"พีระศักดิ์" เผยร่างข้อบังคับการประชุม สนช.เสร็จสัปดาห์หน้า เนื้อหาระบุชัดมีหมวด "ถอดถอนนักการเมือง"
"พีระศักดิ์" เผยร่างข้อบังคับการประชุม สนช.เสร็จสัปดาห์หน้า เนื้อหาระบุชัดมีหมวด "ถอดถอนนักการเมือง" พร้อมเคาะ กมธ.สามัญแค่20 คณะ แต่เพิ่ม กมธ.วิสามัญปฏิรูปการเมือง ด้าน เลขาฯ กกต.มั่นใจมีผู้เสนอชื่อเข้าสรรหาเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปไม่ต่ำกว่า 3 พันคนแน่ ขณะที่โฉมหน้า ครม.ใหม่ยังอึมครึม "ปนัดดา" ปัดถูกทาบร่วม "ประยุทธ์1"
นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างข้อบังคับการประชุมสนช. เปิดเผยเมื่อวานนี้ (23 ส.ค.) ว่า ขณะนี้การพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมคืบหน้าไปมากแล้ว โดยส่วนใหญ่ยังคงยึดตามร่างของ สนช.ปี2549 เป็นหลัก แต่ได้ปรับปรุงเพิ่มหมวดต่างๆ เพื่อให้เป็นตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557
ส่วนจำนวนคณะกรรมาธิการสามัญประจำ สนช.ที่ประชุมสรุปให้มี 20 คณะ นอกจากนี้ ให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาติดตามการบังคับใช้กฎหมายและมาตรการเกี่ยวกับการพิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์ คณะกรรมาธิการวิสามัญการปฏิรูปการเมือง คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาและติดตามกระบวนการและมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ รวมทั้งเพิ่มหมวดของการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี
นายพีระศักดิ์ กล่าวต่อว่า ร่างข้อบังคับฉบับใหม่จะเพิ่มหมวดการถอดถอนและการพ้นสมาชิกภาพของ สนช.ด้วย แต่เนื่องจากมีกฎหมายอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น รัฐธรรมนูญ กฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริต กฎหมายว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน จึงต้องรอบคอบในการยกร่างในหมวดนี้ ล่าสุดได้ตั้งอนุกรรมาธิการขึ้นศึกษา โดยจะนำข้อสรุปให้คณะกรรมาธิการชุดใหญ่ในวันที่ 28 ส.ค. คาดว่าร่างข้อบังคับจะเสร็จในสัปดาห์หน้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับร่างข้อบังคับการประชุม สนช.ที่คณะกรรมาธิการฯยกร่าง ได้พิจารณาฉบับใหม่นี้มีการปรับเพิ่มในกรณีสิ้นสมาชิกภาพของสนช. โดยระบุถึงจำนวนครั้งที่สมาชิกไม่ได้แสดงตนเพื่อลงมติในที่ประชุมตามกำหนดก็จะพ้นสมาชิกภาพ
กล่าวคือ หากสมาชิกไม่แสดงตนเพื่อลงมติในที่ประชุมสภาตามวรรคหนึ่งเกินกว่าหนึ่งในสามของจำนวนครั้งที่มีการแสดงตนเพื่อลงมติทั้งหมดในรอบระยะเวลา 90 วัน ให้สมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลงตามมาตรา 9 (5) ของรัฐธรรมนูญ วันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดของแต่ละรอบระยะเวลาให้เป็นไปตามที่ประธานสภากำหนด
ยกร่างถอดถอนนักการเมืองด้วย
ส่วนหมวดการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ.2542 นั้น นายพีระศักดิ์ กล่าวว่า คณะกรรมาธิการได้ยกร่างขึ้นคร่าวๆ โดยเขียนคำจำกัดความของผู้ถูกกล่าวหา ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและข้าราชการระดับสูง ตลอดจนกรรมการ ป.ป.ช. และได้กำหนดขั้นตอนวิธีการพิจารณาการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูล
โดยเมื่อ ป.ป.ช.ส่งเรื่องให้ สนช.พิจารณาถอดถอน ก็ให้ประธานพิจารณาโดยบรรจุเข้าวาระการประชุมเป็นเรื่องด่วน แล้วแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหารับทราบ จากนั้นให้ประชุมนัดแรกภายใน 20 วันนับแต่วันที่ได้รับรายงานและความเห็นจาก ป.ป.ช. เพื่อกำหนดวันแถลงของคณะกรรมการป.ป.ช.และผู้ถูกกล่าวหาและพิจารณาคำขอเพิ่มเติมพยานหลักฐาน
จากนั้นให้เปิดประชุมเพื่อพิจารณาถอดถอนบุคคล เมื่อเสร็จสิ้นให้ประธานเรียกประชุมเพื่อลงมติถอดถอนหรือไม่ถอดถอนภายใน 3 วันนับแต่วันแถลงการณ์ปิดสำนวนด้วยวาจา หรือวันพ้นกำหนดให้ยื่นคำแถลงการณ์ปิดสำนวนเป็นหนังสือ
ส่วนการออกเสียงลงคะแนนถอดถอนให้กระทำโดยวิธีลงคะแนน เมื่อมีมติแล้ว ให้ประธานแจ้งมติให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง แล้วแต่กรณี รวมทั้งเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อทราบโดยเร็ว เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการถอดถอน อย่างไรก็ตามกรรมาธิการยกร่างยังเพิ่มการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งนอกเหนือไปจากกฎหมาย ป.ป.ช.ได้ด้วย
นัดถกร่างก.ม.10ฉบับสัปดาห์หน้า
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สนช.ได้ทำหนังสือด่วนมากถึงสมาชิก สนช. ตามที่นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.ได้มีคำสั่งให้นัดประชุมครั้งที่ 4-5/2557 ในวันที่ 28-29 ส.ค.นี้ เวลา 10.00 น.
