ระบุยังมีพวกต่อต้านคสช. อ้าง ปชต.หวังคืนอำนาจ วอนหยุดใช้กระแสสังคมกอบโกย แนะยึดหลักศก.พอเพียง
ถอดคำต่อคำพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และผู้บัญชาการทหารบก กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย
"สวัสดีครับ พ่อแม่พี่น้องประชาชนที่รักพบกันอีกครั้งเช่นเดิม ขอบคุณที่ทุกท่านได้กรุณาติดตามรับฟัง และเป็นกำลังใจให้ผมกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตลอดมา ทุกครั้งที่เราพบกัน อยากจะเรียนว่าสิ่งที่เราคิดและเราทำออกไปนั้น บางครั้งอาจจะดูเหมือนยังไม่เร็วเท่าที่ควรพอที่จะแก้ปัญหาทุกอย่างของประเทศได้ อยากจะเรียนว่ามีปัญหาความทับซ้อนกันมากมาย ทั้งในด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคมจิตวิทยา และอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเหล่านั้น มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของประเทศ การพัฒนาประเทศ ความอยู่ดีกินดีของประชาชนในทุกมิติ
พวกเราจึงอยากขอความร่วมมือ ขอร้องบรรดาผู้ที่ยังไม่ค่อยเข้าใจที่พยายามจะต่อว่าหรือต่อต้าน โดยเลือกที่จะพูดคำว่า ประชาธิปไตย โดยการคืนอำนาจและเลือกตั้ง หรือกล่าวคำตำหนิติเตียน ทำใบปลิว บัตรสนเท่ห์ ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ค ให้ร้ายการกระทำอันเป็นเจตนาดีของพวกเรา ผมไม่ทราบว่าจะทำไปเพื่ออะไรยังคงมีการซุ่มซ่อน หลบเลี่ยง ดำเนินการในลักษณะที่มีการปกปิดซ่อนเร้นอยู่ตลอดมา และผมทราบมีการประชุมกันอยู่หลายๆ ที่ด้วยกัน โดยเป็นคนกลุ่มเดิมๆ พูดจากันว่าอะไรบ้าง ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่ดีเลย กับการที่จะขับเคลื่อนประเทศในวันข้างหน้า หรือการปฏิรูปของพวกเราผมพูดอยู่เสมอแล้วว่าเราก็อยากสร้างบรรยากาศการปรองดอง
ในการที่จะปฏิรูปประเทศไทย ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ให้ได้ แต่หลายคนก็มีความพยายามที่จะนำพากลับไปสู่สถานการณ์ไม่ปกติอีกต่อไป โดยใช้คำว่าประชาธิปไตย การเลือกตั้ง โดยที่ไม่เห็นว่าประชาธิปไตยที่ไม่สมบูรณ์ เกิดความไม่ปลอดภัย ขาดความน่าเชื่อถือจากสังคมโลก การกระจายรายได้ที่ไม่เป็นธรรม การทุจริตผิดกฎหมาย มีการบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การเอารัดเอาเปรียบผู้คนโดยใช้ทุกวิธีการทั้งผิดและถูก เพื่อให้ประชาชนส่วนใหญ่นั้น เชื่อมั่นในการกระทำดังกล่าวว่าเป็นสิ่งที่ดี ที่ถูก เกิดประโยชน์ต่อประชาชน ซึ่งก็คงเกิดได้เฉพาะบางพวก บางกลุ่ม บางพื้นที่เท่านั้น ไม่ทั่วถึงและไม่แก้ปัญหาพื้นฐานของประชาชนได้เลย ตลอดระยะเวลายาวนานในอดีตที่ผ่านมา
ยันคสช.เดินหน้าทำสิ่งจับต้องไม่ได้ ให้บริหารจัดการได้
"ผมยกตัวอย่างง่ายๆ การบริหารจัดการเรื่องน้ำทั้งระบบ การแก้ปัญหาสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ทันสมัยพร้อมต่อการให้บริการ การเตรียมการรองรับประชาคมอาเซียน การกำหนดยุทธศาสตร์ชาติที่เป็นรูปธรรมปฏิบัติได้แล้วจับต้องได้ในระยะยาว การแก้ปัญหาหนี้สินประชาชน การเข้าถึงทรัพยากรแหล่งเงินทุนของประชาชนที่ยั่งยืน ในการบริหารจัดการที่ผ่านมาเหมือนเราดูภาพถ่าย รูปถ่ายในภาพยนตร์ เหมือนนำมาให้ดูแล้วก็จบไปเหมือนหนังจบ หรือปิดหนังสือก็ไม่เห็นรูปอีกต่อไปจะเป็นชิ้นๆ ไม่เกิดความต่อเนื่องทั้งระบบ ทั่วถึงและยั่งยืนผ
