วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'วิชา'ลั่นการโกงเป็นขยะของประเทศ

ป.ป.ช.จัดเสวนาในหัวข้อ"พอกันที การโกง" โดย"วิชา"ลุ้น ธ.ค. อันดับทุจริตไทยลด เปรียบ การโกงเหมือนขยะประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ถนนพิษณุโลก ได้จัดนิทรรศการ “พอกันที การโกง” พร้อมกับเปิดตัวรถประชาสัมพันธ์ (โมบาย) สำนักงานป.ป.ช.เพื่อโรดโชว์ต้านภัยทุจริตทั่วประเทศ และจัดตั้ง“พิพิธภัณฑ์และหอจดหมายเหตุ การป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ” เพื่อเป็นศูนย์กลางด้านข้อมูลการทุจริตในคดีที่ป.ป.ช.ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว และยังจะเป็นต้นแบบของกระบวนการการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนเข้ามาเรียนรู้ร่วมกันเรื่องการป้องกันปราบปรามการทุจริต โดยมีนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป.ป.ช. เป็นประธานเปิดนิทรรศการ

จากนั้นมีการเสวนาในหัวข้อ "พอกันที การโกง" โดยมีผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย ศาตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ กรiรมการป.ป.ช. ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และดร.มานะ นิมิตรมงคล ผู้อำนวยการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น

นายวิชา กล่าวว่า การป้องกันทุจริตจะไม่ได้ผลถ้าไม่สร้างจิตสำนึกของการเรียนรู้ ทั้งปัญหาที่เกิดขึ้น และข้อผิดพลาดว่า ทำไมจึงเกิดการทุจริต ทำไมคดีความมีจำนวนมาก และทำไมคนยังรู้สึกว่า ทุจริตแล้วไม่เป็นไรขอให้ได้ประโยชน์ มันจึงฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกของคนไทยตลอด การทุจริตเป็นสิ่งน่ารังเกียจของสังคมโลก สังคมโลกพยายามดิ้นรนไปสู่จุดที่ใสสะอาด ซึ่งเรื่องความโปร่งใสมีการจัดเรตติ้งกันทุกปี โดยองค์กรเพื่อความโปรงใสนานาชาติ ปรากฎว่า ไทยสาละวันเตี้ยลงทุกที จากอันดับ 80 กว่าเป็นอันดับที่ 102 แล้ว ซึ่งเดือนธ.ค.นี้ จะรอดูว่า จะร่วงหล่นหรือดีขึ้น อย่างไรก็ดี เรายังหวั่นใจว่า เมื่อการปฏิรูปเกิดขึ้น ซึ่งมีระยะเวลา 6 เดือนถึง 1 ปี จะสำเร็จหรือไม่ไม่รู้ แต่โรดแม็พกำหนดว่าปีหน้าจะต้องมีการเลือกตั้ง ขณะที่การเลือกตั้งก็ไม่รู้ว่าการเมืองเก่าจะกลับมาหรือไม่ เป็นสิ่งที่ประชาชนคาดหวังว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อเข้ามาแล้วจะทำอะไรในเชิงที่เปลี่ยนแปลง ไมใช่เปลี่ยนแต่สัญลักษณ์ ถ้าดูภาพก่อนที่จะมีคสช. ชายหาดทั้งหลายสกปรก แต่พอคสช. เข้ามามีการจัดระเบียบใหม่ คนมองเห็นภาพว่า การจัดระเบียบเป็นสิ่งดีงาม เช่นเดียวกับเรื่องทุจริตที่ต้องจัดระเบียบเช่นเดียวกัน

นายวิชา กล่าวอีกว่า การโกงเหมือนขยะของประเทศ ขยะดังกล่าวสุมอยู่ในประเทศเรามายาวนานมาก เป็นขยะความคิด ขยะทัศนคติ ทำให้เราต้องต่ำเตี้ยลงในสายตาประชาคมโลก คนไทยเต็มไปด้วยระบบอุปถัมถ์ ถ้ารู้จักกันจะวิ่งเต้น ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เอาลูกหลานที่ไม่มีความสามารถมาทำงาน แต่ไม่สามารถบริหารจัดการบ้านเมืองไปได้ รวมถึงการจัดซื้อจัดจ้างที่เราต่อสู้กันมาตลอด ขณะนี้กำลังสู้ให้มีความใสสะอาด ไม่ใช่อาศัยบริษัทพรรคพวก เครือญาติ เราต้องตัดแนวความคิดเรื่องทุจริตออกไปให้ได้ คณะกรรมการป.ป.ช.จึงกำหนดยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามทุจริต ซึ่งมียุทธศาสตร์สำคัญเรื่องการศึกษาที่ให้ประชาชนเรียนรู้จากสิ่งที่ผิดพลาด เป็นการสร้างองค์ความรู้ ขณะนี้เรามีป.ป.ช.จังหวัดครบ 77 จังหวัดแล้ว ต่อไปหากมีการชี้มูลองค์กรที่ทุจริต ไม่ว่าจะเป็น อบต.อปท. เทศบาล เราจะแพร่กระจายองค์ความรู้ไปยังชุมชนนั้นๆ ทันที เพื่อให้ประชาชนรู้ว่าขณะนี้งบประมาณของท่านถูกเจียดไปเข้ากระเป๋านักการเมืองเท่าไร

ด้าน ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล กล่าวว่า ภาคราชการต้องรู้บทบาทตัวเองเป็นสำคัญ เมื่อตัดสินใจเข้ามารับราชการ ต้องเสียสละ หากเข้ามาแล้วไม่รู้จักหน้าที่ตนเองถือว่าผิดตั้งแต่ต้น จะหวังเข้ามาวางอำนาจบาตรใหญ่ ฉกฉวยโอกาส อยากมีอำนาจวาสนาแบบสุดโต่ง บ้านเมืองจะเกิดความไม่เรียบร้อย ประเทศชาติดำรงความสง่างามมาตลอด เพิ่งจะมีระยะหลังที่ระบบระเบีบบการปกครองขาดความถูกต้องและไม่เหมาะสม ผู้คนจึงลอกเลียนแบบอย่างที่ไม่ดี ระบบในช่วงหลัง ขาดการยึดเหนี่ยวเรื่องธรรมภิบาล การเมืองมาครอบงำ ทำได้แม้กระทั่งเอาการเมืองมาแบ่งแยกผู้คน ไม่มีที่ไหนเขาทำกัน ซึ่งชาติต้องมาก่อน การเมืองมาทีหลัง เราต้องสร้างความรักชาติในหมู่พลเมืองให้เกิดขึ้น แล้วให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ช่วยกันทำหน้าที่เป็นสถาปนิกใหญช่วยกันสเก็ตซ์ภาพบ้านเมืองไทยให้ดี ให้เป็นที่พึงปรารถนา

"ข้าราชการต้องอยู่จนเกษียณอายุราชการ หากทุจริตจะทำให้ต้องพ้นจากหน้าที่ เป็นมลทินติดตามครอบครัวและตระกูลไปตลอด จึงอยากให้ยึดมั่นกฎระเบียบที่ถูกต้อง การเมืองมาแล้วก็ไป ไม่จีรังยั่งยืน อย่างเรื่องข้าว หากมองในเชิงความถูกต้อง ความสุจริต และยุติธรรม เขาจะไม่ทำโครงการนี้ เพราะก่อให้เกิดความเสียหายมาก โดยเฉพาะกับเกษตรกร ชาวนา ซึ่งถือเป็นผู้ทีมีบุญคุณต่อประเทศไทย ที่ผ่านมาข้าวไทยขึ้นชื่อมากในต่างประเทศ แต่ก็ต้องมาเกิดปัญหา ดังนั้น ข้าราชการต้องค้านบ้างหากเห็นว่าไม่ถูกต้อง ไม่ใช่ตามใจทุกเรื่อง พูดด้วยเหตุผล เขาจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็อีกเรื่องหนึ่ง"ม.ล.ปนัดดา กล่าว

ขณะที่ดร.มานะ กล่าวตอนหนึ่งว่า มีคำถามมากว่าใครเป็นตัวการที่ทำให้เกิดการทุจริต บ้างมองว่านักการเมืองทั้งส่วนกลางและท้องถิ่น เพราะเป็นผู้มีอำนาจในการกำหนดนโยบาย อาศัยพวกพ้องของตน ผู้ใต้บังคับบัญชาเห็นเช่นนั้นจึงเอาเป็นตัวอย่าง ส่วนข้าราชการซึ่งมีความรู้ในระบบการทำงาน หากไม่ชงเรื่องหรือเป็นไม้เป็นมือให้นักการเมืองคงไม่มีทางสำเร็จ และภาคเอกชนหากไม่เสนอสินบนแล้วจะเกิดการคอร์รัปชั่นได้อย่างไร ทั้งยังตั้งข้อสังเกตว่า งบประมาณในการโฆษณาของภาครัฐกว่า 7 พันล้านบาท ใช้ไปอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติหรือไม่ ที่ผ่านมาเงินเหล่านี้เข้าไปแทรกแซงสื่อ จนสามารถกำหนดทิศทางการทำงานได้