โดยมีวาระการพิจารณาเรื่องด่วน ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) เพื่อพิจารณาเสนอรายชื่อบุคคลที่เห็นสมควรเป็นกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ผู้ทรงคุณวุฒิ หลังจากตุลาการศาลยุติธรรม 2 คน คือ นายพิภพ อะสีติรัตน์ และนายวรสิทธิ์ โรจนพานิช ครบวาระการดำรงตำแหน่ง ในวันที่13 ส.ค.ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ บรรจุระเบียบวาระเรื่องด่วน คือ พิจารณาร่างกฎหมายเร่งด่วน 10 ฉบับ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นผู้เสนอ คือ
1.ร่าง พ.ร.บ.การถวายความปลอดภัย 2.ร่าง พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ 3.ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 4.ร่างพ.ร.บ.ศุลกากร 5.ร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร
6.ร่าง พ.ร.บ.การกลับไปใช้สิทธิในบำเหน็จบำนาญ ตาม พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ 7.ร่าง พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ 8.ร่าง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง 9.ร่าง พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย และ 10.ร่าง พ.ร.บ.ประกันชีวิต
ปนัดดาปัดถูกทาบร่วมครม.ประยุทธ์
ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวปฏิเสธกระแสข่าวถูกทาบทามเข้าร่วมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ไม่ได้ถูกทาบทามเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เพราะเป็นข้าราชการประจำมาตั้งแต่กระทรวงมหาดไทยจนมารับหน้าที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีถือเป็นความฝันที่สูงสุดแล้ว
ส่วนที่มี ครม.ที่มาจากข้าราชการประจำ การบริหารราชการแผ่นดินน่าจะดีกว่านักการเมืองหรือไม่นั้น เขาเห็นว่า ข้าราชการประจำจะยึดถือเรื่องระเบียบวินัย ยึดถือเรื่องความถูกต้อง และหลักของผู้บังคับบัญชา โดยมีหัวใจหลักคือการรับใช้ประชาชน ซึ่งเป็นพื้นฐานในการพัฒนาประเทศแต่ส่วนตัวไม่อยู่ในฐานะที่จะวิพากษ์วิจารณ์อะไรได้
เมื่อถามว่า ส่วนตัวมองว่ารัฐบาลที่มาจากข้าราชการประจำไม่มีประสบการณ์ทางการเมืองและการบริหารประเทศมาก่อนจะทำหน้าที่ได้เหมือนกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งหรือไม่ ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า ข้าราชการทำงานโดยยึดระเบียบวิธีการ ส่วนนักการเมืองมีความหลากหลาย มีอายุที่มาที่ไปและอาชีพที่หลากหลายแตกต่างกัน แต่ถ้าสามารถประสานกันได้ด้วยดีทั้งสองส่วน ประโยชน์ก็จะตกอยู่กับประเทศและประชาชน
ส่วนที่มองกันว่าครั้งนี้จะเป็นบทพิสูจน์นายกรัฐมนตรีที่มาจากข้าราชการประจำนั้น เขากล่าวว่า เป็นเรื่องของแต่ละบุคคลที่จะปฏิบัติตนให้ได้รับความไว้วางใจ ความศรัทธา
คาดยอดสมัครสปช.ไม่ต่ำ3พันคน
ส่วนความคืบหน้าการเสนอชื่อเข้าเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) นั้น นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เปิดเผยว่า มีนิติบุคคลทยอยเสนอชื่ออย่างต่อเนื่อง ขณะนี้มีผู้ถูกเสนอชื่อ 1,845 คน และเชื่อว่าก่อนสิ้นสุดการเปิดรับเสนอชื่อในวันที่ 2 ก.ย.นี้น่าจะมีนิติบุคคลเสนอชื่อไม่ต่ำกว่า 3,000 รายชื่อ