เพราะฉะนั้นเราต้องพยายามทำอะไรที่จับต้องไม่ได้อย่างเป็นรูปธรรมมากนัก มาบริหารจัดการให้ได้ เช่น การบริหารจัดการพลังงานอย่างไร้ทิศทางที่ชัดเจน มียุทธศาสตร์ระยะยาวและอีกหลายๆ เรื่องที่เมื่อเราเข้ามาควบคุมอำนาจในการบริหารราชการได้ตรวจสอบพบสิ่งเหล่านี้ บั่นทอนความเจริญก้าวหน้าของประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง การศึกษา สาธารณสุขที่ยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอและยั่งยืน ผมใช้คำว่ายังไม่เพียงพอและยั่งยืน บางอย่างก็ดีอยู่ บางอย่างก็ยังไม่ยั่งยืน ผมอาจจะต้องก้าวล่วงในการทำงานของทุกฝ่าย ทั้งข้าราชการ ฝ่ายนโยบาย ฝ่ายการเมืองอยู่บ้าง เพราะท่านรู้ว่าปัญหาประเทศอยู่ที่ไหน เพียงแต่แก้ไขอะไรยังไม่ได้ ตราบใดที่ยังมีผู้บริหารข้าราชการบางคน บางส่วน บางพวก ยังมีผลประโยชน์ในการบริหารราชการ เพราะฉะนั้นประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับก็จะลดลงไปตามลำดับ ผมไม่ได้หมายถึงทุกหน่วย ทุกคน ก็มีบางคนบางส่วนเท่านั้นเอง แต่เป็นผลกระทบโดยรวม เป็นเหมือนลูกโซ่ พอตรงนี้พลาด ตรงนี้ไม่ดี ตรงนี้ผิด ก็ทำให้สิ่งที่อาจจะดีอยู่แล้ว ถูกถ่วงดุลดึงลงไปด้วย อันนี้อยากจะเรียนให้ทราบ
วอนหยุดใช้กระแสสังคมเป็นเครื่องมือกอบโกย
"เรื่องที่ผมกล่าวไปทั้งหมด เราน่าจะมองว่าถ้าเราปล่อยให้สิ่งเหล่านั้น ยังเดินหน้าต่อไปด้วยการเป็นประชาธิปไตยแบบเดิม ก็น่าจะทำให้ประเทศไทยเสียหายเป็นอย่างยิ่งในอนาคต ทำให้การพัฒนาประเทศช้าลงตามลำดับ จากผลดำเนินงานที่ผ่านมาของ คสช. ระยะที่ 1 ประมาณ 3 เดือน มีความก้าวหน้าในการแก้ไขปัญหามาในระดับหนึ่ง ไม่อยากให้ทุกอย่างเป็นในลักษณะไฟไหม้ฟาง คือทำแล้ว แก้ไปแล้ว ระหว่างที่เราเข้มงวดอยู่ก็ดูเหมือนจะดี แต่พอเราไปทำเรื่องอื่นที่มีปัญหามากมาย เรื่องเก่า อำนาจเก่า ผู้มีอิทธิพลเก่าก็จะเข้ามาอีก พยายามที่จะกลับเข้ามาแก้ไขอีก กลับไปเป็นแบบเดิมอีก โดยใช้กระแสสังคม โดยใช้กระแสของประชาชนผู้ยากไร้ ผู้มีรายได้น้อย ผมไม่เข้าใจว่าคนเหล่านี้ จิตใจทำด้วยอะไร พยายามจะทำให้คนไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้มีรายได้น้อยเข้าใจผิด และยกประโยชน์แต่เพียงส่วนน้อย ผิดกฎหมายหรือละเมิดความสงบเรียบร้อยของสังคมให้กับประชาชนเป็นจุดอ้าง และกอบโกยผลประโยชน์ส่วนใหญ่ไป และแบ่งปันส่วนน้อยให้กับผู้ที่ทำผิดกฎหมายดังกล่าว โดยมีประชาชนเหมือนกับเป็นตัวประกัน อันนี้ต้องขอร้องให้เลิกซะที เช่น การที่เราไปจัดระเบียบในสังคมเหล่านี้ ก็ยังมีคนพยายามที่จะกลับมาให้เป็นเหมือนเดิม การปรับปรุงทางเท้า การปรับปรุงการค้าขาย ปลีก ขายย่อยตามถนนหนทางก็ไปจัดระเบียบกันมาให้ได้ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องคงต้องไปหาแนวทางที่เหมาะสม ทำอย่างคนที่ยากจนจะไม่เดือดร้อน หาที่ขายให้ใหม่หรือกำหนดกติตาต่างๆ ให้ชัดเจนในบางพื้นที่ ก็ไปหาวิธีการทำให้ได้ คสช. กำหนดนโยบายไปแล้ว ฉะนั้นทุกคนต้องหามาตรการดำเนินการให้ดีที่สุด ทั้งระยะสั้น ระยะยาวไม่ให้เกิดขึ้นอีกต่อไปในการกระทำผิดกฎหมาย
