วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ขอคสช.หมื่นล้านปล่อยกู้หนุนแปรรูปยางพารา

เกษตรฯขอคสช.หมื่นล้านปล่อยกู้หนุนแปรรูปยางพารา เชื่อราคาไม่ลดลง หลังผลผลิตเข้าตลาดน้อยลง ฝนตกหนักภาคใต้

"ชวลิต" ระบุ ราคายางไม่ร่วงแตะ 40 บาท ชี้ผลผลิตเริ่มเข้าสู่ตลาดลดลง พร้อมเร่งอสย.ขายยางในสต็อกภายในสิ้นปีนี้ เตรียมชง ครม. ของบประมาณ 10,000 ล้านบาท ปล่อยกู้สถาบันเกษตรกรอุดหนุนดอกเบี้ยต่ำ 4 %ซื้อยางแปรรูปเพิ่มมูลค่า

นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกชุกในภาคใต้ จะส่งผลให้การกรีดยางทำได้น้อย ปริมาณน้ำยางที่ออกสู่ตลาดแต่ละวันจะลดลงตามไปด้วย ในขณะที่ผู้ประกอบการ รวมทั้งผู้ส่งออกยางขณะนี้ไม่มียางในสต็อกอยู่เลย ดังนั้นราคายางในตลาดจะไม่ปรับตัวลดลงไปกว่าปัจจุบันที่กก.ละ 55 บาท หรือจะไม่ลดลงแตะ 40 บาทอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตามเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง ที่จะออกสู่ตลาดตั้งแต่ขณะนี้เป็นต้นไป ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนนี้ กระทรวงเกษตรฯจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใต้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อนุมัติงบประมาณ 10,000 ล้านบาท เพื่อใช้ปล่อยกู้ให้กับสถาบันเกษตรกร ผ่านกรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นเงินทุนหมุนเวียนเสริมสภาพคล่อง สำหรับการรับซื้อยางจากเกษตรแปรรูปขั้นต้นเพิ่มมูลค่าแทนการขายเป็นน้ำยาง

ทั้งนี้กรมส่งเสริมสหกรณ์ และรัฐบาลจะให้การสนับสนุนอัตราดอกเบี้ยรวม 4 % แยกเป็นกรมส่งเสริมสหกรณ์ 1 % และรัฐบาล 3% รวมทั้งกระทรวงเกษตรฯจะเร่งให้มีการโค่นยางเก่าจากที่กำหนดไว้ใน 7 ปี ต้องโค่นให้ได้ 3 แสนไร่ ให้เพิ่มเป็น 4 แสนไร่ โดยคาดว่าราคายางที่ปรับตัวลดลง จะส่งผลให้เกษตรกรยอมโค่นยางมากขึ้น ซึ่งสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง จะให้การชดเชยไร่ละ 26,000 บาท ในกรณีที่เกษตรกรปลูกปาล์มทดแทน และชดเชยไร่ละ 16,000 บาทกรณีที่เกษตรกรต้องการปลูกยางรอบใหม่

“ก่อนหน้านี้ รัฐบาลชุดที่ผ่านมาเคยอนุมัติเงินกู้ เพื่อสนับสนุนให้สถาบันเกษตรกร แปรรูปยางขั้นต้นมากขึ้น วงเงิน 5,000 ล้านบาท และอีก 15,000 ล้านบาทให้กับผู้ประกอบการในประเทศเพื่อปรับปรุงเครื่องจักร ซึ่งทั้งหมดนี้คาดว่าจะทำให้ยางในตลาดมีการซื้อขายมากขึ้น เกิดเสถียรภาพทางด้านราคา เมื่อได้เงินก้อนใหม่ลงไปจะเป็นการช่วยกระตุ้น" นายชวลิต กล่าว

สำหรับวงเงิน 10,000 ล้านบาท ที่จะเสนอครม.ให้ความเห็นชอบ ดังกล่าวทางคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ให้ความเห็นชอบแล้ว และอยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียด คาดว่าจะเสนอให้ครม.หรือคสช.เห็นชอบในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนนี้

ส่วนยางที่ค้างอยู่ในสต็อก 2.1 แสนตัน นั้น กนย. ได้สั่งการให้องค์การสวนยาง จัดทำแผนบริหารจัดการ ใน 2 ช่องทาง คือ 1. การใช้ในประเทศ ซึ่งอสย.จะต้องรวบรวมความต้องการทั้งหมด เช่น การสร้างถนน การสร้างสนามเด็กเล่น เพื่อระบุถึงปริมาณอย่างชัดเจน เสนอให้คสช.พิจารณาและจัดสรรยางให้แต่ละหน่วยงานภาครัฐนำไปใช้ และ 2. ยางที่เหลือจะต้องหาทางระบายโดยไม่ให้กระทบกับราคายางในตลาด

อสย.จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ ก่อนจะสิ้นสุดระยะของโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง ในวันที่ 30 ธ.ค. นี้ ซึ่งเป็นการต่ออายุโครงการจากเดิมที่สิ้นสุดไปแล้วเมื่อเดือน มี.ค. 2556

รายงานจากสถาบันวิจัยยาง แจ้งว่า ราคายางตลาดกลางยางพาราสงขลา ยางแผ่นดิบแตะระดับ 52.40 บาท/กก. ปรับตัวลดลง 1.29 บาทเมื่อเทียบกับเมื่อวันที่ 13 ส.ค. ที่ผ่านมา และยางแผ่นรมควันแตะระดับ 54.85 บาท/กก. ปรับตัวลดลง 1.44 บาทเมื่อเทียบกับวันที่ 13 ส.ค. ที่ผ่านมา ตามตลาดล่วงหน้าโตเกียวและสิงคโปร์ ประกอบกับนักลงทุนวิตกกังวลและเทขายเพื่อป้องกันความเสี่ยง หลังจากจีนและสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้ใช้ยางรายใหญ่ของโลกเปิดเผยข้อมูลที่ส่งสัญญาณถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจ รวมทั้งการแข็งค่าของเงินบาทและสถานการณ์ทางการเมืองทั่วโลกที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น