คสช.คุมกำเนิดการเมืองท้องถิ่น เหตุเป็นมือเป็นไม้ของนักการเมืองระดับชาติ เพื่อยุติปัญหาการเมืองท้องถิ่น
โรดแม็พของคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือ “คสช.” ที่ได้มีการยึดอำนาจหลังเข้ายุติปัญหาการเมือง ทุจริตคอรัปชั่น การแตกแยกขัดแย้งของประชาชนที่มีขึ้นในตลอดช่วงเวลาต่อเนื่องเกือบ 10 ปี
เมื่อโรคร้ายเกิดขึ้น ย่อมต้องรักษาเพื่อให้กลับมาเป็นปกติ ในอดีตมองกันว่า การที่ต้องมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ขึ้นเพื่อต้องการให้มีการกระจายอำนาจจากส่วนกลางไปสู่ภูมิภาค ปัจจุบัน สิ่งที่เป็นหรือสิ่งที่เห็น การแบ่งปันให้ภูมิภาค กลับกลายเป็นมือเป็นไม้ของนักการเมืองระดับชาติ
คสช. จึงมีประกาศขึ้นมาเป็นฉบับที่ 85/2557 เรื่อง “การได้มาซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นเป็นการชั่วคราว” ที่เกี่ยวข้องกับอปท. มีเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบลและองค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นเครือข่าย ถือเป็นอีกฉบับที่ออกมาเพื่อยุติปัญหาการเมืองท้องถิ่น
ท้องถิ่นใดที่คงอยู่ก็ให้ทำหน้าที่ต่อไป ส่วนพื้นที่ใดหมดวาระไปให้หยุดเลือกตั้งเอาไว้ก่อน
ทุกสิ่งมีขึ้นภายใต้สมมุติฐานฝ่ายทุนนิยมใหม่ที่เข้ามาครอบครองอำนาจ เข้ามาบริหารประเทศในระบอบประชาธิปไตยตามรูปแบบสากล ได้กลายร่างแฝงตัวเป็นกลุ่ม "ธนกิจการเมืองหรือธุรกิจการเมือง"
ประกาศที่ 85/2557 ที่"วิบูลย์ สงวนพงศ์"ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาการ รมว.มหาดไทย เป็นผู้บังคับบัญชาควบคุมดูแลกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) ได้เดินหน้าจัดแถว แก้ระเบียบปรับโครงสร้างวิธีการของเหล่า “อปท.” ที่เป็นหน่วยงานใต้สังกัดสนองนโยบายให้ขับเคลื่อนต่อไปตามแนวทางของ “คสช.” ได้คลอดระเบียบใหม่จากเลือกตั้งเป็นลากตั้งหรือสรรหาแทนเรียบร้อย
ขณะที่ประกาศ คสช.ฉบับที่ 86/2557 เรื่อง “การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานครและสมาชิกสภาเขตเป็นการชั่วคราว” ตรงนี้ถือเป็นองค์กรปกครองท้องถิ่นพิเศษ ที่จะยังไม่มีการเลือกตั้งแน่นอน คงต้องอยู่ให้ครบวาระหมดอายุในวันที่ 28 ส.ค.นี้
กระบวนการให้มีการสรรหาของเดิมสมาชิกสภากรุงเทพมหานครหรือสก.ที่ของเดิมในการเลือกตั้งมีอยู่จำนวน 61 คน แต่ในการสรรหารอบใหม่จะคงมีสมาชิกสภากรุงเทพฯ เพียง 30 คน จึงทำให้ยังไม่มีการสั่งการเป็นลายลักษณ์อักษรใดๆ จากปลัดกระทรวงมหาดไทยที่เป็นประธานกรรมการตามประกาศของทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
โดย อปท. ไม่ว่า อบจ.- เทศบาล- อบต. และกทม.หลักรวมผู้ที่ได้รับคัดสรรมาใหม่ ต้องมีสัดส่วนเป็นอดีตหรือปัจจุบันเป็นข้าราชการ 2 ใน 3 ของสมาชิกท้องถิ่นนั้น