"การปรองดองและการปฏิรูป ในระยะที่ 2 ซึ่งเราเพิ่งจะเริ่มต้นตอนนี้อย่าเพิ่งตำหนิติเตียนกันมากนักเลย ในเรื่องของตัวบุคคล วันนี้ถ้าดูในโซเชียลมีเดีย ดูในสื่อ ก็แทบจะไม่มีคนดีเหลืออยู่แล้วในสายตาของสังคมวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้ถ้าเราบอกว่าเราจะให้โอกาสของคนทุกคนไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตามเข้ามาแก้ไข ถ้าคนที่เขาเคยทำไม่ดีก็เป็นโอกาสให้เขามาแสดงให้เห็นว่า ถ้าทำดีจะทำได้อย่างไร เพราะเราจะมีการบริหารจัดการ และควบคุมด้วยระบบธรรมาภิบาล เพราะอย่างไรเราต้องอยู่ร่วมกันต่อไปให้ได้
แนะยึดหลักศก.พอเพียงความรู้คู่คุณธรรม
"ด้านเศรษฐกิจ สัปดาห์ที่แล้ว ผมพูดไปแล้วว่าเรามีทั้งวิกฤติและโอกาส ทำอย่างไรจะให้วิกฤติเป็นโอกาสให้ได้ ทั้งภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และอื่นๆ ต้องพัฒนาตนเองทั้งความรู้ความสามารถ ความซื่อสัตย์ ความเข้าใจซึ่งกันและกันรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ไม่มีอะไรยั่งยืน ผลิตผลต่างๆ การค้าขาย ฉะนั้นเราต้องเตรียมตัวรับความเสี่ยงให้พร้อม เราก็มีหลักการอยู่แล้วใช่หรือไม่ เรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการมีภูมิคุ้มกัน โดยมีความรู้คู่คุณธรรม ความรู้สำคัญในทุกวิชาชีพ ทุกอาชีพต้องมีความรู้ คำว่ามีคุณธรรมคือไม่ไปเบียดเบียน ไม่ไปรังแก ไม่ไปขูดรีดกับผู้ที่มีรายได้น้อย ซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น การทำค้าขาย การผลิตสินค้าต่างๆ ต้องเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ให้ได้รับความเชื่อถือจากผู้บริโภคและคู่ค้า ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
วันนี้สิ่งที่เรามีอยู่คือความเข้มแข็งของทุกภาคการผลิต การปรับปรุงเทคโนโลยีให้ทันสมัยขึ้น ก็ต้องไปดูว่าจะทำอย่างไรถึงจะมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้น ปรับปรุงเครื่องจักร ปรับปรุงการผลิตก็ต้องมีเงินทุนให้ไปทำการปรับปรุงในธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น SME ในเรื่องของการลงทุนขนาดใหญ่ BOI และกองทุนต่างๆ ของรัฐ อันนี้ก็ต้องพยายามช่วยกัน ต้องนำคนทุกคนเข้าหาทรัพยากรให้ได้จะเข้าไปอย่างไร จะมีวิธีการเฉลี่ยแบ่งปันกันอย่างไรให้เกิดความพอเพียงเกิดขึ้น และค่อยๆ สร้าง ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป ก็จะดีขึ้นไปตามลำดับ ถ้าทุกคนยังคงยึดถือการผลิตที่เชิงปริมาณมากเกินไป โดยไม่มีการปรับปรุงเทคโนโลยี ไม่มีการขยายประสิทธิภาพในการผลิตให้ดีขึ้น ให้มากขึ้น ให้ทันสมัยขึ้น ก็จะถอยหลังไปเรื่อยๆ เราจะสู้เขาไม่ได้ สินค้าเราจะสู้เขาไม่ได้ ถ้าเขามาเห็นว่าการผลิตออกมาเป็นแบบนี้ เขาก็ไม่เชื่อถือ เราต้องช่วยกันเร่งปรับปรุงให้ได้โดยเร็ว รวมกลุ่มกันให้ได้ พึ่งพาอาศัยกันบ้าง อยากให้เป็นธุรกิจของคนไทยในประเทศของเราเอง สร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจที่ดำเนินการโดยคนไทยให้เข้มแข็งขึ้น เตรียมรับการเปลี่ยนแปลงของการแข่งขันในเวทีโลก ในการค้าขาย
ระบุกม.ที่มีผลผูกพันหลายด้านต้องนำเข้า สนช.
"พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การดำเนินการด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของ คสช. เราพยายามปรับปรุงแก้ไขในเรื่องที่เร่งด่วนไปบ้างแล้ว เรื่องใหญ่ๆ สำคัญๆ ที่มีผลผูกพันกับหลายๆ อย่างต้องไปแก้กันในสภาปฏิรูป หรือสภานิติบัญญัติ เราไม่ควรที่จะไปออกคำสั่ง หรือประกาศต่างๆ เพื่อที่จะไปหาวิถีทางเพื่อที่จะกำจัดเรื่องนั้นเรื่องนี้ กลุ่มหนึ่งกลุ่มใดได้ 100% เป็นการชั่วคราวเท่านั้น แต่การที่จะทำให้เกิดความยั่งยืนถาวรคงต้องไปแก้ในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ในคณะกรรมการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพราะเราต้องการทำกฎหมายทุกอย่างให้เกิดความเป็นธรรมกับคนทุกหมู่เหล่า คนไทยทั้งประเทศ วันหน้าเราต้องกลับเข้ามาสู่การเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ มีการเลือกตั้งที่ทุกพวกทุกฝ่ายพอใจ เราต้องพยายามปรับแก้สิ่งเหล่านั้น น่าจะดีกว่าการให้ คสช. แก้ด้วยความรวดเร็ว โดยใช้กฎหมายพิเศษมากนัก เราต้องดูว่าที่ผ่านมานั้นจากระบบการเมือง การบริหารประเทศที่มีการทับซ้อน ก้าวก่ายกัน ระบบต่างๆ นั้นมีหรือไม่อย่างไร ผมคิดว่าทุกคนคงไม่มีใครอยากทำไม่ดี อยู่ที่ใครจะกำกับดูแล ใครจะควบคุมการใช้อำนาจให้ถูกต้องได้มากน้อยเพียงใด ทุกคนต้องมาช่วยกัน นั่นคือปัญหาสำคัญเพื่อจะนำพาประเทศชาติไปข้างหน้า
ฉะนั้นวันนี้อย่างเพิ่งมาติ ให้ร้ายกันตั้งแต่ยังไม่ได้ทำอะไรหรือทำไปบ้างแล้ว จะถูก จะผิด จะดี จะไม่ดี กฎหมายต้องตัดสินมา เมื่อจะแก้ไขเราก็ต้องเปลี่ยนแปลงวิธีคิด วิธีปฏิบัติให้เหมาะสม ไม่ได้หมายความว่าเราจะไปยกโทษให้ยังไม่มี ทำไม่ได้หรอก คนผิดก็ต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย อันนี้มีไว้สำหรับคนทุกคนที่ผิดกฎหมาย
มอบฝ่ายความมั่นคงคสช.ตั้งคณะทำงานแก้ปัญหาที่ทำกิน
"ผลการดำเนินงานในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมาด้านความมั่นคงก็คงเป็นเรื่องการแก้ปัญหาที่ดินทำกิน อันนี้เป็นปัญหาของประชาชนหลายแสนคน อาจจะเป็นจำนวนล้านด้วยซ้ำไปที่ไม่มีที่ดินทำกิน ฉะนั้นปัญหานี้ผมได้มอบหมายให้ฝ่ายความมั่นคง คสช. ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และส่วนราชการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ไปจัดตั้งคณะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินแบบบูรณาการให้ได้ เป็นแนวคิดเฉยๆ ว่าเราอาจจะพิจารณาได้หรือไม่ว่านำพื้นที่ของรัฐที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ป่าเสื่อมโทรมไม่สามารถฟื้นฟูได้แล้ว พื้นที่รกร้างว่างเปล่าไม่ได้ใช้ประโยชน์จะทำอย่างไรให้ประชาชนสามารถจะมาหารายได้ ทำมาหากินร่วมกัน
