วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คตร.โชว์ผลตรวจสอบ สั่งยกเลิก-ทบทวน20โครงการ

(รายงาน) คตร.โชว์ผลตรวจสอบ สั่งยกเลิก-ทบทวน20โครงการ

วานนี้ (3 ก.ย.) พล.ท.อนันตพร กาญจนรัตน์ ปลัดบัญชีทหารบก ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) เป็นประธานการประชุม คตร.ครั้งที่ 11/2557 โดยได้รายงานความคืบหน้าโครงการที่ตรวจสอบ มีรายละเอียดดังนี้

คตร.ได้สรุปผลการติดตามและตรวจสอบแล้ว 20 โครงการ คือ

โครงการสนับสนุนประชาชนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัลของ กสทช. วงเงิน 25,976.75 ล้านบาททบทวนแล้วเหลือ 16,165.265 ล้านบาท โดยทาง คตร.ตรวจพบว่า จำนวนครัวเรือนไม่ชัดเจน ความเหมาะสมของมูลค่าคูปองวิธีการแจกจ่ายไม่ชัดเจน จึงให้ กสทช.กลับไปทบทวน

โครงการสร้างโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 3 วงเงิน 19,980 ล้านบาท ซึ่งผลการตรวจสอบมีความไม่โปร่งใสและมีการเอื้อประโยชน์ให้แก้ผู้รับจ้าง จึงต้องส่งเรื่องให้ สตง.ติดตามผลการดำเนินการของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

โครงการจัดหารถโดยสารรุ่นใหม่เชิงพาณิชย์จำนวน 115 คันของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) วงเงิน 4,981.02 ล้านบาท ได้สั่งให้ชะลอและทบทวนโครงการใหม่ และโครงการจัดหารถจักรดีเซลไฟฟ้าพร้อมอะไหล่ จำนวน 50 คันของ รฟท.วงเงิน 6,562.50 ล้านบาท ได้แจ้งให้ รฟท.ตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลางและร่างทีโออาร์.ใหม่มีรายละเอียดชัดเจนโปร่งใส โดยจะต้องลงนามในสัญญาได้ภายในเดือนก.ย.2557

โครงการจ้างให้บริการระบบตรวจสอบและคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้าของทอท.วงเงิน 8,313,900,000 บาท และโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิระยะที่ 2 ของ ทอท. วงเงิน 60,741.61 ล้านบาท โดยคตร. มีมติให้แจ้งให้ ทอท.ทบทวนทีโออาร์และดำเนินการให้สามารถลงนามในสัญญาได้ภายในสิ้นเดือน ก.ย.2557 ,

โครงการจัดการเรียนการสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์พกพา(แท็บเล็ต)ของ กระทรวงศึกษาธิการ วงเงินรวมปี 2555 จำนวน 1,794.83 ล้านบาท และในปี 2556 จำนวน 4,616.25 ล้านบาท ซึ่งมีประเด็นที่ตรวจพบว่า ไม่คุ้มค่า บุคลากรที่เกี่ยวข้องขาดทักษะ การซ่อมบำรุงไม่เป็นไปตามข้อกำหนดในสัญญา ซึ่งหลังการตรวจสอบต้องยกเลิกและให้เสนอโครงการใหม่ทดแทนและให้จัดทำโครงการใหม่และจะต้องสามารถ ลงนามในสัญญาได้ภายในเดือน ก.ย. 2557

กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ.2556 คตร.ตรวจพบว่ามีการจ่ายเงินทุนเลี้ยงชีพให้กับผู้ที่เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาในอัตราที่สูงมาก ทำให้เป็นภาระทางด้านงบประมาณ จึงสมควรแก้ไขระเบียบคณะกรรมการกองทุนให้เหมาะสมเพื่อให้ได้รับเงินใกล้เคียงกับข้าราชการ รวมถึงเรื่องการเบิกค่าเบี้ยประชุมของรัฐสภา เพราะมีการแก้ไขระเบียบว่าด้วยเบี้ยประชุมกรรมการ พ.ศ.2555 โดยปรับอัตราเบี้ยประชุมทำให้ค่าใช้จ่ายในการประชุมมีแนวโน้มสูงขึ้น คตร.จึงให้ทบทวนระเบียบให้เหมาะสมโดยเร็วและให้สตง.ตรวจสอบย้อนหลังหากมีการปฏิบัติผิดระเบียบให้เรียกเงินคืน ตามมติ คสช. 15 ก.ค.2557

โครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจทดแทน 181 โครงการ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ วงเงิน 2,459,793,166 บาท ผลการดำเนินงานให้มีการกระจายงานไปยังภูมิภาคและประกวดราคาโดยใช้วิธีการจัดซื้อจัดจ้างด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยคณะอนุกรรมการฯด้านพัสดุและการจัดซื้อจัดจ้างเข้าตรวจสอบและสรุปผลเสนอที่ประชุม คตร.เมื่อวันที่ 20 ส.ค.2557 มีมติให้ดำเนินการต่อไปและกำกับดูแลให้เป็นไปด้วยความโปร่งใส

โครงการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานจำนวน 23 โครงการ คตร.ให้เลิกและให้เสนอโครงการใหม่ทดแทน

โครงการกิจกรรมการเพาะชำกล้าไม้ตามแผนฟื้นฟูป่าและนิเวศฯของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วงเงิน 481.55 ล้านบาท คตร.เห็นว่าไม่มีความชัดเจนในเรื่องการบำรุงรักษาและแจกจ่ายและมีความสูญเสียของกล้าไม้จำนวนมาก ซึ่งผลการตรวจสอบเป็นโครงการที่ใช้เงินกู้สำหรับโครงการตามแผนฟื้นฟูและระบบนิเวศ ภายใต้ยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เงินกู้ 350,000 ล้านบาทปีงบประมาณ 25555 ซึ่งศาลปกครองมีคำสั่งให้ทบทวนโครงการ จึงทำให้โครงการหยุดชะงัก

ทางกระทรวงทรัพยากรฯได้ของบกลางจากรัฐบาลเพื่อที่จะนำมาบำรุงรักษากล้าไม้ในโครงการนี้จำนวน 170 ล้านบาท แต่ไม่ได้รับทำให้กล้าไม้ร้อยละ 20-30 เกิดความเสียหาย

โครงการที่ คตร.อยู่ระหว่างการดำเนินการติดตามและตรวจสอบอีกจำนวน 13 โครงการ คือ โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภา วงเงิน 12,280 ล้านบาท ,โครงการก่อสร้างอาคารที่พักสวัสดิการสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร วงเงิน 5,087.91 ล้านบาท ,โครงการก่อสร้างทางคู่ในเส้นทางรถไฟสายฝั่งทะเลตะวันออก ช่วงฉะเชิงเทรา คลองสิบเก้า แก่งคอย ของร.ฟ.ท.วงเงิน 11,135.52 ล้านบาท, โครงการจัดซื้อเรือตรวจการณ์ catamaran ขนาด 80 ฟุต จำนวน 1 ลำของสำนักงานตำรวจแห่งชาติจำนวน 200 ล้านบาท ได้ขอปรับลดวงเงินเหลือ 150 ล้านบาท

นอกจากนี้ ที่ขอตรวจสอบเพิ่มอีก 3 โครงการ อาทิ โครงการซ่อมแซมสะพานปลาท่าเทียบเรือประมงหัวหินของ องค์การสะพานปลา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์วงเงิน 114,928,784 บาท ,โครงการจัดซื้อรถโดยสารใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) จำนวน 3,183 คัน ของ ขสมก.กระทรวงคมนาคม วงเงิน 13,162 ล้านบาท