แม่ทัพภาค 1 เล็งชงคสช.ยกเลิกกฎอัยการศึก บางพื้นที่ท่องเที่ยวพรุ่งนี้ หากไม่พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มที่น่าวิตก
ด้านผู้ประกอบการท่องเที่ยว ขานรับ แจงปลดล็อกฟื้นสถานการณ์ท่องเที่ยว ต่อเนื่องจากมาตรการลดหย่อนภาษีท่องเที่ยว โดยเฉพาะช่วงไฮซีซัน ประเมินนักท่องเที่ยวต่างชาติไหลกลับ จาก 54 ประเทศที่จะทยอยยกเลิกคำเตือนพลเมืองเดินทางมาไทย
หลังกรมสรรพากร เตรียมเสนอกระทรวงการคลัง ให้นำค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวมาลดหย่อนภาษี เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศนั่น ล่าสุดยังมีกระแสข่าวว่า คสช. เตรียมที่จะยกเลิกประกาศใช้กฎอัยการศึกในบางพื้นที่ท่องเที่ยว ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติดินทางมาไทยเพิ่มขึ้น เพื่อกอบกู้สถานการณ์ท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซันให้ปรับตัวดีขึ้น
ในการประชุมศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก (ศปก.ทบ.) เพื่อติดตามสถานการณ์ทั่วไปและสถานการณ์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) วานนี้ (3 ก.ย.) พล.ท.ธีรชัย นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในที่ประชุมว่า ได้สั่งการให้แต่ละกองทัพภาคไปประเมินสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ว่ายังมีการเคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านการทำงานของ คสช.อยู่หรือไม่ หากไม่พบการเคลื่อนไหวของกลุ่มใดๆ ก็จะเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ยกเลิกประกาศกฎอัยการศึกในการประชุม คสช.วันศุกร์ที่ 5 ก.ย.นี้
สำหรับจังหวัดที่คาดว่าจะมีการยกเลิกประกาศกฎอัยการศึก จะพิจารณาจากจังหวัดที่ คสช.ยกเลิกมาตรการเคอร์ฟิว (ห้ามออกนอกเคหสถานในเวลาที่กำหนด) เป็นลำดับแรกๆ ก่อนหน้านี้ รวมถึงจังหวัดที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและศูนย์กลางเศรษฐกิจ เช่น เมืองพัทยา จ.ชลบุรี จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย จ.กาญจนบุรี จ.ราชบุรี จ.ระยอง รวมถึงเมืองท่องเที่ยวในภาคใต้
ด้าน พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผช.ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม (คสช.) กล่าวว่า ยังไม่มีการประชุมเรื่องกฎอัยการศึก เป็นเพียงการปรารภของ พล.อ.ประยุทธ์ ว่าจะมีแนวทางใดผ่อนคลายกฎอัยการศึกในบางพื้นที่ได้หรือไม่ แต่ยืนยันว่า ที่ผ่านมากฎอัยการศึกไม่ได้สร้างปัญหาอะไรให้กับประชาชนและสังคมไทย แต่ยอมรับว่ากฎอัยการศึกส่งผลต่อภาพรวมในสายตาของต่างประเทศ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศก็ชี้แจงอยู่
"กฎอัยการศึกที่มีอยู่ เป็นการนำมาใช้เพื่อเอื้อประโยชน์กับประชาชนและบ้านเมือง เพราะทหารไม่มีกฎหมายใดที่นำมาใช้ได้นอกจากกฎอัยการศึก จะเห็นได้จากการปราบปรามผู้มีอิทธิพล ยาเสพติด การจัดระเบียบสังคม ซึ่งเมื่อนำกฎอัยการศึกมาใช้ก็เห็นภาพการแก้ปัญหาได้ทันที"
ส่วนภาพในแง่ลบกับการท่องเที่ยวนั้น พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวของแต่ละประเทศ เพราะในสภาพความจริง กฎอัยการศึกไม่ได้มีผลกระทบกับนักท่องเที่ยวและประชาชนไทย ในการสำรวจโดยการสอบถามนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเมืองไทย ก็รู้สึกพึงพอใจและเข้าใจสถานการณ์ในไทยดี ทั้งนี้ จะมอบให้ผู้บัญชาการกองกำลังต่าง ๆ ในแต่ละพื้นที่ประเมินความเหมาะสมว่าจะสามารถผ่อนปรนในบางพื้นที่ได้หรือไม่ โดยเฉพาะพื้นที่ท่องเที่ยว
คาด 54 ประเทศทยอยเลิกเตือนมาไทย
นางพรทิพย์ หิรัญเกตุ รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยว่า การที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เตรียมจะยกเลิกกฎอัยการศึกในพื้นที่ท่องเที่ยวนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี เนื่องจากจะเป็นการปลดล็อกสถานการณ์ท่องเที่ยวให้คลี่คลาย ผลักดันให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวฟื้นตัวเร็วขึ้น โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งเป็นไฮท์ซีซัน
โดยประเมินว่าจะส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยติดลบน้อยลง จากที่เคยประเมินไว้ที่ ติดลบ 10% เหลือติดลบประมาณ 5% หรือคิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยว 25.5 ล้านคน เมื่อเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 26 ล้านคน
โดยเฉพาะหากมีการยกเลิกกฎอัยการศึกในพื้นที่กรุงเทพฯ คาดว่าจะทำให้ยอดการเข้าพักโรงแรมในพื้นที่กรุงเทพฯเพิ่มขึ้นเป็น 70% จากเดิมในช่วงที่เกิดปัญหาการเมืองรุนแรง ตัวเลขปรับตัวลดลงเหลือเพียง 40% เมื่อเทียบกับปัจจุบันตัวเลขขยับมาอยู่ที่ 55%
"การยกเลิกกฎอัยการศึก จะทำให้ 54 ประเทศที่เตือนนักท่องเที่ยวต่างชาติให้หลีกเลี่ยงการเดินทางมาไทย และเลี่ยงพื้นที่ชุมนุม เริ่มทบทวนคำเตือนดังกล่าว จะทำให้บริษัทประกันภัยการเดินทางยอมรับทำประกันการเดินทางมาไทยให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ สร้างแรงจูงใจให้ต่างชาติเดินทางท่องเที่ยวในไทยมากขึ้น อย่างไรก็ตามในช่วงที่มีประกาศกฎอัยการศึก พบว่า นักท่องเที่ยวจากออสเตรีย ออสเตรเลีย แคนาดา สหรัฐ อังกฤษ ก็ยังเดินทางมาไทย เพียงแต่ลดจำนวนลง"
ส่วนประเด็นเรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวหลังยกเลิกกฎอัยการศึกในบางพื้นที่นั้น มั่นใจว่าจะมีความปลอดภัย เนื่องจากเชื่อว่า คสช.จะประเมินสถานการณ์มาเป็นอย่างดี ก่อนจะยกเลิกประกาศดังกล่าว
ขานรับเชื่อกระตุ้นท่องเที่ยวไฮซีซัน
นางสาวศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ อุปนายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า การยกเลิกประกาศใช้กฎอัยการศึกในบางพื้นที่ท่องเที่ยว จะช่วยสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาไทยมากขึ้น แต่หากยังไม่ยกเลิกประกาศใช้ในเขตกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นหัวใจของประเทศไทย ก็อาจจะยังไม่กระตุ้นการท่องเที่ยวได้ทั้งหมด โดยคาดว่าพื้นที่กรุงเทพฯจะเป็นแห่งสุดท้ายที่ยกเลิกประกาศดังกล่าว
นอกจากนี้ คาดว่าการยกเลิกประกาศดังกล่าว จะส่งผลให้ธุรกิจโรงแรมในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งเป็นไฮซีซั่น มีอัตราการเข้าพักขยายตัวขึ้น จากช่วง 7 เดือนที่ผ่านมาอัตราการเข้าพักหดตัวลง 30-40% โดยเดือนพ.ค.ที่มีประกาศใช้กฎอัยการศึกอัตราการเข้าพักหดตัวมากกว่า 50%
ทั้งนี้ แนวโน้มการท่องเที่ยวไทยและอัตราการเข้าพักของโรงแรมจะฟื้นตัวดีจริงกลับมาอยู่ระดับ 75-80% คาดว่าจะเป็นไตรมาส 1 ปี 2558 ซึ่งในภาวะปกติอัตราการเข้าพักจะสูงถึง 85% ส่วนทั้งปี 2556 คาดว่าอัตราการเข้าพักจะหดตัวลดลง 25-30%
"การท่องเที่ยวเวลาจะฟื้นตัวขึ้นจะค่อยๆขึ้น แต่เวลาตกจะลดฮวบ ดังนั้นการยกเลิกประกาศกฎอัยการศึก ซึ่งจะรับกับไฮซีซั่นในช่วงเดือนต.ค.-พ.ย. จะช่วยให้อัตราการเข้าพักที่หดตัวลงเหลือ 10-15% จากที่คาดว่าจะหดตัว 20-25% ขณะที่ 2 เดือนที่ผ่านมาอัตราการเข้าพักขยายตัวขึ้น 5-10% โดยผู้ประกอบการโรงแรมก็เตรียมตัวจัดโปรโมชั่นด้านราคาจูงใจนักท่องเที่ยวแล้ว"
แจงภาพรวมโรงแรมแย่สุดรอบ20ปี
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมธุรกิจโรงแรมปีนี้ถือว่าย่ำแย่สุดในรอบ 20 ปี โดยที่ผ่านมาแม้จะมีการปิดสนามบิน หรือปัญหาการเมืองต่างๆ จะฉุดตลาดให้หดตัวลงประมาณ 3 สัปดาห์ถึง 1 เดือน แต่ปีนี้เหตุการณ์ส่งผลกระทบต่อธุรกิจลากยาว 8-9 เดือน ขณะที่ปี 2556 อัตราการเข้าพักถือว่าขยายตัวดีมากที่ระดับ 75-80%ก่อนธุรกิจจะได้รับผลกระทบในช่วงปลายปี
นายยุทธชัย สุนทรรัตนเวช นายกสมาคมท่องเที่ยวในประเทศ (สทน.) กล่าวว่า การยกเลิกประกาศกฎอัยการศึกครั้งนี้ไม่มีผลต่อการท่องเที่ยวภายในประเทศมากนัก แต่สิ่งที่นักท่องเที่ยวชาวไทยตระหนกและกังวลคือการประกาศเคอร์ฟิวส์มากกว่า เนื่องจากทำให้ใช้ชีวิตท่องเที่ยวเกินเวลาที่กำหนด หรือออกนอกเคหสถานไม่ได้ แต่ยอมรับว่าการยกเลิกกฎอัยการศึกจะส่งผลดีและกระตุ้นการท่องเที่ยวจากชาวต่างชาติได้มาก
"การยกเลิกประกาศกฎอัยการศึกไม่มีปัญหากับไทยเที่ยวไทย เราไม่รู้สึกหวาดกลัว เพราะการประกาศกฎอัยการศึกที่ผ่านมาไม่มีการขนอาวุธยุทโธปกรณ์หนัก นอกจากมีกองกำลังบางจุด แต่กับท่องเที่ยวต่างชาติก็จะทำให้ตลาดกลับมาเร็วขึ้น"





