงตาม 3 ประเด็นที่อสส.ระบุหรือไม่ แล้วดำเนินการตั้งคณะทำงานร่วม โดยป.ป.ช.จะดูว่าอสส.เสนอมากี่คน เป็นใครและระดับใดบ้าง เพราะต้องตั้งให้มีจำนวนเท่ากันและระดับเดียวกัน มีองค์ประกอบใกล้เคียงกันเพื่อให้คณะทำงานร่วมได้ทำงานร่วมกันและดำเนินการส่งฟ้องต่อไป

อย่างไรก็ตาม ในอดีตมีการตั้งคณะทำงานร่วมอยู่หลายคดีเพื่อทำสำนวนให้สมบูรณ์ที่สุด แต่ในการพิจารณาร่วมกันนั้นหากตกลงกันไม่ได้สำนวนจะถูกส่งกลับมาที่ป.ป.ช.อีกครั้งหนึ่งเพื่อให้ดำเนินการส่งฟ้องเอง แต่หากตกลงกันได้เรียบร้อยอสส.จะเป็นผู้ส่งฟ้อง

ผู้สื่อข่าวถามว่า อสส.ระบุว่า ป.ป.ช.ส่งหลักฐานในคดีดังกล่าวไม่หนาแน่น นายปานเทพ กล่าวว่า ตนเข้าใจว่าหลักฐานมีเป็นจำนวนมาก แต่จะไม่หนาแน่นได้อย่างไร อาจจะมีรายละเอียดเยอะ ยังดูไม่ทุกส่วน แต่อย่างไรก็ตาม จากนี้จะเป็นหน้าที่ของคณะทำงานร่วมที่จะต้องไปพิจารณาว่า หลักฐานตรงไหนไม่สมบูรณ์และไม่เพียงพอ ต้องช่วยกันดูไป ส่วนกรณีอสส.ระบุให้ป.ป.ช.กลับมาไต่สวนให้สิ้นกระแสความเสียก่อนนั้น ป.ป.ช.ทำเพียงเท่านั้นและเลยระยะเวลาดังกล่าวมาแล้ว จากนี้เป็นหน้าที่ของคณะทำงานร่วมที่จะไปดูว่า ในสำนวนมีจุดที่ยังไม่เพียงพอ ซึ่งอาจเรียกพยานเพิ่มได้

เมื่อถามว่า ป.ป.ช.ทำคดีดังกล่าวโดยเร่งรัดเกินไปหรือไม่ นายปานเทพ กล่าวว่า ไม่ได้เร่งรัด แต่ทำงานตามกรอบระยะเวลา และทำสำนวนอย่างสมบูรณ์แน่นหนา ส่วนกรณีอสส.ระบุว่าป.ป.ช.ยึดถืองานวิจัยของทีดีอาร์ไออย่างเดียวนั้นคงไม่ใช่ แต่เป็นเพียงหลักฐานส่วนหนึ่งด้านวิชาการเท่านั้น ทั้งที่หลักฐานอื่นๆ มีอีกมากมาย

“ป.ป.ช.ไม่ระบุให้เรื่องการทุจริตเป็นเรื่องสำคัญ แต่เราบอกว่า ละเว้นที่ไม่ดำเนินการระงับยับยั้งจนก่อให้เกิดความเสียหาย ทั้งนี้ ผมคิดว่า ระยะเวลาการทำงานของคณะทำงานร่วมคงไม่ใช้เวลายาวนานมากนัก เพราะคดีนี้ป.ป.ช.ติดตามอยู่อย่างเคร่งครัด เมื่อมีการตั้งคณะทำงานร่วมเสร็จแล้วจะต้องรีบเรียกประชุมทันที ต้องทำอย่างรวดเร็ว”

เมื่อถามว่า ป.ป.ช.รู้สึกเสียหน้าหรือไม่ หลังจาก อสส.ยังไม่สั่งฟ้อง นายปานเทพ กล่าวว่า ไม่ได้รู้สึกเสียหน้าอะไร