วิป สนช. มีมติเลื่อนพิจารณาร่างพรบ.ทวงหนี้ หลังยังมีคนไม่เห็นด้วย ชี้ควรปรับปรุง แต่ไม่ถึงขั้นส่งคืน คสช.
นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือวิป สนช.เปิดเผยว่า การประชุมวิป สนช.เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.สำคัญและเร่งด่วนจำนวน 10 ฉบับที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เสนอให้ สนช. พิจารณา โดยร่างกฎหมายเกือบทั้งหมดที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้รับหลักการและตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณา มีเพียงร่างพ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ... ที่วิป สนช. เห็นว่าควรเลื่อนวาระการพิจารณาออกไปก่อน
แม้ว่าร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวจะถูกบรรจุในวาระการประชุม สนช. ในวันที่ 28 ส.ค.แล้วก็ตาม เนื่องจากพบว่ายังมีปัญหาข้อกฎหมายหลายประการ โดยตัวแทนจากสภาทนายความแห่งประเทศไทย และตัวแทนจากเนติบัณฑิตสภา แสดงความไม่เห็นด้วยกับร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ โดยเห็นว่าขณะนี้มีกฎหมายหลายฉบับที่ครอบคลุมการทวงหนี้อยู่แล้ว ขณะที่ปัญหาเรื่องหนี้นอกระบบก็มีเพียง 78 คดีเท่านั้น ส่วนใหญ่เป็นหนี้อยู่ในระบบสถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะควบคุมดูแลอยู่ โดยบางส่วนเห็นว่าควรบรรจุอยู่ในกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค นอกจากนี้กรรมาธิการฯ ก็แสดงความเห็นหลากหลาย โดยเห็นว่าเพื่อความรอบคอบควรเลื่อนระเบียบวาระออกไปเพื่อศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วนก่อน
ขณะที่นายสมชาย แสวงการ ในฐานะเลขานุการวิป สนช. เปิดเผยว่า หน่วยงานภาครัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สภาทนายความแห่งประเทศไทย ได้มาให้ข้อมูลต่อที่ประชุมวิปสนช.เมื่อวันที่ 26 ส.ค. โดยส่วนใหญ่เห็นว่ามีรายละเอียดบางอย่างที่ควรไปปรับปรุงและเพิ่มเข้าในร่างกฎหมาย โดยเฉพาะการให้กฎหมายฉบับนี้ครอบคลุมไปถึงการทวงหนี้นอกระบบด้วย จากเดิมที่คุ้มครองเฉพาะกรณีการทวงถามหนี้ในระบบเท่านั้น
"ที่ผ่านมาประชาชนส่วนใหญ่เรียกร้องให้เกิดกฎหมายคุ้มครองลูกหนี้ที่ถูกทวงหนี้จากเจ้าหนี้นอกระบบอย่างไม่เป็นธรรม ดังนั้น เมื่อได้ฟังความคิดเห็นจากหลายฝ่าย วิปสนช.จึงเห็นว่าควรนำกฎหมายไปปรับปรุงเพื่อเพิ่มเติมเนื้อหาให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน อย่างไรก็ตามยังไม่ได้กำหนดเรื่องของกรอบเวลา แต่จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล และคิดว่าคงไม่ถึงขั้นต้องส่งร่างกฎหมายกลับคืนไปยังคสช.แต่อย่างใด" นายสมชาย กล่าว





