วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไลบีเรียอนุมัติยิงคนข้ามพรมแดน สกัดแพร่'อีโบลา'

กองทัพไลบีเรียไฟเขียวจนท.บริเวณชายแดนติดเซียร่าลีโอน ใช้อาวุธปืนยิงผู้ที่ลักลอบข้ามพรมแดน สกัดแพร่อีโบลา

กองทัพไลบีเรีย ไฟเขียวเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบริเวณชายแดนที่ติดกับเซียร่าลีโอน ใช้อาวุธปืนยิงผู้ที่ลักลอบข้ามพรมแดนเข้ามาอย่างผิดกฎหมายได้ หลังพรมแดนฝั่งนี้ถูกปิด เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลา

หนังสือพิมพ์เดลี่ ออบเซิร์ฟเวอร์ ของไลบีเรีย อ้างการเปิดเผยของ พ.อ.เอริค เดนนิส รองเสนาธิการทหาร ว่า ทหารไลบีเรียที่ประจำอยู่ในเขตโบมิ และกรัน เคป เมาท์ ซึ่งมีชายแดนติดกับประเทศเซียร์ราลีโอน ได้รับคำสั่งให้ยิงทันทีที่เห็นใครก็ตามพยายามจะข้ามชายแดนเข้าไป เนื่องจากชายแดนส่วนนี้ถูกสั่งปิดมาตั้งแต่หลายสัปดาห์ก่อน เพื่อพยายามสกัดกั้นเชื้อไวรัสอีโบลา ซึ่งคำสั่งมีขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ชายแดนแจ้งว่ายังมีประชาชนข้ามชายแดนผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง

คำสั่งขั้นเด็ดขาดดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเกิดเหตุที่สร้างความวิตกไปทั่วภูมิภาคและทั่วโลก ชาวบ้านที่ชุมชนแออัดเวสต์พอยต์ ใกล้กรุงมอนโรเวีย เมืองหลวงของไลบีเรีย บุกเข้าไปทำลายศูนย์กักกันผู้ติดเชื้ออีโบลาเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (16 ส.ค.) หลังจากเพิ่งเปิดสองวันก่อนหน้า ทำให้ผู้ป่วยหลบหนีหรือหายไปอย่างไม่ทราบชะตากรรมแน่ชัดราว 20 คน ชาวบ้านคนหนึ่งกล่าวว่า ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ถูกทิ้งร้างและไม่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยใดๆ เลยที่เวสต์พอยต์

เหตุการณ์ที่เวสต์พอยต์จุดกระแสวิตกว่า ไวรัสมรณะจะแพร่ไปทั่วชุมชนแห่งนี้ ชาวบ้านคนเดียวกันเล่าวว่า เห็นคนป่วยถูกพาออกจากศูนย์ และบางคนมีญาติมารับไปดูแลที่บ้าน

สำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนักรายงานตรงกันว่า ชาวบ้านหลายคนไม่ยอมรับว่ามีไวรัสอีโบลาระบาดอยู่จริง และได้ปล้นชิงข้าวของภายในศูนย์ติดมือไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นฟูกที่นอนของผู้ป่วย ผ้าปูที่นอนที่มีรอยเลือด เครื่องใช้ในครัวและเวชภัณฑ์ รวมถึงถุงมือที่เพิ่งมีผู้นำไปบริจาคในเช้าวันเดียวกัน

เดลี่ ออบเซิร์ฟเวอร์ รายงานด้วยว่า ชาวไลบีเรียจำนวนหนึ่งเชื่อว่า ไวรัสอีโบลาระบาดเป็นอุบายของรัฐบาล หวังจะได้รับเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ ทั้งยังวิจารณ์รัฐบาลที่ไม่จัดหาบริการแก่ผู้ป่วยอีโบลามากพอ ไม่ว่าจะเป็นด้านการดูแลรักษา อาหาร และการฝังศพอย่างปลอดภัย

ทั้งนี้ การโจมตีศูนย์กักโรคเป็นอุปสรรคร้ายแรงที่ขัดขวางการต่อสู้เพื่อยับยั้งการระบาดของโรค บวกกับยังมีประชาชนจำนวนมากไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับไวรัสชนิดนี้ และไม่ยอมให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์ ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้จะต้องแก้ไขให้หมดไป

