ข้าราชการกระทรวงต่างประเทศไม่เห็นด้วย"พล.อ.ธนะศักดิ์"จะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพราะเป็นทหาร
อดีตนักการทูตท่านหนึ่ง กล่าวถึงบุคคลที่จะมาทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนใหม่ ในเร็วๆ นี้ ว่า แม้ว่า ประชาชนไทยทุกคนจะมีประสบการณ์ร่วมในวิกฤติการณ์ปัญหาการเมืองภายในประเทศ จนทำให้คนในสังคมเกิดความเห็นที่แตกแยกกัน นำไปสู่การเข้าควบคุมการบริหารประเทศ เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปประเทศและประชาธิปไตยอย่างยั่งยืน แต่ดูเหมือนเป็นคนละเรื่องกับการคงบทบาทประเทศไทยไว้ในเวทีโลก และการทำให้ต่างชาติเชื่อมั่นในการกลับคืนสู่ประชาธิปไตยอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการทำหน้าที่เป็นตัวแทนประเทศไทยที่จะได้รับการยอมรับจากต่างชาติ และเวทีความร่วมมือระหว่างประเทศ
สำหรับรายชื่อของพล.อ.ธนะศักดิ์ ปฎิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าคณะฝ่ายความมั่นคง ซึ่งถูกกล่าวขวัญขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ จะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งแหล่งข่าวระดับสูงกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ถ้าหยั่งเสียงคนกระทรวงในเรื่องนี้ เชื่อว่า ข้าราชการกระทรวงเสียงส่วนใหญ่ไม่ค่อยอยากได้นายพลมาทำหน้าที่นี้ ซึ่งจะเป็นประเด็นที่ทำให้กระทรวงการต่างประเทศอธิบายกับต่างชาติค่อนข้างยาก และเป็นเรื่องภาพลักษณ์ของประเทศ ทั้งนี้ บางประเทศในยุโรปก็มีท่าทีที่ชัดเจน ในเรื่องของการเยือนระดับสูงว่า จะไม่เชิญบุคคลที่เป็นสมาชิกกลุ่มที่ใช้อำนาจเข้าควบคุมประเทศ และอาจจะเป็นปัญหาในเดินทางเข้าบางประเทศในยุโรปไม่ได้ หรืออาจจะเดินทางไปประชุมกลุ่มความร่วมมือได้ แต่การหลีกเลี่ยงไม่ได้กับการหารือระหว่างประเทศ
"ประเทศไทยยังต้องอยู่ร่วมกันกับประชาคมโลก และคงความร่วมมือทางสังคม การเมือง เศรษฐกิจในระหว่างประเทศ และระดับภูมิภาค ซึ่งดูเป็นประโยคคลาสิค แต่เป็นเรื่องจริงที่ต้องยอมรับ โดยเฉพาะเรื่องการมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นบุคคลหนึ่งในเข้าควบคุมการบริหารประเทศ ในวันที่ 22 พ.ย.2557 จะเป็นโจทย์สำคัญที่ยากยิ่งให้กับกระทรวงการต่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูต และกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลก ต้องชี้แจงกับต่างประเทศให้เกิดความเข้าใจรูปแบบประชาธิปไตยในแบบไทยๆ รวมไปถึงการสร้างความเชื่อมั่นให้กับต่างชาติว่า เราจะดำเนินการตามโรดแม็ปที่วางไว้ ตรงนี้อาจจะทำให้กระทรวงการต่างประเทศทำงานหนักขึ้น ในการกรุยทางให้กับผู้ที่เป็นหนึ่งใน คสช. เข้าร่วมวงในเวทีต่างชาติ"
แหล่งข่าวระดับสูงกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า หากย้อนกลับไปเหตุการณ์รัฐประหารในปี 2549 ในสมัยของพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ในสมัยนั้นได้แต่งตั้งให้นายนิตย์ พิบูลสงคราม ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งท่านก็เป็นอดีตนักการทูต และทูตมือหนึ่ง ก่อนจะเกษียณอายุราชการดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงวอชังตัน ดี.ซี. โดยเป็นที่รู้จักและได้รับการต้อนรับในวงการต่างประเทศ ทำให้ภาพลักษณ์ประเทศไทยในสมัย พล.อ.สุรยุทธ์เป็นรัฐบาลพลเรือนบ้าง อีกทั้งทำให้การไปเจรจาสานต่อความร่วมมือและกระชับความสัมพันธ์กับต่างชาติก็ผ่อนคลาย และง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ก็มีอดีตทูตเก่งๆ หลายคนเกษียณอายุ และกำลังจะเกษียณในเดือนกันยายนปีนี้ และสะกวกกว่าวสำหรับการสร้างความสัมพันธ์ระหวางประเทศ ง่ายกัลการพูดถึงรัฐบาบพลเมือง โดยแน่นอนว่า การมีอดีตนักการทูตมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็จะทำให้การดำเนินนโยบายระหว่างประเทศในช่วงที่ประเทศไทยกำลังปฏิรูปประเทศและเปลี่ยนผ่านให้กับต่างชาติได้เข้าใจและทำได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น





