"สร้อยทิพย์" ตีกลับแผนฟื้นฟูร.ฟ.ท.จี้วางแผนหารายได้ ลดค่าใช้จ่ายให้ชัดเจน รับล้างหนี้ร.ฟ.ท.ทำได้ยาก
นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ตนได้สั่งการให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) นำแผนฟื้นฟูกลับไปทบทวนอีกครั้ง ให้มีความชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะการจัดหารายได้ ลดค่าใช้จ่าย และปรับปรุงประสิทธิภาพองค์กร เพราะแผนหารายได้เพิ่มของ ร.ฟ.ท. ต้องรอจนถึงโครงการรถไฟฟ้าทางคู่ 6 สายแล้วเสร็จ แต่ระหว่างนั้นยังไม่มีแผนหารายได้เพิ่มเติม
นอกจากนี้ยังต้องการความชัดเจนในการลดรายจ่ายจากกองทุนบำเหน็จบำนาญ และต้องนำบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทลูกเข้ามารวมในแผนฟื้นฟูด้วย
"แนวทางล้างหนี้ของ ร.ฟ.ท.ให้หมดหนี้เป็นศูนย์คงเป็นไปไม่ได้ และร.ฟ.ท. ต้องระบุว่าแนวทางการจัดการแบบไหนดีที่สุดสำหรับตนเอง ไม่ใช่เขียนมาว่าโปรดพิจารณา รวมถึงต้องนำการแยกการบริหารจัดการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงค์มารวมในแผนให้ชัดเจนด้วย " นางสร้อยทิพย์กล่าว
นอกจากนี้ได้สั่งให้ ร.ฟ.ท. ไปจัดทำรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดสรรวงเงินเพิ่ม ในการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต ซึ่ง ร.ฟ.ท. ได้เสนอว่าจะต้องเพิ่มวงเงินในการพัฒนาเพิ่มโครงสร้างรางและส่วนอื่นๆ ประมาณ 8,000 ล้านบาท แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดว่า ส่วนใดต้องใช้เงินค่าก่อสร้างเพิ่มเท่าใด ดังนั้น ต้องกลับไปทำรายละเอียดส่วนนี้มานำเสนอใหม่ทั้งหมด ก่อนจะเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาภายในเดือนส.ค.นี้
ในการปรับเพิ่มกรอบวงเงินดังกล่าว เป็นการปรับในส่วนของสถานีกลางบางซื่อเพื่อรองรับระบบรถไฟฟ้าในอนาคต โดยตัวสถานีกลางบางซื่อในแบบเดิมมีทางวิ่งเพียง 3 ทางวิ่ง แต่ในอนาคตต้องเพิ่มอีก 1 ทางวิ่ง เพื่อรองรับรถไฟความเร็วสูงในอนาคตโดยไม่ต้องรอการสับหลีก
ขณะที่โครงการรถไฟฟ้าที่มีความเร่งด่วนที่ต้องของบปี 2558 ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าพญาไท - ดอนเมือง และบางซื่อ- หัวหมาก รวมถึงโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มและสีชมพู ที่ต้องจัดทำรายละเอียดเสนอครม.ต่อไป
นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการเดินรถ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (แอร์พอร์ต เรล ลิงค์) กล่าวว่า เบื้องต้นได้หารือกับ รฟท. ถึงแนวทางการแยกการบริหารจัดการ โดย ร.ฟ.ท. เห็นด้วยที่จะให้บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. แยกการจัดเก็บรายได้และบริหารงานออกมาจาก ร.ฟ.ท. รวมถึงโอนรถไฟฟ้าจำนวน 9 คันในปัจจุบันมาให้เป็นทรัพย์สินเพื่อเป็นการเพิ่มทุน แต่ ร.ฟ.ท. ยังจะคงถือหุ้นในบริษัทฯในสัดส่วน 100% เหมือนเดิม ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะหารือเพื่อหาข้อสรุป