ถ้าเป็นพื้นที่ป่าก็ต้องดูแลป่า ปลูกป่าไปด้วย แต่กรรมสิทธิ์ยังเป็นของรัฐ ไม่เป็นโฉนดของใครทั้งสิ้นเป็นของรัฐอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่ว่าจะทำอย่างไรเขาจะเข้ามาทำกิน ผมเคยพูดเรื่องคิบบุตซ์ (Kibbutz) ในประเทศอิสราเอล เขาก็ทำแบบนี้ที่เขามีน้อยมาก ฉะนั้นเขาก็จัดเป็นกลุ่มๆ ขึ้นมา เป็นนิคมเล็กๆ ขึ้นมา ไปดูแลร่วมกัน รัฐลงทุนให้แบ่งปันผลประโยชน์กันไป ถ้าเราไม่มีที่แล้วเราไปแบ่งที่ทุกคนๆ เมื่อไหร่จะพอ ไม่พอแน่นอน ถ้าทำเป็นกลุ่มแบบนี้และไปหาพื้นที่ของรัฐเข้าไปทำ แต่ไม่ใช่ไปทำกินอย่างเดียว ต้องปลูกป่าไปด้วย ถ้าใช้พื้นที่ป่า ป่าที่เสื่อมโทรมแล้วก็ทำเป็นป่าเศรษฐกิจ คำว่าป่าเศรษฐกิจคือมีทั้งไม้ยืนต้น มีทั้งไม้ที่ต้องอนุรักษ์ และมีไม้ที่เก็บผลประโยชน์ได้ เช่น อาจจะเป็นป่าผสมกันทั้งป่ายาง ป่าไม้ยืนต้น คือไม่มีอะไรที่จะสมบูรณ์ได้อย่างเดียว ป่าสมบูรณ์ 100% ประชาชนยากจน ประชาชนไม่มีที่ทำกิน ก็ไม่ได้ทั้งหมด ทำอย่างไรเราจะจัดระเบียบตรงนี้ได้ แต่ผมไม่ได้หมายความว่าให้ไปบุกรุกป่าใหม่เพิ่มเติม ทำอย่างไรป่าที่ฟื้นไม่ไหวแล้ว แต่ยังเป็นพื้นที่ป่าอยู่เหมือนเดิม แต่เป็นป่าเศรษฐกิจ กำลังให้ไปทดลองไปคิดกันมาว่าจะหาทางกันอย่างไร และนำไปสู่การปฏิรูปหรือการดำเนินการใน สนช. กันต่อไป
มีกฎหมายหลายข้อ ป่าสมบูรณ์ปัจจุบันขออย่าบุกรุกอีกเป็นอันขาด จากขอบป่าเดิมที่มีพื้นที่บริเวณเดิม ถ้าบุกรุกเข้ามา ต้องตีพื้นที่ชัดเจนว่าตรงนี้เป็นแนวป่าอยู่ และตรงนี้รุกเข้ามาถึงตรงนี้ ในส่วนของตรงนี้ต้องไปใช้วิธีการแก้ปัญหาทั้งนิติศาสตร์ และรัฐศาสตร์ อย่างที่ผมว่าคือรัฐศาสตร์ และยังเป็นป่าอยู่เหมือนเดิม แต่อาจจะมีปัญหาที่ประชาชนต้องเดือดร้อน ทำอย่างไรประชาชนจะอยู่กับป่าได้ หลายๆ ที่เป็นแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงทำไว้แล้ว เช่น ป่าชุมชน ป่าเศรษฐกิจ คำว่าป่าชุมชน ผมว่าน่าจะไปปรับมาทำเป็นป่าเศรษฐกิจจะได้หรือไม่ ถ้าป่าชุมชน ก็บ้านใคร บ้านมัน หมู่บ้านนั้น หมู่บ้านนี้ ชี้ตรงนี้ ตรงนั้นเป็นของตรงนั้น ก็เป็นป่าเศรษฐกิจไปเลย คนในพื้นที่ก็ทำได้ มาดูแลได้ อีกส่วนหนึ่งก็มาแบ่งปันให้อีกส่วน ได้หรือไม่ยังไม่ทราบต้องไปดูข้อกฎหมายอีกและดูความเหมาะสม และดูว่าจะทำให้การบุกรุกป่ามากขึ้นหรือไม่ ถ้าประชาชนยังบุกรุกอยู่เหมือนเดิม ทำอะไรก็แก้ไม่ได้ ถ้าประชาชนยากจนอยู่ก็แก้ไม่ได้อีก บังคับใช้กฎหมายก็ทำไม่ได้ ฉะนั้นเรียนอีกครั้งอยู่ในขั้นการหารือ การพูดคุย ใครมีความคิดเห็นอย่างอื่นก็ว่ามา ว่าควรจะเป็นอย่างไร ผมก็รับฟังทั้งหมด
เผยผลประกอบการค้าชายแดนกับประเทศในอาเซียนแต่ละไตรมาสสูงขึ้น
