เปิดสาระสำคัญร่างพรบ.10ฉบับเข้าสนช.วันนี้

เปิดสาระสำคัญร่างพรบ.10ฉบับเข้าสนช.วันนี้

(รายงาน) เปิดสาระร่าง พ.ร.บ.10 ฉบับเข้า สนช.วันนี้ แขวน ก.ม.ทวงหนี้-เล็งคลุมหนี้นอกระบบ

การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สัปดาห์นี้ ในวันที่ 28-29 ส.ค. มีวาระสำคัญ คือ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จำนวน 10 ฉบับแรกที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เสนอต่อ สนช. โดยเป็นการพิจารณาวาระแรก คือ วาระรับหลักการ

ทั้งนี้ ร่างกฎหมายทั้ง 10 ฉบับ ประกอบด้วย

1.ร่าง พ.ร.บ.การถวายความปลอดภัย เป็นการปรับปรุง พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยสำหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ และพระราชอาคันตุกะ พ.ศ.2549 ที่ขาดความเป็นเอกภาพ เพื่อให้การถวายความปลอดภัยมีการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานของรัฐ เป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น

2.ร่าง พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ หลักการเพื่อป้องกันการการกระทำที่ไม่เหมาะสมต่อลูกหนี้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ถ้อยคำที่เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอย่างรุนแรง การคุกคามโดยขู่เข็ญ การใช้กำลังประทุษร้าย และอื่นๆ โดยร่าง พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ ได้กำหนดความหมายของผู้ถูกถามหนี้ ลูกหนี้ ผู้ให้สินเชื่อ โดยกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ต้องจดทะเบียนประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกฎกระทรวง

นอกจากนี้ยังกำหนดให้มีคณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้ โดยมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน มีอำนาจสั่งเพิกถอนการจดทะเบียน รวมถึงการลงโทษทั้งทางปกครองและทางอาญากับผู้ฝ่าฝืน

3.ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพื่อให้การค้ำประกันหนี้ในอนาคต มีเงื่อนไขต้องกำหนดรายละเอียดของหนี้และขอบเขตความรับผิดของผู้ค้ำประกัน รวมทั้งจำกัดความรับผิดของผู้ค้ำประกัน พร้อมกำหนดให้ผู้ค้ำประกันได้รับประโยชน์จากการที่เจ้าหนี้กระทำการใดๆ อันเป็นผลลดจำนวนหนี้ให้กับลูกหนี้ และให้ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดในหนี้อันมีกำหนดเวลาแน่นอน

4.ร่าง พ.ร.บ.ศุลกากร เป็นการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 โดยกำหนดหลักเกณฑ์การนำของเข้าเพื่อการผ่านแดนหรือการถ่ายลำออกนอกราชอาณาจักร ให้อำนาจอธิบดีกรมศุลกากรในการพิจารณากำหนดราคา หลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไข และให้พนักงานศุลกากรมีอำนาจตรวจสอบของที่นำเข้ามาเพื่อการผ่านแดนหรือการถ่ายลำที่อยู่ในยานพาหนะ คอนเทนเนอร์ หรือหีบห่ออย่างอื่น โดยไม่ต้องมีหมายค้น หากมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าของนั้นเกี่ยวข้องหรือมีไว้เพื่อใช้ก่อการร้ายหรือฝ่าฝืนความมั่นคง

5 ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2530 (ฉบับที่...) มีสาระสำคัญกำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีอำนาจในการประกาศกำหนดอัตราอากรตามราคาหรือตามสภาพเพื่อปฏิบัติตามข้อผูกพันหรือตามสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ รวมทั้งกำหนดให้การเรียกเก็บและเสียอากรศุลกากรสำหรับของที่นำเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรเป็นไปตามที่กำหนดในกฎหมายหรือตามที่รมว.การคลังประกาศกำหนดโดยความเห็นของคณะรัฐมนตรี ให้อธิบดีกรมศุลกากรมีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์ของที่จะนำเข้ามาในราชอาณาจักร และมีอำนาจพิจารณาตีความพิกัดอัตราศุลกากร ฯ

6.ร่าง พ.ร.บ.การกลับไปใช้สิทธิในบำเหน็จบำนาญตาม พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2494 โดยบุคคลที่มีสิทธิขอกลับไปใช้สิทธิในบำเหน็จบำนาญตาม ร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่ จะต้องเป็นข้าราชการที่เป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญราชการ และผู้รับบำนาญที่เคยเป็นสมาชิกกองทุนฯ รวมทั้งทหารกองหนุนมีเบี้ยหวัด

7.ร่าง พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการขออนุญาตประกอบกิจการ พร้อมกำหนดจัดตั้งศูนย์บริการร่วมเพื่อรับคำร้องและศูนย์รับคำขออนุญาต

8.ร่าง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกำหนดหลักเกณฑ์ในการจัดทำคำสั่งทางปกครอง โดยให้เจ้าหน้าที่ผู้จัดทำคำสั่งทางปกครองแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอ ยื่นหรือส่งเอกสารที่ถูกต้อง หรือที่ยังขาดอยู่ภายในเวลาที่กำหนด และเมื่อผู้ยื่นคำขอได้จัดส่งเอกสารครบ เจ้าหน้าที่จะปฏิเสธไม่ดำเนินการตามคำขอไม่ได้ ทั้งนี้ให้เจ้าหน้าที่ต้องออกคำสั่งทางปกครองเป็นหนังสือให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด

9.ร่าง พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย และ 10.ร่าง พ.ร.บ.ประกันชีวิต โดยทั้ง 2 ฉบับนี้มีเนื้อหาสาระสำคัญคล้ายกันคือ กำหนดให้บริษัทที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัย ต้องมีจำนวนหุ้นที่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยถืออยู่ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 75 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงและจำหน่ายได้แล้วหมด และต้องมีกรรมการเป็นบุคคลผู้มีสัญชาติไทยไม่ต่ำกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด

อย่างไรก็ดี ในส่วนของ ร่าง พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ ที่ประชุมคณะกรรมาธิการสามัญกิจการสภานิติบัญญัติ (ชั่วคราว) หรือวิป สนช.เห็นควรให้เสนอต่อที่ประชุม สนช.เพื่อพิจารณาเลื่อนร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวออกไปก่อน เนื่องจากวิปได้เชิญหน่วยงานภาครัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สภาทนายความ มาให้ข้อมูล โดยหน่วยงานดังกล่าวเห็นว่ามีรายละเอียดบางอย่างที่ควรไปปรับปรุงและเพิ่มเข้าในร่างกฎหมาย โดยเฉพาะการให้กฎหมายฉบับนี้ครอบคลุมไปถึงการทวงหนี้นอกระบบด้วย