เหตุการณ์ในไลบีเรียตอกย้ำคำเตือนขององค์กรแพทย์ไร้พรมแดนที่ว่า สถานการณ์ในไลบีเรียมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสมรภูมิต่อสู้กับอีโบลา ที่ระบาดรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ และหากควบคุมโรคที่ไลบีเรียไม่ได้จะกระทบไปทั้งภูมิภาค

สำหรับยอดผู้เสียชีวิตที่องค์การอนามัยโลก (ฮู) แถลงล่าสุดเมื่อวันที่ 15 ส.ค.นั้น มีผู้ติดเชื้ออีโบลาในประเทศกินี ไลบีเรีย ไนจีเรีย และเซียร่าลีโอน ในแอฟริกาตะวันตกแล้ว 2,127 คน และเสียชีวิต 1,145 ราย โดยในไลบีเรียมีผู้เสียชีวิต 413 ราย และติดเชื้อ 786 คน

ครอบครัวของผู้ป่วยที่หายไป ต่างวิตกและสับสน และแม้แต่พยาบาลก็หนีไปจากศูนย์แห่งนี้ในวันที่ถูกบุก ขณะตำรวจในย่านเวสต์ พอยต์ ที่มีประชากรราว 50,000 คน ระบุว่า อีโบล่า ที่ติดได้โดยการสัมผัสของเหลวจากร่างกายผู้ป่วย เช่น เลือดและเหงื่อ และยังไม่มีวัคซีนป้องกัน หรือยารักษาแต่อย่างใด แต่ปรากฏว่า ผ้าปูที่นอนที่เต็มไปด้วยรอยเลือดของผู้ป่วย เครื่องนอนและอุปกรณ์ทางการแพทย์ กลับถูกปล้นไป และสิ่งที่โง่ที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมาในชีวิตนี้ก็คือ การเห็นคนหนีไปพร้อมกับของที่ปล้นไปจากผู้ป่วย ที่จะยิ่งทำให้เกิดการแพร่ระบาดหนักขึ้นไปอีก

พยานผู้เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า กลุ่มคนร้าย ที่ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น และมีไม้พลองเป็นอาวุธได้บุกพังประตู และปล้นข้าวของในศูนย์ ทำให้ผู้ป่วยพากันหนีออกไปหมด นอกจากนี้ พวกเขายังตะโกนถ้อยคำดูหมิ่นประธานาธิบดีเอลเลน จอห์นสัน เซอร์ลีฟ และบอกว่า อีโบลาไม่มีจริง

ด้านเจ้าหน้าที่ของสมาคมแรงงานสาธารณสุขของไลบีเรีย เปิดเผยว่า ที่ศูนย์แห่งนี้ มีผู้ป่วย 29 คน ที่ผ่านการทดสอบหาเชื้อไวรัสอีโบล่า และติดเชื้อทุกคน และกำลังอยู่ระหว่างการได้รับการรักษาในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ยืนยันการหลบหนีของผู้ป่วย 17 คน มีเพียง 3 คน ที่ถูกญาติพาหนีส่วนอีก 9 คน เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า อูกันดา ได้เตรียมพร้อมระดับสูงสุดเพื่อรับมือกับการระบาดของไวรัสอีโบล่า นับตั้งแต่อนามัยโลกจัดลำดับให้เคนยา ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้าน อยู่ในระดับความเสี่ยงสูงต่อการระบาดของไวรัสอีโบลา

บรรดาโรงพยาบาลในท้องถิ่น ได้ติดโปสเตอร์เตือนประชาชน ขณะที่เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขได้แจกจ่ายแผ่นพับให้ความรู้เกี่ยวกับอีโบลาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขณะที่กระทรวงสาธารณสุข ได้เผยแพร่ข้อมูลอย่างสม่ำเสมอเกี่ยวกับสถานการณ์การระบาดในปัจจุบัน และแจ้งเตือนประชาชนให้สังเกตอาการที่เกี่ยวข้องของโรค

ทางด้านสนามบินนานาชาติเอ็นเท็บเบ้ ได้เริ่มการคัดกรองผู้โดยสารขาเข้า พร้อมกับเตรียมคำถามไว้ เช่น ได้ไปแอฟริกาตะวันตกมาหรือไม่ ไปเคนยาหรือไม่ ได้ติดต่อสัมผัสกับผู้ติดเชื้ออีโบล่าหรือไม่ และมีไข้หรือไม่