"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในส่วนของการพัฒนาความร่วมมือและความสัมพันธ์อันดีกับมิตรประเทศในอาเซียน บอกแล้วว่าเรามีมิตรประเทศที่ใกล้ชิดรอบบ้านเราใกล้ๆ ไม่ไปไหน รอบบ้าน ในระยะรอบประเทศเรา 5,600 กิโลเมตร มีประเทศที่เราค้าขาย และมีผลประกอบการเป็นจำนวนมาก จะเห็นได้จากผลการค้าชายแดนในแต่ละห้วงรายไตรมาสมีจำนวนสูงมาก วันนี้ถึงมีการปรับปรุงเป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ มีการปรับปรุงถนนเส้นทาง ด้านศุลกากร ขยายด่าน ขยายพื้นที่คอขวด กำลังทำอยู่ทั้งหมด เพื่อให้มีการค้าขายกับมิตรประเทศให้มากขึ้น
ขณะนี้ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง ได้เดินทางไปประชุมร่วมคณะกรรมการความร่วมมือระดับสูง ระหว่างราชอาณาจักรไทย-สหพันธรัฐมาเลเซีย ราชอาณาจักรไทย-สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ราชอาณาจักรไทย-สาธารณรัฐอินโดนีเซีย และกำลังเตรียมการเดินทางไปกัมพูชาในเร็ววันนี้
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ จะเป็นประธานของการประชุมร่วมกับนาย Alijandro Solano Ortiz ปลัดด้านการต่างประเทศ ของกระทรวงการต่างประเทศและศาสนาของสาธารณรัฐคอสตาริกา ซึ่งเป็นประเทศผู้ประสานงานฝ่ายลาตินอเมริกา ในฐานะที่ไทยเป็นประเทศผู้ประสานงานฝ่ายเอเชียตะวันออกของเวทีความร่วมมือระหว่างเอเชียตะวันออกกับลาตินอเมริกา ระหว่างวันที่ 19-22 สิงหาคม 2557 คือในช่วงนี้ ที่กรุงเทพมหานคร โดยไทยจะผลักดันความร่วมมือในด้านต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อประโยชน์โดยรวมของประเทศสมาชิก
เผยนบข. อนุมัติขายข้าวในสต็อกรัฐรวม73,200ตันมูลค่า737ล้าน
"งานด้านเศรษฐกิจได้มีการตรวจสอบการระบายข้าว ซึ่งคงจะเหลืออีกไม่มากนัก ก็มีความก้าวหน้าไปตามลำดับ อยากจะเรียนอีกครั้งหนึ่ง ถึงแม้ว่าจำนวนข้าวจะมีจำนวนอย่างที่ทราบกันอยู่แล้วประมาณ 80 , 20 เสีย 20 ยังมีอยู่ 80 ผมพูดถึงเฉพาะในเรื่องของปริมาณ เป็นการตรวจสอบทางกายภาพว่ามีจำนวนครบหรือไม่ครบ มีเสียหรือไม่เสีย แต่เมื่อดูว่าครบหรือไม่ครบแล้วก็จะมีการตรวจสอบของ ปปช. ของคณะกรรมการอื่นๆ อีก ในเรื่องของ DNA ถูกหรือไม่ เป็นข้าวชนิดเดียวกันหรือไม่ ขณะนี้ยังตรวจสอบกันอยู่เพื่อยืนยันชนิดคุณภาพของข้าว ฉะนั้น ถ้าอันใดถูกต้องทั้งกายภาพ จำนวน ต่อไปก็เป็นเรื่องของ DNA ข้าวชนิดเดียวกัน ประเภทเดียวกัน ไม่เช่นนั้นส่งไปจำหน่ายแล้ว ต่างชาติไม่ไว้วางใจ ก็จะไม่เชื่อถือต่อไป ผสมไปขายเขา ต้องตรวจสอบให้ชัดเจนขึ้น ถ้าตรวจสอบได้แล้วก็เป็นเรื่องของการเตรียมการสู่การระบายข้าว
" ปัญหาของเรื่องข้าวผมเรียนแล้ว นอกจากกายภาพเรื่องจำนวน เรื่อง DNA แล้วต้องไปดูเรื่องอื่นๆ เพราะกระบวนการมีมากมาย การรับซื้อ รับจำนำ ราคา การทำสัญญาซื้อขายกับต่างประเทศหรือในประเทศ และเรื่องอื่นๆ อยู่มาก เรื่องการเก็บดูแลรักษาก็มีการตรวจสอบในทุกระบบทุกขั้นตอน ซึ่งวันนี้ยังไม่ออกมาทั้งหมด ออกมาเฉพาะเรื่องของการตรวจสอบนับจำนวนข้าวเท่านั้นเอง แต่ที่เหลือทั้งหมดยังคงต้องดำเนินการต่อไป และเป็นการดำเนินการตามกฎหมาย ตามกระบวนการตรวจสอบขององค์กรอิสระก็ว่าไป " พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
