วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กกต.ส่ง'ธีรวัฒน์-สมชัย'ร่วมสรรหาสปช.

กกต. ส่ง"ธีรวัฒน์-สมชัย" ร่วมสรรหาสปช. ด้านกฎหมาย-การเมือง ด้าน"ประวิช"ขอถอนตัว

นายดุษฎี พรสุขสวัสดิ์ รองเลขาธิการกกต.ด้านสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย แถลงภายหลังการประชุมกกต. ว่า ที่ประชุมกกต. มีมติเสนอชื่อนายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง เพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม และนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ในด้านการเมือง โดยในส่วนของนายศุภชัย นายบุญส่ง น้อยโสภณ และนายประวิช รัตนเพียร ขอสละสิทธิในการเสนอชื่อเข้ารับการสรรหาเป็นสปช. เนื่องจากมีภารกิจในการปรับปรุงและพัฒนางานของสำนักงานกกต.ด้านการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ส่วนนายประวิช รัตนเพียร แม้ว่าจะเป็นผู้ที่มีประสบการณ์มากในด้านการเมืองและการบริหารราชการแผ่นดิน ก็ยินดีเสียสละไม่ขอรับการเสนอชื่อครั้งนี้ เพราะกำลังทำงานใหญ่ โดยร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการในด้านการมีส่วนร่วมและปลูกฝังค่านิยมประชาธิปไตยให้แก่เยาวชน อาทิ การปรับหลักสูตรหน้าที่ศีลธรรม การขยายศูนย์ส่งเสริมประชาธิปไตยตำบลลจำนวน 7,200 แห่ง ร่วมกับกศน.

ด้านนายบุณยเกียรติ รักชาติเจริญ รองเลขาธิการกกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า หลังจากนี้ทางสำนักงานกกต.โดยนายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการกกต.จะเป็นผู้ลงนามรับรองการเสนอชื่อในฐานะองค์กรนิติบุคคลของสำนักงานกกต.เพื่อเสนอชื่อกกต.ทั้ง 2 คนเข้าสู่กระบวนการสรรหา โดยกกต.ทั้ง 2 คนต้องเซ็นลงนามยินยอมและรับรองความถูกต้อง พร้อมกันนี้ในการยื่นเสนอรายชื่อสำนักงานกกต.จะต้องแนบความเห็นของที่ประชุมกกต.เพื่อเป็นหลักฐานการเสนอชื่อเข้ารับการสรรหาเป็นสปช.ด้วย

รายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังได้ 2 ชื่อที่จะเข้ารับการสรรหาเป็นสปช.แล้ว นายศุภชัย จึงได้กล่าวในที่ประชุมถึงนายสมชัยและนายธีรวัฒน์ที่ได้รับการเสนอชื่อว่า คาดว่าบุคคลทั้งสองจะสามารถเข้าไปทำหน้าที่ในสปช. ได้อย่างเหมาะสมหากได้รับการคัดเลือก ซึ่งนายสมชัย เป็นกกต.ที่มีหน้าที่ในการบริหารงานเลือกตั้งและเป็นผู้มีประสบการณ์ด้านการเลือกตั้งมาโดยตลอดน่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเด็นการปฏิรูปด้านการเมือง ส่วนนายธีรวัฒน์ มีประสบการณ์ด้านตุลาการและเป็นกกต.ที่ดูแลด้านกิจการพรรคการเมือง จะเป็นประโยชน์ในการปฏิรูปด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม อย่างไรก็ตาม การเสนอชื่อดังกล่าวเป็นเพียงกระบวนการขั้นต้นยังต้องมีขั้นตอนผ่านคณะกรรมการสรรหาในแต่ละด้าน และผ่านการคัดเลือกจาก คสช.ในขั้นสุดท้ายต่อไป

ทั้งนี้ รายงานข่าวแจ้งอีกว่า สำหรับการประชุมกกต.ทั้ง 5 คนเพื่อเสนอชื่อบุคคลเข้ารับการสรรหาเป็นสปช..ในส่วนของสำนักงานกกต.นั้น เป็นการประชุมลับ มีเพียงกกต. 5 คนเท่านั้น ซึ่งเมื่อเริ่มประชุมกกต.ทั้ง 3 คน คือ นายประวิช นายธีรวัฒน์ และนายสมชัย ต่างแสดงเจตจำนงค์ในการเข้ารับการเสนอชื่อ ทำให้ที่ประชุมตกลงกันว่าจะใช้วิธีโหวตลงคะแนน และก่อนหน้านี้ที่ประชุมยังทราบข่าวมาว่า หากนายสมชัย ไม่ได้รับการเห็นชอบจากที่ประชุมกกต. นายสมชัยก็พร้อมที่จะให้องค์กรนิติบุคคลอื่นเสนอชื่อตนเอง ทำให้ที่ประชุมมีความตึงเครียด ดังนั้น นายประวิช จึงตัดสินใจถอนตัวจากการเป็นหนึ่งในแคนดิเดต เพราะเกรงว่าหากองค์กรนิติบุคคลอื่นเสนอชื่อนายสมชัย จะทำให้ภาพลักษณ์ของกกต. ถูกมองไม่ดี เหมือนกับเกิดความแตกแยกในองค์กร เกรงว่าจะมองหน้ากันไม่ติด โดยนายประวิช ยังให้เหตุผลว่า กกต.ทั้ง 5 คนอยู่ร่วมทำงานกันมานานถึง 6 เดือนแบบสามัคคีปรองดองและสมานฉันท์มาโดยตลอด หากต้องมีการโหวตเลือกคนใดคนหนึ่งออกก็อาจจะส่งผลเสียต่อสายตาของบุคคลภายนอกเกี่ยวกับความเป็นเอกภาพของกกต.ทั้ง 5 คนได้