คัดเลือกสปช.!หวังโปร่งใส-มีส่วนร่วม-ไม่เล่นพวก

คัดเลือกสปช.!หวังโปร่งใส-มีส่วนร่วม-ไม่เล่นพวก

(รายงาน) นักวิชาการหวัง'คัดเลือก สปช.'โปร่งใส-มีส่วนร่วม-ไม่เล่นพวก

พลันที่มีการเผยโฉมคณะกรรมการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในส่วนของประเด็นปฏิรูปด้านต่างๆ 11 ด้าน 11 คณะ รวม 77 คน ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกประกาศแต่งตั้งนั้น เสียงวิจารณ์ก็อื้ออึงทันที

โดยเฉพาะการตั้งข้อสังเกตเรื่องความหลากหลายของตัวบุคคลที่ทำหน้าที่คณะกรรมการสรรหาฯ เพราะดูแล้วมีแต่คนใกล้ชิด คสช.เกือบทั้งสิ้น ประกอบกับคำถามเรื่องความรู้ความสามารถในด้านนั้นๆ เนื่องจากหลายคนเป็นอดีตนายทหารระดับสูง อีกทั้งบางคนยังดำรงตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ด้วย

"กรุงเทพธุรกิจ" สำรวจความเห็นของนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ที่มีต่อคณะกรรมการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปฯ ในยุค คสช.

รศ.ยุทธพร อิสรชัย ประธานกรรมการประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) กล่าวว่า ในแง่ของความรู้และประสบการณ์ของผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการสรรหาฯนั้น คิดว่าบุคคลที่ คสช.คัดเลือกมา มีความรู้และประสบการณ์อยู่พอสมควร เชื่อว่าประเด็นนี้ไม่น่าจะมีปัญหา

อย่างไรก็ดี สิ่งที่อยากเห็น คือ กระบวนการในการเสนอชื่อว่าที่สมาชิก สปช.ให้ คสช.เลือก (11 ด้าน จะเสนอชื่อด้านละ 50 คน รวมเป็น 550 คน ให้ คสช.เลือกเหลือ 173 คน) รวมทั้งกระบวนการคัดเลือกของ คสช.เอง ต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส เปิดโอกาสให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม

นอกจากนั้น องค์กรที่เสนอชื่อบุคคลเข้าไปเป็นสมาชิก สปช. จะต้องเป็นองค์กรที่สะท้อนภาพการมีส่วนร่วมของสังคม ไม่ใช่องค์กรที่ตั้งขึ้นมาเฉพาะกิจ ด้วยเหตุนี้ภารกิจสำคัญของคณะกรรมการสรรหาฯ คือ จะต้องพิจารณาองค์กรที่เสนอชื่อบุคคล โดยคำนึงถึงความเหมาะสมและประสิทธิภาพในการทำงานเรื่องปฏิรูป ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นการสะท้อนถึงอนาคตของการปฏิรูปว่าจะประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด

"บางคนอาจบอกว่า สนช.มีความสำคัญมากกว่า สปช. แต่ส่วนตัวเห็นว่าสภาปฏิรูปฯเป็นองค์กรที่สำคัญในการปฏิรูปประเทศ เพราะจะทำหน้าที่วางโครงสร้าง รวมถึงแก้ปัญหาประเทศที่ยืดเยื้อมาอย่างยาวนาน ทั้งปัญหาสังคมและเศรษฐกิจ ตัวแทนของแต่ละองค์กรที่ได้รับการคัดเลือกมานั้น ประชาชนอยากเห็นความหลากหลาย และการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด" รศ.ยุทธพร กล่าว

ขณะที่ รศ.อัษฎางค์ ปาณิกบุตร อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ในฐานะนักรัฐศาสตร์ชื่อดัง กล่าวว่า ไม่มีความเห็นในประเด็นตัวบุคคลที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการสรรหาฯ แต่รายชื่อคณะกรรมการสรรหาฯที่ออกมา ทำให้เห็นรูปร่างหน้าตาชัดเจนขึ้น เชื่อว่าผลของการสรรหาจะเป็นไปตามความต้องการ เพราะได้รับคำสั่งเรื่องนี้มาแล้ว

"สำหรับสภาปฏิรูปฯที่กำลังจะมีขึ้นนั้น ผมขอฝากว่าบ้านเมืองขณะนี้มีข้อบกพร่องหลายด้าน ถ้าจะดำเนินการปฏิรูปต้องทำอย่างจิงจัง ต้องไม่มีระบบอุปถัมภ์ หากทำได้ก็เชื่อว่าจะเกิดประโยชน์กับบ้านเมือง แต่ถ้าปฏิรูปแล้วยังมีข้อยกเว้นให้กับบุคคลหรือกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดอยู่ ก็คงลำบากที่จะทำให้กระบวนการในการปฏิรูปประสบความสำเร็จได้" นักรัฐศาสตร์ชื่อดัง ระบุ

ขณะที่ นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิก สนช. ในฐานะที่เป็นคณะกรรมการสรรหา สปช.ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา สปช.ทั้ง 11 ด้าน มีการออกแบบที่ต่างไปจากการสรรหาสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ปี 49 โดยการคัดเลือกบุคคลมาเป็นคณะกรรมการสรรหานั้น เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ระบุว่า คณะกรรมการสรรหาจะต้องมีความหลากหลาย แต่เมื่อมีการแต่งตั้งแล้วก็ต้องปฏิบัติตาม

"ตรงนี้เป็นเพียงแค่การคัดเลือกคณะกรรมการสรรหาฯเท่านั้น ใครจะมาเป็นกรรมการไม่สำคัญเท่ากับบุคคลที่จะได้รับการเสนอชื่อและคัดเลือกมาเป็นสมาชิก สปช. การคัดเลือกบุคคลจะเน้นที่ความหลากหลาย เช่น ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมซึ่งผมเป็นกรรมการสรรหาอยู่ด้วย คณะกรรมการฯหลายคนก็มีความคุ้นเคยกัน และคุ้นเคยกับหน่วยงานด้านสาธารณสุขต่างๆ ผมเองก็รู้จักบุคลากรด้านสาธารณสุขหลายคน คิดว่าไม่น่ามีปัญหาในการทำงาน" นพ.เจตน์ กล่าว