วันนี้เราจะดำเนินการเฉพาะข้าวที่ไม่มีปัญหา คือทั้งที่มีจำนวนครบนี้ คือทางกายภาพ และตรวจทางชีวภาพ คือการตรวจทาง DNA ถ้าตรงกัน ชนิดเดียวกัน อยู่ในกลุ่มนี้เดียวกัน เราจะได้ขายข้าวได้จำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นการระบายข้าว อาจจะไม่มากนัก เพราะว่าเราจำเป็นต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับต่างชาติคู่ค้าเขาด้วย เราไม่ได้ทำเพื่อปกป้องให้ฝ่ายใด หรือใครจะไปอ้างผลทางคดี ไม่ได้ทั้งนั้น เพราะเป็นการตรวจสอบทางกายภาพ เพื่อการระบายข้าว
สิ่งที่เราต้องเตรียมการมากในขณะนี้คือ มาตรการรองรับผลิตผลใหม่ เราคงไม่ย้อนกลับไปพูดถึงว่าเราจะช่วยเหลือเกษตรกรอย่างไร ถ้าเราดำเนินการไปแล้ว และแก้ไขตอนนี้คงไม่ได้ ลองทำดูก่อนว่าจะทำได้หรือไม่ ถ้าทำได้เกิดความยั่งยืน มีการขายในราคาที่เป็นธรรม ไม่ผูกขาดกัน รัฐไม่ต้องเข้าไปดูแลมากนัก เป็นไปตามกลไกของตลาด ก็น่าจะดีกว่าถ้าทำได้ ถ้าทำไม่ได้ก็ไปว่ากันอีกครั้งหนึ่ง ขอร้องอย่าเพิ่งมาประท้วงร้องเรียนในขณะนี้เลย มีหลายอย่างที่มีผลผูกพันกันมาก เช่น เราต้องช่วยกันดูแลปรับปรุงคุณภาพให้ได้คุณภาพที่ดีขึ้น มีพันธุ์ข้าวที่ดีปลูก และการสี การผลิตออกมาจะต้องไม่ปลอมปนกัน ไม่นำข้าวนอกประเทศมาปนในประเทศ จะได้เกิดการแข่งขันเสรีได้ ทุกประเทศในโลกเขากำลังทำอยู่ เรื่องการตรวจสอบ เวลาเราไปขายเขา ตอนไปให้เขาดู ถูกต้องทุกอย่าง แต่พอตอนส่งให้เขาไป ก็ขอร้องว่าอย่าไปปลอมปน ทำให้ประเทศเสียหาย และอีกหน่อยก็ไม่มีใครมาค้าขายกับเรา ก็เดือดร้อนไปถึงชาวนา เจ้าหน้าที่ ข้าราชการ มีปัญหาไปหมด ราคาจะได้ไม่ตก ผลผลิตต่างๆ ก็ไม่ตก ในอนาคตกันใกล้ต้องเตรียมการเรื่องข้าว
ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์จัดประมูลข้าวในสต็อกของรัฐ ได้รับความสนใจจากผู้ซื้อเป็นอย่างมาก มีผู้ร่วมยื่นซองเสนอราคารวม 49 ราย ชนิดข้าวสารที่ประมูลในครั้งนี้ ทั้งข้าวหอมมะลิ 100% ข้าวขาว 15% ข้าวเหนียวขาว 10% ข้าวท่อนหอมมะลิ ปลายข้าวหอมมะลิ ปลายข้าวปทุมธานี และปลายข้าวขาวเอวันเลิศ โดยการเปิดประมูลข้าวในสต็อกของรัฐครั้งนี้ได้จัดทำหลักเกณฑ์การประมูลให้มีความโปร่งใสในทุกขั้นตอน โดยผลการประมูลของคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว หรือ นบข. ได้มีมติอนุมัติให้ขายข้าวได้เป็นปริมาณทั้งสิ้นรวม 73,200 ตัน มูลค่าประมาณ 737 ล้านบาท ข้าวทั้งหมดต้องมี DNA ตรงกัน อยู่ในกลุ่มแต่ละกลุ่มให้ชัดเจน และเป็นข้าวที่มีคุณภาพ มีมาตรฐาน เป็นข้าวในประเทศ มีเอกชนยื่นซองรวม 11 ราย
ยันไม่ทิ้งชาวสวนยางเตรียมแก้กฎระเบียบทั้งระบบ
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ ตอนนี้มีตั้งแถวกันแล้วรอจะมาร้องเรียน ถ้าราคาตกต่ำกว่า 50 ก็พยายามจะไม่ให้ต่ำกว่า 50 อยู่ในขณะนี้ พยายามอย่างยิ่ง เราไม่อยากให้ท่านต้องเสียเวลาเดินทางมา และไม่ได้อะไรกลับไป เพราะเรายังไม่มีเงินให้ท่าน ของเก่าก็ยังอยู่ ของใหม่จะทำอย่างไร เราต้องพยายามจะทำอย่างไรให้เกิดการแข่งขัน ทำอย่างไรจะทำให้เกิดประโยชน์จากยางให้มากขึ้น อันนี้กำลังแบ่งการแก้ปัญหาออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นการเตรียมระบายยางในสต็อกจากโครงการรักษาเสถียรภาพราคายางพารา ซึ่งรับซื้อมาจากท่านสมัยที่ผ่านมา รับซื้อมาเป็นจำนวนมาก ราคาสูง ขายไม่ออก ขายไม่ได้ เพราะราคาบิดเบือน ไปขายใครได้ ถ้าซื้อมาราคาสูงๆ ข้างนอกราคาตลาดเขาไม่ใช่เท่านั้น ต้องมาเก็บสะสมไว้ ก็ขาดทุน ขายไม่ได้
ขณะเดียวกัน รุ่นใหม่ก็เรียกร้องจะเอาเท่าเก่าอีก แล้วจะเป็นไปได้อย่างไร ก็ขายไม่ออกเหมือนกัน ต้องแก้กันทั้ง 2 อย่าง อย่างแรกคือ เราต้องแก้ไขจะทำอย่างไรยางเหล่านี้ หรือยางใหม่จะใช้ในประเทศเป็นหลักได้ และเป็นการเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ยางดิบให้ได้ โดยไปเชื่อมต่อกับ BOI เชื่อมต่อกับโรงงานต่างๆ ที่มีการผลิตยางไปทำถนน ไปทำถุงมือเป็น ที่ใช้ปริมาณยางให้มากๆ เราจะได้นำยางในสต๊อกมาใช้ในประเทศให้ได้ บริษัทต่างๆ ที่มาทำยางก็ต้องอุดหนุนยางของเรา อันนี้ต้องแก้ระเบียบ แก้กฎต่างๆ มากมาย อันนี้เป็นสิ่งที่เรากำหนดแนวทางในการพัฒนายางพาราทั้งระบบ ทั้งมาตรการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน ได้แก่ แนวทางจัดการสต็อกยาง มาตรการบริหารจัดการในช่วงฤดูกาลผลิต ได้แก่ แนวทางยกระดับราคาเพิ่มสภาพคล่องด้านการตลาด แนวทางเพิ่มมูลค่าและคุณภาพผลผลิต มาตรการพัฒนายางพาราเพื่อความยั่งยืน ได้แก่ การปรับโครงสร้างด้านการตลาด แนวทางในการหาตลาดส่งออกใหม่ วันนี้หลายประเทศปลูกเอง หลายประเทศไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ราคายางหรือความต้องการยางไทยลดลง ต้องเข้าใจตรงนี้ เราต้องมาช่วยตัวเองบ้าง
นอกจากการใช้ยางในประเทศแล้ว แนวทางการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาง ควบคุมพื้นที่การปลูกยางให้ลดลง ต่อไปอาจจะกรีดยางไม่ได้ อาจจะต้องไปทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ เป็นไม้ผลิตภัณฑ์ยางพารา ต้องช่วยกัน ถ้าเราจะขายยางๆ อย่างเดียว ยางดิบอย่างเดียวก็เป็นอยู่แบบนี้ยังไงก็ตก ฉะนั้นต้องเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของเกษตรกร การลดพื้นที่การเพราะปลูก ไปปลูกพืชหมุนเวียน หรือปลูกอย่างอื่นๆ





