"วุฒิสาร"แนะผู้นำทำเรื่องปราบโกงมากกว่าพูด มองแนวโน้มการทุจริตเพิ่มมากขึ้น แนะสร้างสังคมไม่ยอมรับการทุจริต
นายวุฒิสาร ตันไชย รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวตอนหนึ่งในงานปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนา (ครั้งที่ 3) ปฏิรูปประเทศไทย : การต่อต้านการทุจริต ภายใต้โครงการสัมมนา สู่ทศวรรษที่เก้า : ก้าวใหม่ของระบอบประชาธิปไตยไทย ว่าการปฏิรูปประเทศต้องประกอบด้วยความเห็นและความรู้ จะมีเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ ทั้งนี้สถานการณ์การทุจริตในประเทศไทยมีแนวโน้มที่มีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น เพราะจากผลสำรวจจขององค์กรเพื่อความโปร่งใสที่ไทยถูกลดอันดับจากลำดับที่ 88 ไปอยู่ที่ 102 รวมถึงผลสำรวจความเห็นของประชาชนที่ให้การยอมรับการทุจริตเกิดขึ้นหากได้ประโยชน์
ส่วนสาเหตุของการคอร์รัปชั่นในประเทศไทยมาจาก 3 สาเหตุ คือ 1.สถานการณ์ที่เอื้อต่อพวกพ้อง เช่น การเขียนกฎหมายเพื่อเอื้อให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่น, 2.การกระจายความมั่นคั่งที่ไม่เท่าเทียม หรือปัญหาความเหลื่อมล้ำสังคม ระหว่างหน่วยงานทำให้การทุจริตทำได้ง่าย และ 3.ปราศจากสถาบันทั้งภายในและภายนอกของหน่วยงานรัฐต่อการดำเนินการป้องกันและปราบปราม รวมถึงตรวจสอบการทุจริต ดังนั้นประเด็นที่จะลดการทุจริตได้ ที่สำคัญ คือลดผูกขาด,ลดการดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ รวมถึงให้บทบาทการตรวจสอบอย่างมีอิสระ สร้างคุณภาพในการกำกับด้วยการไม่เลือกปฏิบัติในการบังคับใช้กฎหมาย นอกจากนั้นต้องให้กลไกตรวจสอบผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริตดำเนินได้โดยเร็ว
นายวุฒิสาร กล่าวว่า กติกาในปัจจุบันเหมือนกับสร้างความเข้มแข็งเรื่องป้องกันการทุจริต แต่กลับพบว่ากติกานั้นได้ห้ามคนสุจริตทำงานด้วย ดังนั้นเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องพิจารณาดุลยภาพของการป้องปราม กับการส่งเสริมให้ทำงานอย่างสุจริต ด้วยการยกระดับการปราบปรามและป้องกันทุจริตเป็นวาระแห่งชาติ และสร้างกลไกและความเข้มแข็งทางสังคม ในประเด็นค่านิยมด้านการซื่อสัตย์สุจริต ไม่ยอมรับการทุจริต ที่ถือเป็นคำตอบที่สำคัญของการป้องกันการทุจริตในอนาต
"ส่วนผู้นำประเทศต้องทำเป็นตัวอย่าง ในปัจจุบันแม้ผู้นำจะมีคำกล่าวที่สะท้อนถึงการรังเกียจการทุจริต แต่เพียงคำกล่าวอย่างเดียวไม่พอ ต้องปฏิบัติด้วย ประเด็นการผลัดกันเกาหลังต้องหยุด ในท้ายสุดต้องไม่ทำให้การคอร์รัปชั่นเดินตามการปฏิรูป แม้ทั้ง2เรื่องจะอยู่บนพรมหรือใต้พรมเดียวกันก็ตาม" นายวุฒิสาร กล่าว





