เลื่อนส่งมอบตึกบัญชาการ 1 เพราะเสร็จไม่ทัน อธิบดีกรมโยธาฯเผยใช้งบ 169 ล้าน 4 ก.ย.ทดสอบระบบทั้งหมด
นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง พร้อมด้วยนายสุรพล สัตตายานนท์ ผู้อำนวยการสำนักสถานที่และรักษาความปลอดภัย สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และข้าราชการที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจความเรียบร้อยของการบูรณะซ่อมแซมตึกบัญชาการ 1 และ ตึกบัญชาการ 2 ซึ่ง 2 อาคารนี้กรมโยธาธิการฯเป็นผู้รับผิดชอบในการซ่อมแซม
อย่างไรก็ตามสื่อมวลชนได้รับการประสานมาทำข่าวการส่งมอบอาคารและเยี่ยมชมห้องประชุมคณะรัฐมนตรี และห้องประชุมต่างๆในตึกบัญชาการ1 แต่ปรากฏว่า ไม่มีการนำสื่อมวลชนขึ้นชมตึกบัญชาการ 1แต่อย่างใดตามที่ได้รับการประสานไว้โดยอธิบดีกรมโยธาธิการฯ อ้างว่าเนื่องจากยังมีช่างเร่งดำเนินการเก็บรายละเอียดงาน มีสิ่งของและอุปกรณ์การทำงานที่ยังวางไม่เรียบร้่อย จึงไม่สะดวกที่จะนำชมอีกทั้งเห็นว่าเป็นพื้นที่ของทำเนียบรัฐบาลงให้ทางสำนักสถานที่และรักษาความปลอดภัยพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้ง
พร้อมกันนี้อธิบดีกรมโยธาธิการฯ ให้สัมภาษณ์ว่า การทำงานในภาพรวมถือภายในช่วงเวลาที่จำกัดประมาณ 1 เดือน ถือว่าเป็นที่พอใจไม่มีอะไรที่น่าห่วง ซึ่งในส่วนของตึกบัญชาการ 1 เหลือเพียงเก็บรายละเอียดของงานเล็กน้อย เช่น ภายในห้องประชุม 501 จะติดพรม ผ้าม่าน โต๊ะเก้าอี้รองรับผู้เข้าประชุม ประมาณ 100 คน รวมทั้งจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่นำเข้าจากต่างประเทศ โดยกรมโยธาธิการฯและทำเนียบรัฐบาลได้เลือกบริษัทอัศวโสภณเข้ามาดำเนินการเพราะเห็นว่ามีความเชี่ยวชาญและใช้อุปกรณ์และระบบเครื่องเสียงที่ค่อนข้างดี จึงใช้งบประมาณค่อนข้างมาก ส่วนห้องประชุม 301 เหลือการตกแต่งภายในเล็กน้อย ซึ่งยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมดเสร็จทันตามกำหนดเวลา
สำหรับการปรับปรุงตึกบัญชาการ 2 นายมณฑล กล่าว ยอมรับว่าอาจล่าช้าไปบ้าง เนื่องจากมีการปรับปรุงสถาปัตย์ภายในค่อนข้างมาก และปรับปรุงระบบลิฟท์ให้ดีขึ้นโดยไม่ได้เปลี่ยนใหม่เพราะยังใช้การได้อยู่ และหากสั่งนำเข้าอาจใช้เวลานาน โดยการปรับปรุงจะต้องเสร็จภายในวันที่ 15 ก.ย.นี้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามการปรับปรุงทั้งหมดจะเน้นไปที่การซ่อมแซมของเก่าที่มีอยู่ให้ดีขึ้น เพราะต้องการใช้งบอย่างประหยัดที่สุด
อธิบดีกรมโยธาธิการฯ กล่าวอีกว่า สำหรับงบประมาณในการปรับปรุงตึกบัญชาการ1และ 2 ทั้งหมดจำนวน 169 ล้านบาท แต่เฉพาะในส่วนของห้องประชุม 501 301 และ 302 ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 60 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงระบบอุปกรณ์และเครื่องเสียงที่ทันสมัยเพื่อรองรับการประชุม ขณะที่ห้องทำงานของรองนายกรัฐมนตรีเพียงแต่ติดตั้งพรมที่นำไปทำความสะอาด เพื่อรอให้ทีมงานของรัฐมนตรีเข้ามาตรวจดูอีกครั้ง ส่วนจากงบประมาณที่ได้รับการอนุมัติบูรณะทำเนียบรัฐบาลทั้งหมด 252ล้านบาทเหลือกี่บาทนั้น ตนไม่ทราบ เพราะตนรับผิดชอบเฉพาะในส่วนของตึกบัญชาการ1-2
เมื่อถามว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายมณฑล กล่าวอีกว่า ไม่มีและตนไม่มีโอกาสได้พูดคุย หากรัฐมนตรีเข้ามาแล้วต้องการสิ่งอะไรเพิ่มเติมเราก็จะดำเนินการให้ เพราะหลังจากตรวจสอบแล้วทางทหารจะเข้ามาตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง
นายมณฑล กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับห้องทำงานรองนายกรัฐมนตรีไม่มีการปรับแก้ แค่เข้าไปทำความสะอาด โดยมีการพูดคุยกับม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนยกฯและปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนตึกบัญชาการ 2 จะเป็นตามกำหนดการเดิมคือวันที่ 15 ก.ย. หรืออาจจะล่าช้ากว่านั้นเล็กน้อยเพาะมีรายละเอียดจะต้องปรับแก้ ทั้งนี้ในวันพฤหัสบดีที่ 4 ก.ย. เวลา17.00น. จะมีการทดสอบระบบทั้งหมดของตึกบัญชาการ 1 หากทดสอบแล้วจะให้ส่งมอบก็พร้อมที่จะส่งมอบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่านอกจากตึกบัญชาการ 1 และตึกบัญชาการ2 ที่ยังไม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อสำรวจจุดต่างๆภายในทำเนียบรัฐบาล พบว่า ตึกไทยคู่ฟ้า ตึกนารีสโมสร เป็นตึกที่มีความพร้อมมากที่สุดเพราะมีการบูรณะเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ตึกสันติไมตรี บูรณะเสร็จ100% แค่ตึกหลังนอก ขณะที่ตึกหลังในเหลือในส่วนของด้านหลังของอาคารที่โดนทุบผนังเพื่อปรับปรุง ที่ยังไม่มีความคืบหน้าทั้งที่เป็นจุดแรก ๆ ที่เริ่มลงมือบูรณะ ส่วนตึกปฏิบัติการของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ก็ยังมีการบูรณะไม่แล้วเสร็จ ขณะที่ลานจอดรถบริเวณประตู 5 เกือบจะแล้วเสร็จ100% และพื้นผิวถนนตามจุดต่าง ๆ พบว่ามีความคืบหน้าไปมาก





