วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปิดเบื้องลึกแต่งตั้งครม.ทหาร-ตร.นั่ง12เก้าอี้

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 32 รัฐมนตรี 34 ตำแหน่งแล้ว เผยเบื้องหลังหวังให้"ประวิตร"ช่วยประสานด้านการเมือง-ปรองดอง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แล้ว

เมื่อวานนี้ (31 ส.ค.) ราชกิจจา เล่มที่ 131 ตอนพิเศษ 164 ง ออกประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรี โดยระบุว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 24 สิงหาคม พุทธศักราช 2557 แล้วนั้น บัดนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เลือกสรรผู้ที่สมควรดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เพื่อบริหารราชการแผ่นดินสืบไปแล้ว

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 19 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เป็นรองนายกรัฐมนตรี

นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี

พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

นายวิษณุ เครืองาม เป็นรองนายกรัฐมนตรี

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

นายสมหมาย ภาษี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

นายดอน ปรมัตถ์วินัย เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

นายพรชัย รุจิประภา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

นายณรงค์ชัย อัครเศรณี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

นายสุธี มากบุญ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

นายกฤษณพงศ์ กีรติกร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

พล.ท.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

นายรัชตะ รัชตะนาวิน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

นายสมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 30 สิงหาคม พุทธศักราช 2557 เป็นปีที่ 69 ในรัชกาลปัจจุบัน โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ ประกอบด้วยรัฐมนตรี 32 คน 34 ตำแหน่ง โดยมีรัฐมนตรีที่นั่งควบ 2 เก้าอี้ คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รวมทั้ง พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ขณะที่เมื่อจำแนกตามตำแหน่ง จะมีรองนายกรัฐมนตรี 5 คน ประกอบด้วย พล.อ.ประวิตร พล.อ.ธนะศักดิ์ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร นายยงยุทธ นายวิษณุ มีรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 2 คน คือ ม.ล.ปนัดดา และนายสุวพันธุ์ ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการมี 19 คน และตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการมี 8 คน

ด้านนายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ส่วนพิธีเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับตำแหน่ง ของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ต้องรอทรงพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้เข้าเฝ้าฯเมื่อใด ซึ่งทางสำนักพระราชวัง จะแจ้งให้ทราบต่อไป

อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ อาจจะนำคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนเข้ารับหน้าที่ ในวันอังคารที่ 2 ก.ย.นี้

เปิดเบื้องลึกแต่งตั้งครม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครม.ที่ออกมา ปรากฏว่ามีสัดส่วนของบุคคลที่มาจากสายข้าราชการมากว่าสายทหาร และสายนักธุรกิจภาคเอกชน ส่วนหนึ่งมาจากพล.อ.ประยุทธ์ มีความมั่นใจระบบการราชการที่จะมาเป็นตัวนำมากว่าที่จะให้ภาคเอกชน หรือนักการเมืองเหมือนที่ผ่านมา และที่สำคัญบุคคลในภาคธุรกิจหลายคนที่มีเคยมีข่าวออกมาก่อนหน้ามานี้จะเข้ามามีชื่อในครม. จากการตรวจสอบแล้วส่วนใหญ่มีสายสัมพันธ์เกี่ยวโยงกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อีกทั้งไม่มีความมั่นใจ เพราะกลัวว่าอาจจะเกิดปัญหาเหมือนที่ผ่านมารัฐบาลคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.) ในปี 2549 ที่มีการดึงนักธุรกิจเข้ามาจำนวนมาก ส่วนการทาบทามรัฐมนตรีคนนอกและนักธุรกิจที่ปรากฏชื่อในครม.ชุดใหม่นี้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นคนที่ดำเนินการเรียกตัวบุคคลต่างๆ มาสัมภาษณ์ด้วยตนเองทุกคน รวมถึงข้าราชการ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ประเมินจากผลงานหลังจากคสช.ได้เข้ามาบริหารประเทศในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาด้วย

หวัง"ประวิตร"ช่วยประสานด้านการเมือง

"นักธุรกิจที่มีเคยข่าวติดโผ แต่ไม่มีชื่อ ทั้งหมดก็คือคนที่สอบตก ส่วนคนที่มีชื่อคือ เป็นคนที่ พล.อ.ประยุทธ์ มีความคาดหวังเชื่อใจและไว้ใจมากที่สุด ส่วนการแต่งพล.อ.ประวิตร ในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ทั้งที่มีข่าวออกมาก่อนหน้ามานี้ว่าจะไม่เข้ารับตำแหน่งในรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ แต่หลังจากทั้งสองได้พูดคุยกัน โดยพล.อ.ประยุทธ์ ได้ให้เหตุผลว่าการบริหารประเทศครั้งนี้มีเดิมพันสูง โดยในตำแหน่งนายกฯ และหัวคสช.ต้องการจะดูภาพรวมในการบริหาร แต่ในขณะเดียวกันในเรื่องการประสานงานด้านอื่นๆ ทั้งด้านการปฏิรูป เรื่องร่างรัฐธรรมนูญ และการจัดระเบียบในกองทัพ และการประสานกกับขั้วต่างๆ ซึ่งต้องใช้บุคคลที่มีประสบการณ์ ซึ่งในจุดนี้พล.อ.ประวิตมีความสามารถที่จะดำเนินการ นอกจากนี้ประเด็นสำคัญที่ให้ พล.อ.ประวิตรเข้ามาอยู่ในครม. คือ เรื่องการสร้างความปรองดอง โดยเฉพาะการเจรจากับพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ไม่เกี่ยวโยงกับเรื่องความคดี แต่จะเป็นเรื่องความสงบให้กับประเทศ "

มอบ"อนุพงษ์"ดูแลปัญหาองค์กรท้องถิ่น

ส่วนกรณีของ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร นั่งในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยกระทรวงกลาโหม ก็จะมาช่วยงานให้กับพล.อ.ประวิตร อีกส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะเรื่องการจัดระเบียบในกองทัพ โดยในตอนนี้ยังมีนายทหารแตงโมอยู่บางส่วน ซึ่งจะต้องมีการปรับวิธีคิดกันใหม่ กรณีที่มี พล.อ.อนุพงษ์ นั่งรมว.มหาดไทย ที่ก่อนหน้านี้ออกมาระบุว่าจะไม่ขอรับตำแหน่งใดๆ แต่ในที่สุดก็รับตำแหน่งรมว.มหาดไทย ก็เพราะจะเข้ามาดูแลปัญหางานด้านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฐานเสียงมวลชนตามภูมิภาคต่างๆ ที่เคยมีความสแตกแยกทางความคิด

สำหรับพล.อ.ธนะศักดิ์ หลังจากที่มีข้อครหาจากนานาชาติว่ามีนายกเป็นทหารแล้วยังจะเอารัฐมนตรีต่างประเทศเป็นทหารอีกหรือ ซึ่งเรื่องนี้พล.อ.ประยุทธ์ ยังยืนว่าการทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ต้องการคนที่มีความเชื่อใจ และมั่นว่าจะทำงานได้ แต่ขณะเดียวกันก็ยังมีนายดอน ปรมัตถ์ นั่งตำแหน่งรัฐมนตรีช่วย ซึ่งจะเข้ามางานรัฐมนตรีว่าการได้อย่างแน่นอน