พิจารณากรอบแนวคิดการแก้ไขกฎหมายระเบียบโครงสร้างรวมที่เกิดขึ้นในส่วนของ “ข้อดี” ถือเป็นการประหยัดงบประมาณได้ รวมถึงการลอความขัดแย้งของผู้คนในสังคม ขระที่คระกรรมการการเลือกตั้งก็มีเวลาไปทบทวนระเบียบข้อกฎหมาเลือกตั้งในช่วงเวลาต่อจากนี้ไปเพื่อนำไปปฏิบัติให้เกิดผล
แต่หากมองในด้าน “ข้อเสีย” คงไม่อาจปฏิเสธได้ว่า สิ่งที่มีและเห็นเป็นไปไม่มีความเป็นประชาธิปไตย นักเลือกตั้งที่เคยมีไม่ได้เสนอตัวเข้ารับการเลือกตั้งไม่ได้ไปสัมผัสใกล้ชิดกับประชาชน
ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ย่อมมีเหตุเป็นผล ต่อจากนี้ไป คงต้องรอหลังรัฐบาลชั่วคราวเข้ามาทำงานค่อยสานต่อตัดแต่งพันธุกรรมบริหารจบม้วนประมาณช่วงกันยายนหรือตุลาคมปลายปี 58 แล้ว ค่อยปล่อยกลับให้เจริญเติบโตต่อไป..!
รายละเอียดการดำเนินการตามขั้นตอนการสรรหา สมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบจ./เทศบาล./อบต)
1.การคัดเลือก คกก.สรรหา จากประธานสภาหอการค้าจังหวัด/ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัด/ประธานสภาทนายความประจำจังหวัด
- ผู้ว่าราชการจังหวัด มีหนังสือแจ้งทั้ง 3 องค์กรมาร่วมประชุม ตามขั้นตอนดังนี้
ก) ลงลายมือชื่อเข้าร่วมประชุม
ข) ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือผู้แทน เป็นประธานการประชุมกล่าวถึง ประกาศ คสช. ฉบับที่ 85 และดำเนินการคัดเลือก 3 องค์กรให้เหลือเป็น คกก.สรรหา 3 คน
ค) วิธีการคัดเลือกให้ที่ประชุมตกลงกันว่าจะใช้วิธีลับ หรือ เปิดเผย
ง) ทำรายงานการประชุมการคัดเลือกกันเองของ 3 องค์กรไว้เป็นหลักฐาน และใช้หลักฐานการประชุมเป็นเอกสารสำคัญว่าผู้ใดได้การคัดเลือกกันเองของ 3 องค์กร
2. เมื่อได้ คกก.สรรหาครบทั้ง 7 ท่านแล้ว ควรมีนัดการประชุมเพื่อกำหนดแนวทางการคัดเลือกสมาชิก อปท. โดยใช้วิธีการทาบทามบุคคลที่มีคุณสมบัติครบตามข้อ 4 ของประกาศ คสช. ฉบับที่ 85 ซึ่งมีแนวทางเลือกดังนี้
2.1 ให้ คกก. สรรหาทุกท่านไปทาบทามบุคคลตามคุณสมบัติข้อ 4 ของประกาศ คสช.ฉบับที่ 85 ให้เท่ากับจำนวนสมาชิก อปท. ที่จะพึงมิได้ในแต่ละประเภทของ อปท. (อบต. 10 คน เทศบาล 12 คน อบจ. มีจำนวนกึ่งหนึ่งของที่มีอยู่เดิม) หรือ
2.2 มอบให้เลขานุการ (ท้องถิ่นจังหวัด) ไปทาบทามผู้มีคุณสมบัติฯ จำนวน 2 - 3 เท่าของสมาชิก อปท. ที่พึงจะมีได้ แล้วนำมาสรุปนำเสนอ คกก. สรรหา เพื่อพิจารณาคัดเลือกต่อไป หรือ
2.3 ให้ คกก.สรรหาทุกท่านไปทาบทามผู้มีคุณสมบัติฯ เท่าที่ทำได้ และให้ฝ่ายเลขานุการไปทาบทามผู้มีคุณสมบัติฯ มาอีกจำนวน 1-2 เท่าของสมาชิก อปท. ที่จะพึงมีได้ หรือ
2.4 แนวทางอื่นๆ ที่ คกก.สรรหาเห็นว่าควรดำเนินการ แต่ไม่ควรดำเนินการโดยออกประกาศเชิญชวนมาสมัคร เนื่องจากไม่ตรงตามเจตนารมณ์ และประกาศ คสช. ฉบับนี้ไม่ได้ให้อำนาจดำเนินการในลักษณะนี้
