วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จ่อหมายเรียก'หมอพิสิฐ'เจ้าของคลินิกอุ้มบุญ

ผู้ช่วยผบ.ตร.เผยจ่อหมายเรียก"หมอพิสิฐ"เจ้าของคลีนิกอุ้มบุญ 18 ส.ค.นี้ คาด"พ่อญี่ปุ่น"บินมาไทยให้ปากคำ

พล.ต.ท.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้ากรณีชายชาวญี่ปุ่นจ้างอุ้มบุญ โดยมีพล.ต.ต.ชยุต ธนทวีรัตน์ รองผบช.น.ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน ตำรวจหน่วยที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ตัวแทนจากกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ร่วมประชุม นานกว่า 3ชั่วโมง

พล.ต.ท.ก่อเกียรติ กล่าวว่า การประชุมวันนี้เพื่อติดตามความคืบหน้าเพื่อให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องร่วมกันดำเนินการทุกด้านไปพร้อมๆกัน โดยกำชับในการติดตามพยานหลักฐานทั้งพยานเอกสาร ที่เกี่ยวข้องกับกรมการกงสุล สัญชาติ รวมทั้งพยานบุคคล เพื่อทำสำนวนคดีกรณีสถานพยาบาลอุ้มบุญ ออล ไอวีเอฟ ซึ่งคดีนี้คืบหน้าไปมากมีการสอบปากคำพยานไปหลายปากโดยในวันจันทร์ที่18สิงหาคม จะออกหมายเรียก นพ.พิสิฐ ตันติวัฒนากุล แพทย์ซึ่งเป็นเจ้าของสถานพยาบาล ซึ่งจากการสอบพยานหลายปากหลักฐานเชื่อมโยง มีความผิด โดยจะเรียกมารับทราบข้อกล่าวหา2ข้อหา คือ 1.ผิดพ.ร.บ.สถานพยาบาล ประกอบกิจการและสถานพยาบาลไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุก 3ปี ปรับไม่เกิน60,000บาท 2.ไม่ควบคุมดูแลให้ผู้ประกอบการวิชาชีพเวชกรรมในสถานบริการ ให้ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเวชกรรมโทษ 1ปี ปรับไม่เกิน20,000บาท ซึ่งในวันจันทร์นี้จะออกหมายเรียก หากไม่มาตามหมายเรียก ก็ออกหมายจับต่อไป ทั้งนี้ยังไม่ได้สอบสวนน.พ.พิสิฐ แต่อย่างใด

"ส่วนนายชิเกตะ มัตซึโตกิ อายุ24ปี ชาวญี่ปุ่นนั้น ทราบว่ามีการประสานจะเดินทางมาไทยเพื่อพบเจ้าหน้าที่ในวันที่ 18สิงหาคมนี้ แต่ก็ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าจะเดินทางมาจริงหรือไม่ ก็หวังว่าจะมาเพื่อมาชี้แจงและให้ข้อมูล ตอนนี้ตำรวจไทยประสานทุกช่องทางเพื่อตามตัวนายชิเกตะ มายืนยันข้อเท็จจริงทั้งหมด ทั้งนี้ในส่วนของคดี นายชิเกตะถือเป็นพยาน หากไม่มาพบพนักงานสอบสวน จะดำเนินการออกหมายเรียกพยาน หากเรียกหลายครั้งไม่มา พนักงานสอบสวนมีสิทธิออกหมายเรียกฐานขัดคำสั่ง ตอนนี้จากพยานหลักฐานนายชิเกตะ ยังไม่มีความผิดตามกฎหมายไทยไม่สามารถเอาผิด แต่ยังต้องสอบสวนในประเด็นการเป็นจ้างอุ้มบุญเด็กหลายคนว่ามีจุดประสงค์ใดที่เข้าข่ายเป็นความผิดหรือไม่" พล.ต.ท.ก่อเกียรติกล่าว

ผู้ช่วยผบ.ตร.กล่าวว่า จากการตรวจสอบนายชิเกตะมีหนังสือเดินทาง4เล่ม สัญชาติญี่ปุ่น 3เล่ม สัญชาติกัมพูชา 1เล่ม ทั้งนี้ตรวจสอบเบื้องต้นนายชิเกตะ ทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ที่กัมพูชาด้วย อาจได้รับสัญชาติก็ได้ ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อมูลที่พบขณะนี้นายชิเกตะเป็นบิดาของเด็ก 16คน โดยเป็นเด็กสัญชาติไทย 15คน สัญชาติญี่ปุ่น 1คน ทั้งนี้ 12คนอยู่ในความดูแลของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อีก4คน พาออกจากประเทศไทยไปแล้ว ขณะนี้พำนักที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา โดย ในจำนวน4คนนี้ คนหนึ่งสัญชาติญี่ปุ่น ซึ่งคนนี้เดินทางโดยเครื่องบินจากประเทศอินเดีย แวะเปลี่ยนเครื่องที่สุวรรณภูมิ ก่อนนายชิเกตะจะพาเดินทางไปพนมเปญ ไปอยู่ร่วมกันกับเด็กอีก3คนที่เป็นลูกนายชิเกตะมีสัญชาติไทย

"จากการตรวจสอบผ่านผู้ประสานงานของนายชิเกตะ ที่ส่งภาพถ่ายของเด็กทั้ง 4คนให้ดูพบว่าขณะนี้เด็กทั้ง4คนอายุประมาณ ขวบกว่า สุขภาพดี ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีดูจากรูปไม่มีอะไรน่าห่วง แต่ทั้งนี้ผู้ประสานงานได้เชิญเจ้าหน้าที่ไทย เดินทางไปดูสภาพความเป็นอยู่ของเด็กทั้ง4คนที่กรุงพนมเปญในสัปดาห์หน้า โดยมอบหมายให้ พ.ต.อ.พันธนะ นุชนารถ รองผบก.4นำคณะเดินทางไปตรวจสอบ อย่างไรก็ตามยังมีเด็กอีกคนที่ระบุเป็นลูกนายชิเกตะ อยู่ในครรภ์ของหญิงไทย อายุครรภ์7เดือน ทางพม.ดูแลอยู่ มีการจัดการสถานพยาบาลทำคลอดให้เรียบร้อย" พล.ต.ท.ก่อเกียรติระบุ

พล.ต.ท.ก่อเกียรติ กล่าวถึงกรณีชาวต่างชาติ นำเด็กสัญชาติไทย เดินทางออกนอกประเทศว่า ต้องมีเอกสารสำแดงต่อเจ้าหน้าที่ ตรวจคนเข้าเมือง 2อย่าง คือพาสปอร์ตของเด็ก และคำสั่งศาลเยาวชนและครอบครัว ที่สั่งให้เป็นผู้ปกครองฝ่ายเดียวของเด็ก กรณีนายชิเกตะ ทั้ง3ครั้งที่พาเด็กออกไป ก็มีการแสดงหลักฐานทั้ง2อย่างครบถ้วนแก่เจ้าหน้าที่ โดยที่ผ่านมา ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ก็ให้ความสำคัญในการตรวจสอบเรื่องนี้ บางกรณีชาวต่างชาติอุ้มเด็กมาแล้วเด็กร้องไห้ผิดปกติ ตม.ก็ตรวจสอบ อย่างละเอียด เมื่อมีหลักฐานครบก็อนุญาตตามขั้นตอน สำหรับที่มีข่าวว่าเมื่อวานนี้ทาง ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองกักตัวชาวออสเตรเลีย และอเมริกันที่กำลังพาเด็กออกนอกประเทศ นั้นตนให้ทางผบก.ตม.2เป็นคนตอบเรื่องนี้ ส่วนกรณีที่อ้างว่าคอนโดมิเนียมที่ลาดพร้าวมีเด็กเคยเป็นผู้อาศัยในทะเบียนบ้านมากกว่า 40คนนั้น ยังเป็นเพียงข่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบ สำหรับกรณีที่การอ้างว่าพบมีผู้ใช้บริการอุ้มบุญคลีนิกที่กำลังดำเนินคดีกว่า 100รายนั้น ต้องตรวจสอบเช่นกัน

ด้านพล.ต.ต.ชยุต กล่าวถึงความคืบหน้าคดี อุ้มบุญว่า กำลังรวบรวมพยานหลักฐานอะไรที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต้องนำมาประกอบ ทั้งการ แจ้งเกิด การออกหนังสือเดินทางแก่เด็ก ทั้งนี้สำหรับนายชิเกตะ เชื่อว่ากำลังติดตามข่าวนี้อยู่ หากเดินทางมาก็จะได้พิสูจน์ข้อเท็จจริง เป็นประโยชน์กับตัวนายชิเกตะเองและคนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง