วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แคนดิเดตรมต.ทิ้งเก้าอี้สนช.-บอร์ด

แคนดิเดตรัฐมนตรีใหม่ทยอยทิ้งเก้าอี้ สนช.-กรรมการรัฐวิสาหกิจ คาดเตรียมแต่งตั้งเข้าร่วม ครม.ประยุทธ์ 1

เหตุรัฐธรรมนูญชั่วคราวห้ามฝ่ายบริหารควบเก้าอี้นิติบัญญัติ เผยรายชื่อไขก๊อก สนช.มีทั้ง "ณรงค์ชัย-กอบกาญจน์-รัชตะ" พ่วงด้วยเลขาฯสภาพัฒน์ รวมถึงรองเสธ.ทบ. ขณะที่ "บิ๊กเต่า" ลาออกประธานบอร์ด อสมท หลังมีชื่อติดโผรัฐมนตรีแรงงาน

บุคคลที่ได้รับคาดหมายว่าจะเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดใหม่ หรือ ครม.ประยุทธ์ 1 นั้น ได้ทยอยลาออกจากตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และกรรมการบริหาร (บอร์ด) รัฐวิสาหกิจชุดต่างๆ เพื่อไม่ให้มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี

เริ่มจากการทยอยลาออกจาก สนช. นายณรงค์ชัย อัครเศรณี สมาชิก สนช.ได้ยื่นใบลาออกเป็นคนแรกในกลุ่มนี้ เมื่อวันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นวานนี้ (28 ส.ค.) ได้มีสมาชิก สนช.ลาออกเพิ่มเติม ประกอบด้วย นางกอบกาญจน์ สุริยสัตย์ วัฒนวรางกูร, ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน และ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ

มีการคาดหมายว่า นายณรงค์ชัย จะเข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในทีมเศรษฐกิจ โดยอาจเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ขณะที่ นางกอบกาญจน์ จะเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีด้านสังคม โดยมีชื่อที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) หรือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยมีข่าวบางกระแสระบุว่านางกอบกาญจน์ อาจได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพราะมีประสบการณ์จากภาคธุรกิจ เป็นผู้บริหารระดับสูงของ บริษัทโตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด

ส่วน ศ.นพ.รัชตะ ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) อยู่ด้วย คาดว่าจะรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขณะที่ นายอาคม ซึ่งดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ คาดว่าจะเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีในทีมเศรษฐกิจเช่นกัน

"พล.ท.สุรเชษฐ์" รองเสธ.ทบ.ไขก๊อก

ต่อมาเวลา 17.00 น.วันเดียวกัน กลุ่มงานสื่อมวลชน สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สนช. ได้แจ้งว่า พล.ท.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ สนช.และรองเสนาธิการทหารบก ได้ส่งหนังสือขอลาออกจากสมาชิก สนช. โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค.เป็นต้นไป

ทั้งนี้ พล.ท.สุรเชษฐ์ เคยตกเป็นข่าวว่าอาจได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารบก (เสธ.ทบ.) แทน พล.อ.อักษรา เกิดผล เสธ.ทบ.คนปัจจุบัน ในการปรับย้ายนายทหารประจำปีนี้

การลาออกจากตำแหน่งสมาชิก สนช.ของ พล.ท.สุรเชษฐ์ ขณะนี้มีจำนวน สนช.เหลือเพียง 192 คน จากที่แต่งตั้งไว้ 200 คน

"บิ๊กเต่า"ทิ้งเก้าอี้ประธานบอร์ด อสมท

นอกจากการลาออกจากตำแหน่งใน สนช.แล้ว ยังพบว่ามีแคนดิเดตรัฐมนตรีใน ครม.ประยุทธ์ 1 ได้ทยอยลาออกจากการเป็นบอร์ดชุดต่างๆ ด้วย โดยมีข่าวว่า พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ หรือบิ๊กเต่า ปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานกรรมการบริหาร อสมท ซึ่งได้รับการคาดหมายว่าจะเข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ยื่นใบลาออกจากบอร์ด อสมท แล้ว

วันเดียวกัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท. แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า นายพรชัย รุจิประภา ได้แจ้งลาออกจากตำแหน่งกรรมการ ปตท. เนื่องจากมีภารกิจอื่น โดยการลาออกมีผลตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค.เป็นต้นไป โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 27 ส.ค. นายพรชัย ได้ลาออกจากการเป็นกรรมการ ประธานกรรมการ และประธานคณะกรรมการลงทุนของเอ็กโก โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค.ด้วย

สำหรับ นายพรชัย รุจิประภา มีชื่อติดโผเป็นรัฐมนตรีหลายกระทรวง เช่น กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นต้น