ทั้งนี้ ในการไปทาบทามบุคคลที่มีคุณสมบัติที่มีคุณสมบัติควรมีแบบในการทาบทามที่มีข้อมูล เช่น ชื่อ-สกุล เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก อายุ ที่อยู่ ตำแหน่ง หน้าที่ปัจจุบันหรืออดีต อาชีพ การศึกษา ประสบการณ์ ในการทำงานผลงาน ผลงานหรือใบประกาศเกียรติคุณ เอกสารหลักฐาน เช่น รูปถ่าย สำเนาบัตรประชาชนหรือบัตร้าราชการ หรือบัตรข้าราชการบำนาญ สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาปริญญาบัตร เอกสารที่แสดงว่าเป็นประธานหรือ หัวหน้าองค์กรภาคประชาชน ภาคเอกชน เช่น ใบแต่งตั้ง เป็นต้น ทั้งนี้ให้มีการลงลายมือชื่อของผู้ที่ถูกทาบทามรับรองข้อมูล และให้ผู้ถูกเสนอชื่อยินยอมเพื่อเข้ารับการคัดเลือกด้วย ทั้งนี้ได้ทำตัวอย่างแบบใบทาบทามให้ด้วยแล้ว
3.ในการนัดประชุมคัดเลือกของ คกก.สรรหา ท้องถิ่นจังหวัดในฐานะฝ่ายเลขานุการ ควรทำสรุปข้อมูลตามแนวทางที่ถูกเลือกจากข้อ 2.1-2.4 โดยจัดทำเป็นตารางสรุปข้อมูลเปรียบเทียบผู้มีคุณสมบัติครบถ้วน เสนอที่ประชุม คกก.สรรหา เพื่อความสะดวก และรวดเร็วในการพิจารณา โดยเน้นจัดทำข้อมูลตามข้อ 2 ของประกาศ คสช. ฉบับที่ 85 ซึ่งได้แก่ความรู้ ความสามารถ การบริหารงานท้องถิ่น การคลังท้องถิ่น ศึกษาท้องถิ่น สิ่งแวดล้อม โยธาธิการ ผังเมือง โครงสร้างพื้นฐาน ฯลฯ โดยคำนึงถึงพฤติกรรม คุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และความเป็นกลาง ทางการเมืองเป็นที่ประจักษ์ของผู้ที่ได้รับการคัดเลือกด้วย
4.การดำเนินการประชุม คกก.สรรหา ให้ดำเนินการตามข้อ 5 วรรคสามที่ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการที่มีอำนาจดำเนินการพิจารณาทางปกครองตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (อาทิเช่น องค์ประชุม การลงมติ เป็นต้น)
5.เมื่อได้มีการสรรหาสมาชิก อปท. ได้ครบจำนวนแล้วให้ท้องถิ่นจังหวัดในฐานะฝ่ายเลขานุการจัดทำประกาศตามแนวทางที่กำหนดไว้นำเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานกรรมการสรรหาฯ ภายใน 3 วัน
6.เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดลงนามประกาศแล้วให้ส่งประกาศไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ นายอำเภอท้องที่ที่ อปท.นั้นตั้งอยู่ อปท.ที่มีการสรรหาสมาชิก กกต.จังหวัด กระทรวงมหาดไทย และผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิก อปท. โดยด่วน (ไม่ควรเกิน 5 วัน นับจากวันที่มีมติ)
7.การดำเนินการหลังจากได้สมาชิก อปท.แล้ว เช่น การเรียกประชุมสภา การเลือกประธาน รองประธานสภา เลขานุการสภา การดำเนินการประชุมให้ถือปฏิบัติตามกฎหมายจัดตั้ง อปท. และระเบียบ มท. ว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภาท้องถิ่น พ.ศ.2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม





