อุดมเดชรองผบ.ทบ. เผยประชุมกองทุนอนุรักษ์พลังงาน ล้างท่องบฯปี57 ตั้งโรงงานผลิตขยะในหน่วยทหารนำร่อง8แห่ง
ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รองผู้บัญชาการทหารบก (รองผบ.ทบ.) ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ครั้งที่ 3 โดยมีนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน ร่วมด้วย
ทั้งนี้พล.อ.อุดมเดช ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาโครงการที่ค้างอยู่ในปี 56 - 57 ซึ่งมี 2 โครงการ คือโครงการสนับสนุนกองทุนการศึกษาและวิจัยเรื่องการอนุรักษ์พลังงาน และให้ทุนศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเรื่องพลังงานทดแทนโครงการละ 200 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 400 ล้าน โดยการประชุมครั้งนี้ได้พิจารณาโครงการที่เห็นว่ามีความจำเป็น มีประโยชน์ และมีความเร่งด่วนที่น่าจะดำเนินการให้เห็นผลภายใน 1 - 2 ปี โดยรวมเป็น 6 ชุดโครงการ 1.ชุดโครงการต้นแบบการบริหารจัดการโรงไฟฟ้า พลังงาน ก๊าซชีวภาพจากหลุมฝังกลบขยะขนาดเล็ก 2.ชุดโครงการอนุรักษ์พลังงานและใช้พลังงานทดแทนในพื้นที่เสี่ยงภัยใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
3.ชุดโครงการอนุรักษ์และส่งเสริมการใช้พลังงานในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และโครงการตามแนวพระราชดำริ 4.ชุดโครงการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ และใช้ในหน่วยงานด้านความมั่นคง 5.ชุดโครงการสถานีผลิตไฟฟ้าในหน่วยราชการ 6.ชุดโครงการสนับสนุนพลังงานจังหวัด เพื่อสร้างความเข้มแข็งด้านพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ที่จะเป็นประโยชน์กับหน่วยงานราชการและประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ รวมถึงโครงการพระราชดำริที่สำคัญคือโครงการในจังหวัดพื้นที่ชายแดนภาคใต้ เพราะกรรมการเห็นว่าเป็นเรื่องที่สำคัญที่ต้องช่วยกันดูแลในภาพรวมคือการใช้เงินกองทุนในส่วนที่สามารถดำเนินการได้ในปี 57 บางส่วน เพื่อดำเนินการให้เกิดประโยชน์กับส่วนร่วมมากที่สุด
พล.อ.อุดมเดช กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังได้อนุมัติงบประมาณสำหรับแผนงานทั้ง 6 ชุดโครงการ รวม 2,687 ล้านบาท ประกอบด้วยชุดโครงการต้นแบบการบริหารจัดการโรงไฟฟ้า พลังงาน ก๊าซชีวภาพจากหลุมฝังกลบขยะขนาดเล็กโดยจะกระจายในส่วนราชการ โดยเฉพาะหน่วยทหาร เพราะมีความพร้อม เช่นหน่วยทหารใน จ.ลพบุรีและ จ.สระบุรี ทั้งนี้หัวหน้า คสช.ได้ให้นโยบายในภาพรวมเกี่ยวกับสภาพแวดล้อม ซึ่งฝ่ายสังคมและจิตวิทยาจะดูแลในภาพรวม เราได้นำมาพ่วงกับการผลิตพลังงานไฟฟ้าด้วย กรณีของโครงการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะมีโครงการที่เสริมให้เกิดความปลอดภัยเช่นการใช้โซล่าเซลล์ในพื้นที่หน่วยทหารบางหน่วยหรือตำรวจที่ปฏิบัติงานด่านตรวจต่าง ๆ การตรวจเส้นทางต่าง ๆ ก็จะเพิ่มการใช้โซล่าเซลล์ตามเสาไฟฟ้าต่าง ๆ ในบางจุดที่ได้มีการกำหนดพื้นที่ไว้แล้ว ยืนยันว่าจะเป็นประโยชน์อย่างแน่นอนจากการอนุมัติงบประมาณที่ใช้จ่ายไป
