"พล.อ.ประยุทธ์" ยันคสช.จะไม่ก้าวก่ายครม. เล็งผ่อนคลายกฎอัยการศึก แจงไม่ได้คุยเรื่องพลังงานกับกัมพูชา
ฝากฝ่ายจิตวิทยาปลูกฝังสำนึกข้าราชการแนะตั้งวันสต็อปเซอร์วิสให้ปชช. ดักคอไม่ให้เร่งใช้จ่ายงบไตรมาสสุดท้าย ให้การบ้านก.เกษตรดูแลส่งออกผลไม้ จี้พณ.คุมราคาสินค้าหลังพลังงานปรับลดหวังเห็นผลสัมฤทธิ์การศึกษาในปี58 หวังทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมแก้ปัญหาขยะสั่งกองทัพ-ปภ.รับมือทุกสภาพอากาศ
เมื่อเวลา 15.15น. ที่สโมสรกองทัพบก(เทเวศร์) พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ในฐานะทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) แถลงภายหลังการประชุมคสช.ชุดใหญ่ครั้งที่ 13/2557 ว่า พลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.กล่าวก่อนเริ่มเข้าสู่วาระการประชุมว่า การบริหารราชการแผ่นดินอนาคตได้มีการจัดทำร่างแผนของการทำงานบริหารราชการแผ่นดินไว้แล้ว โดยจะมีจะมีรองนายกรัฐมนตรีทั้ง 5 คนและจะกำกับดูแลงานทั้ง 5 ฝ่ายใกล้เคียงกับช่วงที่ผ่านมาของคสช. ส่วนระยะที่สองจะมีการเชื่อมต่อกันทางด้านเอกสารและการประชุมร่วมกันระหว่างคสช.กับรัฐบาล ซึ่งคสช.อาจจะช่วยเสนอแนะให้กับรัฐบาล และยืนยันว่าจะไม่ก้าวก่ายหน้าที่และการทำงานให้ซ้ำซ้อน
ส่วนเรื่องกฎอัยการศึก พ.อ.วินธัย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่าเรื่องกฎอัยการศึกน่าจะมีการเวลาในการพิจารณาสถานการณ์และสภาวะแวดล้อมในอนาคต ซึ่งอาจจะปรับหรือผ่อนคลายได้แต่ยังไม่สามารถกำหนดเวลาได้ชัดเจน ทั้งนี้เพื่อรักษาความปลอดภัยประเทศโดยรวม ซึ่งภาพรวมในปัจจุบันเรื่องต่าง ๆ ดีขึ้นมา เรื่องการค้าดีตามลำดับ รวมถึงด้านสังคมและการดูแลความปลอดภัยประเทศ และคนในชาติยังเสียสละ มีความเข้าใจกัน และส่วนใหญ่ยังสนับสนุนการทำงานของคสช."พ.อ.วินธัย กล่าวอ้างถึงคำกล่าวของพล.อ.ประยุทธ์ในที่ประชุมคสช.
รองโฆษกกองทัพบก กล่าวอีกว่า หัวหน้าคสช.ระบุด้วยว่า ส่วนที่ประชาธิปไตยยังไม่มีความสมบูรณ์เต็มร้อยแต่ก็มีความคืบหน้า เพราะมีการบริหารงานผ่านระบบสภาคือสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช .)และกำลังจะมีสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.)และมีรัฐบาลและครม.นอกจากนี้ยังฝากฝ่ายสังคมและจิตวิทยาในการปลูกฝังการเป็นคนไทย 12 ประการ กับข้าราชการทั้ง ทหาร ตำรวจ และข้าราชการพลเรือน นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังเร่งรัดให้มีการจัดตั้งศูนย์บริการวันสต็อปเซอร์วิสในทุกด้านเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคมจิตวิทยา ความมั่นคง การท่องเที่ยว เพื่อลดภาระในการประสานงานของประชาชน
พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้หัวหน้าคสช.ยังพูดในที่ประชุมด้วยว่า จากการที่ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้บัญชาการเหล่าทัพเดินทางไปเยือนกัมพูชา ทำให้เห็นว่าประเทศเพื่อนบ้านและประเทศในอาเซียนมีความเข้าใจและร่วมมือกับประเทศไทยเป็นอย่างดี ซึ่งเรื่องตลาด การค้า การลงทุนจะยังมีความผูกพันกันอยู่ อย่างไรก็ตามในที่ประชุมไม่ได้พูดถึงการพูดคุยเรื่องแหล่งพลังงานในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลแต่อย่างใด
พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า หัวหน้าคสช.ระบุด้วยว่า ในส่วนของงบประมาณ จะมีการกำหนดมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบฯ ทุกไตรมาส ที่จะต้องมีการขับเคลื่อนงบฯตามแผนในแต่ละไตรมาส โดยจะมีการตรวจสอบและให้มีการใช้จ่ายตามแบบแผน ไม่มีการทุจริต จะต้องสร้างความน่าเชื่อถือในการใช้งบประมาณให้เป็นไปตามเป้าหมาย และไม่ให้เร่งรัดการเบิกจ่ายในไตรมาสสุดท้ายเหมือนในปลายปี แต่อยากจะให้เป็นแผนตามของแต่ละไตรมาส
ส่วนเรื่องการทำโซนนิ่งพื้นที่เพาะปลูกทางการเกษตร พ.อ.วินธัย กล่าวว่า หัวหน้าคสช. ได้ให้ข้อคิดกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และห่วงใยว่าทำอย่างไรจะทำให้การส่งออกผลไม้มีปริมาณมากขึ้น และต้องเร่งเรื่องของการพัฒนาเทคโนโลยีและการบรรจุภัณฑ์ นอกจากนี้ในเรื่องราคาสินค้า รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า หัวหน้าคสช. ยังเป็นห่วงเรื่องราคาสินค้า และได้กำชับกระทรวงพาณิชย์ให้ดูแลและควบคุมราคาสินค้าให้ดี เพราะส่วนหนึ่งที่คสช.เห็นว่าเชื้อเพลงมีการปรับลดแล้ว ไม่อยากให้ราคาสินค้าผิดไปจากธรรมชาติที่ควรเป็น จึงอยากให้กำกับดูแลอย่างดี เพื่อไม่ให้กระทบกับประชาชน
พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า หัวหน้าคสช.พูดถึงเรื่องการศึกษาว่าที่ผ่านมาไม่ได้ตำหนิแต่เป็นการให้ข้อคิดเห็น เพราะอยากให้ทุกคนทุกหน่วยคำนึงถึงความเหมาะสมกับประเทศชาติจริง อะไรทำก่อนได้ให้ทำ อะไรที่มีผลสัมฤทธิ์ในปี 2558 ได้ ต้องเร่งดำเนินการ หัวหน้าคสช.ฝากทีมประชาสัมพันธ์ว่าขอให้ให้ความสำคัญกับเรื่องปัญหาขยะ ซึ่งคสช.หรือภาครัฐกำลังจะมีแผน หรือโครงการนำร่องที่มีการอนุมติไปบ้างแล้ว แต่อยากให้สังคมมีจิตสำนึกและให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการหาวิธีบริหารจัดการขยะ เพราะการกำจัดคือวัตถุประสงค์หลัก แต่ด้านรองคือควรมีพลังงานทดแทนเกิดขึ้น และให้สังคมตื่นตัวกับสิ่งนี้พร้อมกับภาครัฐด้วย
พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องสภาพอากาศนั้นหัวหน้าคสช.มีความป็นห่วง ในเรื่องของปริมาณฝนที่ข้อมูลพยากรณ์อาจจะมีฝนตกในบางพื้นที่ทำให้มีน้ำมากจนเกินไป จึงขอกำชับให้หน่วยงานที่รับผิดชอบทั้งกองทัพ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกระทรวงมหาดไทยเตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์ตั้งแต่เนิ่นๆ และดำเนินการโดยอัตโนมัติเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนโดยเร็ว และบางพื้นที่ที่ฝนไม่ได้ตกในจุดที่กำหนด อาทิ ตกเหนือเขื่อน ที่ฝนยังตกน้อยทำให้บางเขื่อนน้ำน้อยกว่าเป้าหมายซึ่งอาจจะเกิดปัญหาเรื่องน้ำแล้ง จึงอยากให้เตรียมการดูแลและบรรเทาปัญหาเนิ่นๆเช่นกัน





