"อภิสิทธิ์"ค้านปตท. เสนอแยกบ.ท่อก๊าซ หวั่นอาจเข้าทางใช้เทคนิคเพิ่มราคาหุ้น ทำก.คลังซื้อหุ้นราคาแพง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Abhisit Vejjajiva” เรื่อง “ทางออกความขัดแย้งในสังคม : กรณีท่อก๊าซ” ตอนหนึ่งว่า การที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศว่าจะทำงานด้วยความมุ่งมั่น ซื่อสัตย์ เพื่อทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้า สู่การปฏิรูปด้วยความมั่นคงนั้น ขณะนี้เริ่มมีปัญหาบางเรื่องที่น่าเป็นห่วง หากละเลยไปจะเกิดความขัดแย้งที่อาจขยายตัวเป็นวงกว้างได้ เช่น เรื่องพลังงาน เรื่ององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเรื่องราคาพืชผลทางการเกษตร
เฟสบุ๊กส์ นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า การที่ปตท.เสนอให้แยกบริษัทท่อออกมาก่อน ดูผิวเผินแล้วเหมือนจะทำให้ระบบท่อก๊าซกลับมาเป็นของรัฐ แต่ความจริงแล้วอาจไม่เกิดความเป็นธรรมในระบบพลังงาน เพราะปตท. เป็นผู้ประกอบการที่ใช้ท่อเป็นรายหลัก หากให้ ปตท.เป็นผู้กำหนดกติกาการใช้ ก็จะสามารถอาศัยอำนาจเหนือตลาดที่ตนเองมีอยู่เก็บค่าบริการสูง และสามารถใช้เทคนิคการโอนราคา เพื่อลดต้นทุนในส่วนอื่นได้ ซึ่งจะเป็นการทำให้มูลค่าของบริษัทท่อสูงจากการอาศัยอำนาจการผูกขาด ในที่สุดกระทรวงการคลังต้องเข้ามาซื้อหุ้นในราคาแพง ซึ่งเป็นภาระของประชาชนทั้งประเทศ แต่เป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้นปตท.
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขั้นตอนที่น่าจะดำเนินการควรจะเป็นดังนี้ 1.หาข้อยุติในข้อกฎหมายเกี่ยวกับสถานะของระบบท่อทั้งหมด โดยเฉพาะในกรณีที่ยังมีการโต้แย้งอยู่ว่า มีระบบท่อส่วนใดที่เป็นสาธารณสมบัติแต่ยังไม่ได้มีการโอนกลับคืนมา 2.เมื่อโอนทรัพย์สินถูกต้องครบถ้วนตามคำพิพากษาแล้ว ให้รัฐดำเนินการซื้อทรัพย์สินในส่วนที่เป็นสาธารณูปโภคผูกขาดที่เหลือ ออกมาจากปตท. โดยควรซื้อตามมูลค่าทรัพย์สิน มิใช่การซื้อหุ้นโดยประเมินราคาจากความสามารถในการทำรายได้ของท่อที่มีการผูกขาด เพราะปตท. มีสิทธิเฉพาะในทรัพย์สิน แต่ไม่มีสิทธิใช้อำนาจการผูกขาดในการหารายได้ 3.เมื่อท่อกลับคืนมาเป็นของรัฐแล้ว ให้องค์การของรัฐเป็นผู้บริหาร กำหนดกติกาเกี่ยวกับการใช้ท่อสำหรับทุกรายอย่างเสมอภาค รวมทั้งเป็นธรรมกับประชาชนในฐานะผู้ใช้ก๊าซด้วย เชื่อว่าหากทุกฝ่ายพิจารณาตามหลักการนี้ น่าจะลดช่องว่างหรือความขัดแย้งที่กำลังเกิดขึ้นได้ ทั้งนี้รัฐบาลควรระงับการดำเนินการใดๆ ที่จะทำให้การดำเนินการไปตามหลักการนี้เป็นไปได้ยากขึ้น





