(รายงาน) องค์กรต้านคอร์รัปชันหวั่น ประเด็นแก้ทุจริตหลุดวงจรปฏิรูป
รายการ Business Talk ทางสถานีโทรทัศน์ NOW26 พูดคุยในประเด็น "ความจำเป็น 'คสช.-สนช.-สปช.' เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินต่อสาธารณะ" กรุงเทพธุรกิจสรุปสาระสำคัญมารายงาน
เสียงเรียกร้องให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อสาธารณะ จนกลายเป็นประเด็นที่น่าสนใจและน่าจับตามองของสังคมนั้น นับว่าน่าจับตามอง โดยเฉพาะ คสช.ที่ทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร กับ สนช.ที่ทำหน้าที่นิติบัญญัติ
แม้ว่าการแสดงบัญชีทรัพย์สินไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาคอร์รัปชันได้โดยตรง แต่ก็ถือเป็นกลไกที่สร้างต้นทุนในการป้องกันการคอร์รัปชัน
ดร.มานะ นิมิตรมงคล ผู้อำนวยการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน กล่าวว่า การยื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นตัวอย่างเล็กๆ ที่บอกว่าคนเราเมื่อเข้าสู่อำนาจจะเป็นแบบอย่างที่ดีกับสังคมหรือไม่ แม้ว่าจะไม่มีกฎหมายระบุไว้ก็ตาม เมื่อมีกฎเกณฑ์บอกว่าผู้เข้าสู่อำนาจการเมืองไม่ว่าจะโดยวิธีใด ถ้ามีความจริงใจควรเป็นแบบอย่างให้กับประชาชน ถ้าจะเป็นผู้นำต้องเป็นคนที่เป็นแบบอย่างที่ดี มีคุณธรรมจริยธรรม ก็สมควรแสดงบัญชีทรัพย์สิน
อย่างไรก็ดี เมื่อกฎหมายไม่ได้เขียนไว้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็คงไม่มีสิทธิไปชี้ว่าต้องแสดงทรัพย์สิน แต่เป็นดุลพินิจของผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็น คสช. สนช.และสปช. รวมทั้งคณะรัฐมนตรีที่กำลังจะมีขึ้นด้วย
สำหรับสมาชิก สนช.ที่ ป.ป.ช.มีมติว่าต้องรายงานบัญชีทรัพย์สินนั้น ดร.มานะ บอกว่า ในส่วนของ สนช.สามารถอธิบายเหตุผลได้ ส่วน สปช.แม้ไม่ได้อยู่ในส่วนของการใช้อำนาจ แต่ถ้าจะให้การปฏิรูปประเทศได้รับการยอมรับจากประชาชน ก็ต้องทำให้ประชาชนเชื่อว่าสิ่งที่ สปช.ทำหรือทำเสร็จแล้วทำเพื่อประชาชนจริงๆ ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง หรือกลุ่มผลประโยชน์ด้านธุรกิจของตัวเอง จึงควรแสดงความจริงใจ
"คิดว่าการแสดงบัญชีทรัพย์สินไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ทำเพื่อเป็นบรรทัดฐานให้นักการเมืองทุกระดับ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ รัฐวิสาหกิจ ไม่อาจปฏิเสธมาตรฐานนี้ การแสดงทรัพย์สินไม่ได้ป้องกันการคอร์รัปชัน แต่จะทำให้สามารถสืบค้นข้อมูลด้านอื่นๆ ได้ เช่น มีรายได้น้อย แต่ขับรถราคาแพง มีบ้านหลังใหญ่เกินกว่ารายได้ที่ได้รับ"
ดร.มานะ ยังแสดงความกังวลว่า ประเด็นการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันจะเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปด้วยหรือไม่ เพราะแม้รัฐธรรมนูญชั่วคราว มาตรา 35 จะระบุให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวร ต้องจัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้มีกลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันตรวจสอบและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งในภาครัฐและเอกชน รวมทั้งมีกลไกในการกำกับและควบคุมให้การใช้อำนาจรัฐเป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและประชาชน รวมถึงต้องกลไกที่มีประสิทธิภาพในการสร้างเสริมความเข้มแข็งของหลักนิติธรรม การเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมและธรรมาภิบาลในทุกภาคส่วนในทุกระดับก็ตาม
ทว่าในประเด็นการปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน 10 เรื่อง กลับไม่มีเรื่องคอร์รัปชันและธรรมาภิบาล ตลอดจนคุณธรรมและจริยธรรมเลย
พจน์ อร่ามวัฒนานันท์ ประธานคณะกรรมการแรงงานและทรัพยากรมนุษย์ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะสมาชิก สนช. กล่าวว่า ยินดีแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. ซึ่ง ป.ป.ช.ก็มีมติออกมาแล้ว เพราะสถานการณ์หลังมี คสช. ต้องทำให้ประเทศมีความโปร่งใส ถ้าตัวเองไม่โปร่งใสอาจถูกครหาได้ แต่เรื่องนี้สมาชิก สนช.ไม่ได้มีการคุยกัน ถ้าใครไม่พร้อมคงต้องถอยออกไป สนช.บางคนอาจไม่พร้อม แต่การยื่นบัญชีสามารถทยอยยื่นได้ ถือเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ เมื่อมาเป็นตัวแทนสังคม มากลั่นกรองกฎหมาย ต้องทำตัวให้โปร่งใสก่อน ถ้าไม่ยื่นจะตอบคำถามสังคมลำบากว่าทำไมไม่ยื่น
"สนช.มาจากการคัดเลือกของ คสช. เพื่อมาช่วยแก้ปัญหาประเทศ ถือเป็นเครดิตส่วนตัว เชื่อว่าทุกคนคงเตรียมตัวกัน หลังได้รับแต่งตั้ง ผมได้รวบรวมเพื่อชี้แจงแล้ว ในฐานะเอกชนมีงานมาก แต่บ้านเมืองเกิดวิกฤติ ต้องเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาบ้านเมืองก่อน ต้องเสียสละทุ่มเท เอาความรู้ที่มีมาช่วยกัน"
สำหรับบทบาทของสภาหอการค้าไทยในเรื่องปัญหาคอร์รัปชัน พจน์ บอกว่า ทางสภาหอการค้าไทยต่อสู้และให้การสนับสนุนเรื่องนี้อย่างเต็มที่