“กรรมการทุกคนตระหนักดีและหัวหน้าคสช.ได้ให้นโยบายอย่างชัดเจนว่า การดำเนินการของแต่ละฝ่ายที่ได้สั่งการลงมานั้นต้องทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีความโปร่งใส ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับการทุจริตคอรัปชั่น เพราะฉะนั้นเม็ดเงินที่ใช้ต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุ ยืนยันว่ากองทุนจะใช้เงินให้เกิดประโยชน์สูงสุด อย่างไรก็ตามโครงการที่ทำในหน่วยทหารไม่จำเป็นต้องเสียค่าแอดเดอร์ เมื่อสามารถผลิตไฟฟ้าให้หน่วยงานราชการได้แล้วเป็นการช่วยประหยัดพลังงาน ซึ่งถือว่าเป็นการช่วยลดงบประมาณค่าไฟฟ้า ซึ่งเป็นค่าสาธารณูปโภค ทั้งหมดนี้เป็นโครงการนำร่อง หากสิ่งที่ทำเกิดประโยชน์ กระทรวงหลัก ๆ ที่มีโครงการเหล่านี้สามารถดำเนินการโครงการนำร่องได้ โครงการส่วนใหญ่เน้นการตอบแทนสังคมทั้งในเรื่องการอนุรักษ์พลังงานและประหยัดพลังงานสุดท้ายก็สร้างพลังงานทดแทนขึ้นมา ที่ไม่ได้ค่าตอบแทนกลับมาในลักษณะเป็นเงิน แต่ช่วยในแง่ของการประหยัดและผลระยะยาวในการกำหนดแนวทางของพลังงานทดแทน ที่ได้ดำเนินงานตามแผนว่าอีก 10 ปีขึ้นไปจะต้องใช้พลังงานทดแทนได้มากขึ้น 10-20%สำหรับแผนงานในโครงการปี 58 จะกำหนดแผนงานโครงการที่ชัดเจนให้ทราบภายในต้นเดือนก.ย.” พล.อ.อุดมเดช กล่าว
ด้านนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า เรื่องพลังงานทดแทนเป็นสิ่งสำคัญในอนาคตที่จะลดการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ โดยทุกวันนี้มีการนำเข้าพลังงาน 1.4 ล้านล้านบาท ในวันนี้เป็นการอนุมัติงบประมาณปี 57 ที่ได้มีการยกเลิกไปแล้วนำมาจัดสรรใหม่ เพราะฉะนั้นการดำเนินการของโครงการต้องอยู่บนความพร้อม โดยแบ่งเป็นโครงการด้านขยะเป็นสิ่งที่คสช.และนโยบายพลังงานแห่งชาติเป็นตรงกันว่าต้องเกิดขึ้น โดยเรื่องโครงการขยะ มีปัญหาสำคัญคือการนำขยะมาผลิตไฟฟ้าเป็นเชื้อเพลิงของโรงงานขยะ ขณะนี้ยังจัดการได้ไม่ค่อยดีในพื้นที่ต่าง ๆ ที่ผ่านมา มีการทำต้นแบบใน 8 หน่วยทหาร แบ่งเป็นกองทัพบก 3 แห่ง กองทัพอากาศ 5 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ภาคกลางและภาคอีสาน เพื่อให้รู้ถึงการบริหารจัดการขยะร่วมกับท้องถิ่นเป็นต้นแบบให้เพื่อจะได้พลังงานซึ่งจะส่งผลให้ประหยัดงบประมาณและการจ่ายค่าไฟของส่วนราชการลงไป
“ขอเรียกร้องให้ชุมชนลุกขึ้นมาดำเนินการในเรื่องของการกำจัดขยะ ซึ่งส่วนหนึ่งจะเป็นการช่วยเรื่องรายได้ของชุมชนด้วย เชื่อว่าภายใน 1 ปีน่าจะดำเนินการได้ สำหรับโรงงานขยะของหน่วยทหารทั้ง 8 แห่ง ส่วนที่ 2 คือโครงการในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีแสงไฟส่องสว่างตั้งแต่ อ.หาดใหญ่จนถึงจ.นราธิวาส โดยใช้แอลอีดี ในภาคใต้มีปัญหาเรื่องขาดกำลังไฟ การประหยัดพลังงานภาคใต้จะเป็นการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนพลังงาน นอกจากนี้ยังมีโครงการเพิ่มแสงสว่างให้กับชุมชนที่มีแผงโซล่าเซลล์บนเสาไฟ เพื่อให้ชุมชนมีแสงไฟจะได้มีความปลอดภัยมากขึ้น รวมทั้งโครงการพระราชดำริจะใช้โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ตามชุมชนชาวเขาต่าง ๆ รวมประมาณ 10 กว่าแห่ง เป็นต้น ทั้งนี้หัวหน้าคสช.ได้เน้นย้ำกับพล.อ.อุดมเดชว่าการดำเนินการต้องมีความชัดเจนเรื่องราคา การที่จะพิจารณาในวันนี้ได้มีการปรับปรุงราคากลางรอบหนึ่งให้เป็นราคาที่เป็นปัจจุบันมากที่สุด วันนี้เป็นเพียงการอนุมัติหลักการ จะใช้เงินได้ก็ต่อเมื่อมีความพร้อมในทุกด้านจึงจะเบิกจ่ายเงินได้ โดยกรมพลังงานทดแทนจะเป็นหัวหน้าโครงการในการดูความพร้อม รวมถึงอนุมัติเงิน 20 ล้านบาทเพื่อติดตามประมวลผล” ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าว





