ประชุมกก.สรรหาสปช. 11 ด้าน ตามคาดที่ปรึกษาคสช.นั่งประธาน เว้น ด้านบริหารราชการแผ่นดิน "วิษณุ"หลบทางให้"มีชัย"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ได้กล่าวมอบนโยบายแก่คณะกรรมการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในส่วนของ 11 ด้าน และคณะกรรมการสรรหาระดับจังหวัดแล้วคณะกรรมการสรรหาสปช. 11 ด้านก็ได้มีการแยกไปประชุมเพื่อคัดเลือกประธานในแต่ละคณะ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 30 นาที
จากนั้นนายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการกกต. แถลงว่า ผลการคัดเลือกประธานในแต่ละด้านได้แก่ 1.ด้านการเมือง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหมเป็นประธาน 2.ด้านบริหารราชการแผ่นดิน นายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานวุฒิสภาเป็นประธาน 3.ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.เป็นประธาน 4.ด้านการปกครองท้องถิ่น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยเป็นประธาน 5.ด้านการศึกษา นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธาน 6.ด้านเศรษฐกิจนายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน เป็นประธาน 7.ด้านพลังงาน ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกฯเป็นประธาน 8.ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม พล.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ เป็นประธาน 9.ด้านสื่อสารมวลชน พล.อ.นพดล อินทปัญญา เป็นประธาน 10.ด้านสังคม นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษาคสช.เป็นประธาน และ11.ด้านอื่นๆ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน
นายภุชงค์ ยังกล่าวอีกว่า ในส่วนการสรรหาสปช.ของคณะกรรมการสรรหาระดับจังหวัด จะเริ่มประชุมสรรหาได้ตั้งแต่วันที่ 13-22ก.ย. แต่อาจใช้เวลาประชุมเพียง 1 หรือ 2 ครั้ง ก็น่าจะสามารถคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมเป็นสปช.จังหวัดละ 5 คนได้ เพราะผู้เข้ารับการสรรหามีจำนวนน้อย แต่ในส่วนของ 11 ด้านมีผู้เข้ารับการสรรหาจำนวนมาก จึงอาจต้องประชุมหลายครั้ง แต่ทั้งหมดต้องเสร็จก่อนวันที่ 22 ก.ย. เพื่อที่หลังจากนั้น กกต.จะได้จัดเตรียมเอกสารทั้งในส่วนผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นสปช. จากคณะกรรมการสรรหา 11 ด้านและคณะกรรมการสรรหาระดับจังหวัด และกกต.ก็จะรวบรวมรายชื่อส่งคสช.ต่อไป
นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.ในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหาด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงหลักเกณฑ์ในการสรรหาบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญในด้านนี้ ว่า แนวทางการสรรหาบุคคลจะเน้นที่คุณภาพและความรู้ความสามารถเป็นหลัก ประกอบด้วย 1.พิจารณาจากคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2.ผู้ถูกคัดเลือกจะต้องมีความหลากหลาย กระจายตามอาชีพ อาทิ ตำรวจ ศาล และนักวิชาการ เป็นต้น 3.จะมีบุคคลในด้านนี้ทั้งเพศหญิงและชายอย่างเหมาะสม และ 4.ตรวจสอบความพร้อมที่จะทำหน้าที่เป็นสปช. เช่น อายุและสุขภาพ
นายพรเพชร กล่าวอีกว่า ส่วนวิธีการสรรหา คณะกรรมการจะมีการประชุมนัดแรกในวันที่ 12 ก.ย. เพื่อดูบัญชีรายชื่อและคุณสมบัติ จากนั้นก็จะให้กรรมการทั้ง 7 คนไปคัดเลือกบุคคลที่เห็นว่าเหมาะสม มาคนละ 50 รายชื่อ และเมื่อประชุมนัดต่อมาคือวันที่ 15 ก.ย. ก็จะนำรายชื่อที่กรรมการแต่ละคนเลือก มาดูและดีเบตกันว่าผู้ที่กรรมการเลือกมานั้นเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถขนาดไหน จากนั้นก็จะมีการลงมติ ซึ่งผู้ที่ได้รับเลือกจะต้องได้คะแนนจากคณะกรรมการเป็นเสียงข้างมาก หรืออย่างน้อยต้องไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง จากนั้นก็จะนำคะแนนมาเรียงลำดับ จากน้อยไปหามาก ซึ่งแน่นอนว่าหากใครได้คะแนนจากคณะกรรมการมากก็จะได้เปรียบ แต่ทั้งนี้เมื่อจัดเรียงคะแนนเสร็จ ก็จะต้องมาดูในเรื่องสัดส่วนของวิชาชีพ เช่น หากกรรมการเลือกแล้วได้ผู้ที่เป็นนักร้องถึง 8 คน ก็ต้องมาคัดใหม่ เพราะถือว่าไม่มีความหลากทางอาชีพ
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการสรรหาอาจพิจารณาเลือกบุคคลที่กกต.หมายเหตุว่ามีปัญหาเรื่องคุณสมบัติก็ได้ หากตรวจสอบกับกกต.แล้วเห็นว่าคุณสมบัติดังกล่าวไม่เป็นปัญหาต่อการที่จะได้รับการเสนอชื่อ เช่นระบุว่าอายุไม่ถึง 35 แต่เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นการนับวันผิด แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะกรรมการสรรหา ส่วนสถานที่ประชุมครั้งต่อไป คณะกรรมการทั้ง 11 ด้านเห็นควรว่าควรใช้ที่กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1พัน1รอ.) เพื่อที่กกต.ในฐานะฝ่ายเลขานุการจะได้ทำงานสะดวก สนับสุนนข้อมูลให้แก่คณะกรรมการได้ครบถ้วน
ผู้สื่อข่าวถามว่าผู้ที่ได้รับเสนอชื่อมีการติดต่อส่วนตัวมาขอเสียงหรือไม่ นายพรเพชรกล่าวว่า ก็มีคนที่พยายามติดต่อมาบ้าง แต่เราไม่เปิดโอกาส เพราะการคัดเลือกขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะกรรมการทั้ง 7 คน ซึ่งตนไม่มีใครในใจ และสเป็กที่ล็อกไว้คือคนที่มีคุณภาพ ซึ่งต้องหลากหลาย ไม่ใช่ไปกระจุกส่วนใดส่วนหนึ่ง
จากนั้น นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหาสปช.ด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า ล่าสุดในด้านเศรษฐกิจ มีผู้สมัครทั้งหมด 321 คนแล้ว แต่ยังมีที่เข้ามาทางไปรษณีย์อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งคาดว่าเราจะได้รับชื่อผู้ที่สมัครเข้ามาทั้งหมดวันที่ 12 ก.ย.นี้ และในวันที่ 15 ก.ย. คณะกรรมการก็จะนำรายชื่อทั้งหมดมาหารายชื่อร่วมให้ได้ 50 ชื่อ โดยเกณฑ์การเลือกคืออยากให้มีหลายสาขาวิชาชีพ เช่น ต้องอยู่ทั้งในภาคเอกชนและรัฐบาล อีกทั้งกกต.มีเอกสารของผู้มาเสนอรายชื่อที่ระบุว่าคนที่เสนอชื่อนั้น มีแนวคิดจะทำอะไรก่อน และอะไรจะทำในระยะต่อไป กกต.ก็ส่งข้อมูลนี้ให้คณะกรรมการ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบในพิจารณาการคัดเลือก 50 รายชื่อเหมาะสม สำหรับความคาดหวังนั้น เราอยากจะได้คนจากด้านเศรษฐกิจเข้าไปอยู่ในสปช. 173 คนให้มากที่สุด เพราะแต่ละด้านต่างก็แข่งขันกัน อย่างน้อยเราก็ไม่ควรได้ต่ำกว่า 10 คน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการคัดเลือกของคสช.ด้วย
เมื่อถามต่อว่าได้วางแผนเข้ากระทรวงอย่างไร นายณรงค์ชัย กล่าวว่า มีแผนจะเข้ากระทรวงโดยเร็ว เพราะคสช.สั่งให้รีบทำงาน แต่ก็ต้องรอให้มีการเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อน
เมื่อถามถึงการประกาศยกเลิกอัยการศึก นายณรงค์ชัย กล่าวว่า คณะที่ปรึกษาไม่ได้เสนออะไร มีเพียงการเสนอไปว่าอยากให้คสช.พิจารณายกเลิกในสถานที่ท่องเที่ยวก่อนโดยมั่นใจว่าสามารถดูแลพื้นที่ท่องเที่ยวได้