ส่วนบางด้านที่มีผู้เสนอชื่อน้อยนั้นในทางปฏิบัติก็สามารถคละกันได้ เพราะบางด้านอาจจะมีไม่ถึง 50 คน อย่างด้านพลังงานที่มีคนมาเสนอชื่อน้อย ซึ่งอาจจะมีคนที่มีความรู้จริง เป็นผู้ทรงคุณวุฒิในเรื่องนี้อาจจะไม่มาก
"อย่างไรก็ตามเชื่อว่าในเวลา 10 วันหลังจากนี้จะมีบุคคลมาเสนอชื่อในแต่ละด้านจำนวนมาก เพราะมีผู้สนใจที่ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการโทรศัพท์มาปรึกษา จึงได้สั่งให้เพิ่มบุคลากรในการอำนวยความสะดวกให้ข้อมูลเป็น 100 คนจากเดิมที่มี 70 คน" นายภุชงค์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบุคคลที่เข้ารับการสรรหาเป็น สปช. ตลอดช่วงเช้าวันนี้มีบุคคลที่น่าสนใจ อาทิ นายวิจารณ์ พานิช อดีตประธานคณะกรรมการการอุดมศึกษาที่มูลนิธิบัณฑิตยสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยเสนอชื่อเข้ารับการสรรหาด้านการศึกษา
นอกจากนี้มูลนิธิดังกล่าวยังเสนอชื่อนายวันชัย บุญแสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการส่งเสริมการวิจัยในอุดมศึกษาและพัฒนามหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ เข้ารับการสรรหาด้านการศึกษาเช่นกัน
ขณะเดียวกันนายนที วรรธนะโกวินท์ นายกสมาคมรถเช่าไทย และกรรมการผู้จัดการบริษัทแจแปน เร้นท์ ประเทศไทย ถูกเสนอชื่อโดยสมาคมรถเช่าไทย เข้ารับการสรรหาด้านเศรษฐกิจ
นางศิริพร ไศละสูตร อดีตอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน มูลนิธิหวาน-จุ้ย สุขแก้ว ได้เสนอเข้ารับการสรรหาด้านพลังงาน เช่นเดียวกับนายประเจิด สุขแก้ว อดีตผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่ถูกเสนอชื่อสรรหาในด้านเดียวกัน
แม่ทัพภาค1วอนดูผลงานก่อนติ
วันเดียวกัน พล.ท.ธีรชัย นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผู้บังคับการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (ผบ.กกล.รส.) และสนช.กล่าวว่า คงไม่ต้องไปบอกว่านายกรัฐมนตรีจะต้องทำอะไรก่อนหรือหลัง เพราะขณะนี้ คสช.ก็ทำหมดทุกอย่างอยู่แล้ว
พล.ท.ธีรชัย กล่าวด้วยว่า ขอให้ดูการบริหารงานของรัฐบาลก่อน ซึ่งเราต้องเป็นกำลังใจให้กันดีกว่า แต่ขณะนี้เรายังไม่ได้เริ่มแล้วมาบอกว่าทำไม่ได้คงเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง
"อย่าเพิ่งออกมาติกันเลย ทุกอย่างก็สามารถพูดคุยกันได้ และต้องมีเสียงสะท้อนบ้างเป็นธรรมดา ไม่ใช่ออกมาติกัน ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ทำอะไรเลย ใจเย็นๆ ดูการทำงานของรัฐบาลไปก่อนไม่ดีกว่าหรือ" แม่ทัพภาค 1 กล่าว
เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุว่าปัญหาเศรษฐกิจและการปฏิรูปการเมืองเป็นเรื่องที่แก้ไขได้ยาก พล.ท.ธีรชัยกล่าวว่า ไม่ต้องเป็นห่วง มีคนไทยอีกมากที่มีความรู้ความสามารถ
ครม.ยังไม่ตั้งอย่าเพิ่งวิจารณ์
ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์คณะรัฐมนตรีซึ่งจะรายชื่อนายทหารเข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นจำนวนมาก รวมทั้งกระแสข่าวนายกฯ นั่งควบตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมนั้น เขากล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ตั้งกันก็ออกมาวิจารณ์กันแล้ว คอยดูก่อนไม่ดีกว่าหรือ รอให้ครม.ออกมาก่อนค่อยว่ากัน อย่าไปคาดการณ์อะไรล่วงหน้า





