วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'อภิสิทธิ์'ฟันธง'ประยุทธ์'นั่งนายกฯ

"อภิสิทธิ์ "ฟันธง"ประยุทธ์"นั่งนายกฯแน่ ตามแผน แนะปรับกติกาสรรหาสปช.แก้ปัญหาล๊อบบี้ระดับจังหวัด

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)มีวาระเลือกนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 21 ส.ค.นี้ ว่า ตอนนี้เป็นที่คาดหมายว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะหลักสำคัญที่หัวหน้าคสช.ต้องมอบคือ ต้องทำเพื่อให้เดินไปสู่ความสำเร็จ ส่วนที่มองว่าอาจขัดกับรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่กำหนดให้หัวหน้าคสช. คานอำนาจกับนายกรัฐมนตรีนั้น ส่วนตัวมองว่า เราอยู่ในระบบที่มีความผิดปกติ และมีข้อยกเว้นอยู่แล้ว ดังนั้นการตัดสินใจของคสช.ต้องมุ่งว่าทำอย่างไรเพื่อจะทำให้เกิดความสำเร็จ และสิ่งที่รัฐบาลกับ คสช.ต้องเร่ง คือการวางโจทย์การปฏิรูปให้ชัด เพื่อให้เกิดการทำงานที่สอดคล้องกัน เพราะที่ผ่านมามีการสะท้อนปัญหาแต่ยังไม่ได้กำหนดทิศทางการปฏิรูป

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการสรรหาสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)ที่มีข่าวการล็อกสเปกคการสรรหาในระดับจังหวัดว่า ในพื้นที่จะทราบดี และเมื่อถูกวิจารณ์ก็อยากให้ทุกฝ่ายแสดงความโปร่งใสว่าการสรรหาในแต่ละจังหวัดดำเนินการกันอย่างไร ส่วนตัวเห็นว่าผู้ที่เสนอชื่อเข้าไปเป็นสปช.อาจจะยังไม่ได้มีความมั่นใจหลายอย่าง ซึ่งเรื่องนี้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ต้องประเมินว่าหลักเกณฑ์ที่กำหนดมีคนสมัครเท่าใด เพราะหลายคนรอมาสมัครในช่วงท้าย ๆ จึงอาจต้องปรับแก้ในหลายอย่าง โดยอยู่ในวิสัยที่ทำได้

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนมีข้อห่วงใยมาก เพราะจากการดูรูปแบบแล้วตัวสปช. มีอำนาจเพียงแค่เสนอแนะกับศึกษาเท่านั้น แต่งานหลายอย่างที่ต้องเดิน เช่นเรื่องการปฏิรูปพลังงาน กว่าจะมีสปช.เข้ามาทำงาน ทางครม.และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อาจดำเนินการไปแล้วก็ได้ ซึ่งหัวหน้าคสช.อาจต้องทำให้ชัดเจนขึ้น ว่าการปฏิรูปเรื่องใดที่ต้องรอสปช. หรือเรื่องใดที่สามารถดำเนินการได้เลย

“ผมห่วงเรื่องการปฏิรูปพลังงาน เกรงว่าผู้ที่เข้ามาเป็นกรรมการสรรหา เป็นผู้อยู่กับระบบพลังงานอยู่แล้ว จะไม่สนับสนุนผู้ที่มีแนวคิดในการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงาน จึงต้องตีโจทย์ให้ชัด เช่นปัญหาเรื่องท่อก๊าซที่ตีโจทย์ยังไม่ถูก ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ต้องแยกมาเป็นบริษัท แต่ความจริงคือมีการผูกขาดโดยธรรมชาติ ซึ่งไม่เป็นธรรม รูปแบบที่เหมาะสมไม่ใช่เฉพาะคู่แข่งของผู้ประกอบการด้านพลังงาน แต่ต้องเป็นธรรมกับประเทศและประชาชน ตอนนี้ดูเหมือนพยายามแยกบริษัทออกมาแล้ว บอกว่าสร้างความเป็นธรรมระหว่างบริษัทคู่แข่งขันท่อก๊าซเท่านั้น โดยหลักแล้วผู้ที่จะมาบริหารจุดนี้ต้องเป็นอิสระ ไม่ควรมีส่วนได้ส่วนเสียกับการประกอบธุรกิจพลังงานในส่วนอื่น และท่อก๊าซไม่ควรเป็นของผู้ที่มีส่วนได้เสียทั้งต้นน้ำและปลายน้ำ ซึ่งรัฐต้องมาคิดว่าจะใช้กลไกใด” นายอภิสิทธิ์ กล่าว