เปิดโผครม.ล่าสุด "สมหมาย" คุมคลัง

สำหรับตำแหน่งรัฐมนตรีใน ครม.ชุดใหม่ที่คาดว่าลงตัวแล้ว ในส่วนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หลังจากมีชื่อแคนดิเดตหลายคน ล่าสุดลงตัวที่ นายสมหมาย ภาษี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังในยุครัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ และอดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง

มีรายงานว่า ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. เห็นชอบด้วยกับการตั้ง นายสมหมาย โดยมีข่าวว่า ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ถูกวางตัวเป็นรองนายกรัฐมนตรีคุมเศรษฐกิจของรัฐบาล

ส่วนตำแหน่งอื่นๆ ก็เช่น รองนายกฯ 5 คน ได้แก่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งอาจควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมด้วย, พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, ม.ร.ว.ปรีดิยาธร และอาจมี นายวิษณุ เครืองาม เป็นรองนายกฯคุมงานด้านกฎหมาย หรือ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้า คสช.ฝ่ายกิจการพิเศษ

ขณะเดียวกันยังมีชื่อ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร เป็นรองนายกรัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศด้วย ซึ่งต้องจับตาดูว่าชื่อไหนจะหลุดโผไปบ้าง นอกจากนั้นยังมี นายดอน ปรมัตถ์วินัย นักการทูตชื่อดัง เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา อาจเข้ามานั่งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

สำหรับตำแหน่งที่ลงตัวนานแล้ว ก็เช่น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นต้น

คสช.เตรียมปรับโครงสร้างหลังมีครม.

แหล่งข่าวจาก คสช.เปิดเผยว่า หลังจากมีการแต่งตั้ง ครม.ประยุทธ์1 และโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในเดือน ก.ย.เสร็จสิ้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เตรียมปรับโครงสร้างภายใน คสช.ใหม่ โดยจะแต่งตั้งบุคคลเข้ามาเป็น คสช.เพิ่มเติม เนื่องจากผู้บัญชาการเหล่าทัพ (ผบ.เหล่าทัพ) ที่เป็น คสช.ในปัจจุบัน จะเกษียณอายุราชการ 5 คน ได้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ (ผู้บัญชาการทหารบก) พล.อ.ธนะศักดิ์ (ผู้บัญชาการทหารสูงสุด) พล.ร.อ.ณรงค์ (ผู้บัญชาการทหารเรือ) พล.อ.อ.ประจิน (ผู้บัญชาการทหารอากาศ) จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) รวมถึง พล.ต.อ.อดุลย์ (ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ)

ทั้งนี้ แม้ทั้งหมดจะเข้าไปดำรงตำแหน่งใน ครม. แต่ก็ไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการสั่งการทหารในกองทัพ ด้วยเหตุนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จึงจำเป็นต้องดึง ผบ.เหล่าทัพคนใหม่ รวมทั้ง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ว่าที่ ผบ.ตร. เข้าไปนั่งเป็น คสช. เพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ มีความมั่นใจว่า คสช.ยังมีอำนาจในการควบคุมและบริหารประเทศ ทั้งยังทำให้เกิดความเป็นเอกภาพและเป็นปึกแผ่นว่า ผบ.เหล่าทัพ จะยังคงสนับสนุน คสช.

ดึง"มีชัย-สมคิด"เข้าโครงสร้างใหม่

แหล่งข่าวระบุอีกว่า จะมีการตั้งพลเรือนเข้าไปเป็น คสช.เพิ่มเติมด้วย เนื่องจาก คสช.จำเป็นต้องใช้คนที่มีความรู้ความสามารถจากหลากหลายสาขาอาชีพเข้ามาช่วยในช่วงเวลา 1 ปีเศษที่เหลือ โดยในเบื้องต้นจะมีการแต่งตั้ง นายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานวุฒิสภา เข้าไปดูแลงานด้านกฎหมาย และ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา คสช. ฝ่ายต่างประเทศ ซึ่งเดิมได้รับการคาดหมายว่าจะเข้าเป็นรัฐมนตรี แต่ติดปัญหาเรื่องคุณสมบัติจากถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง กรณียุบพรรคไทยรักไทย อย่างไรก็ดี พล.อ.ประยุทธ์ เสียดายความรู้ความสามารถ จึงเตรียมแต่งตั้งนายสมคิดเข้าไปช่วยงานใน คสช. ทั้งหมดนี้จะทำให้โครงสร้างใหม่ของ คสช.มีจำนวนทั้งสิ้น 14 คน รวม ผบ.เหล่าทัพชุดปัจจุบันที่จะเกษียณอายุราชการด้วย