วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

มติผู้ตรวจฯส่ง'พิเชต-ผาณิต'เข้าคัดเลือกเป็นสปช.

มติผู้ตรวจฯเห็นชอบส่ง"พิเชต-ผาณิต"เข้าคัดเลือกเป็นสปช.ชี้เป็นผู้มากประสบการณ์ เหมาะร่วมสภาปฏิรูป

ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายรักษเกชา แฉ่ฉาย รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน แถลงภายหลังการประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินว่า ที่ประชุมผู้ตรวจแผ่นดินเห็นชอบตามที่สำนักงานผู้ตรวจแผ่นดินในฐานะองค์กรนิติบุคคลเสนอขอให้พิจารณาในการส่งบุคคลเข้ารับการคัดเลือกเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ

โดยที่ประชุมก็เห็นว่าสำนักงานผู้ตรวจฯมีภารกิจในหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารประเทศ มีประสบการณ์มากและเป็นประโยชน์ที่จะได้เข้าไปมีส่วนร่วมในสภาปฏิรูปจึงได้มีการพิจารณาบุคคลที่เห็นว่ามีความเหมาะสมและเห็นควรตามที่สำนักงานฯเสนอชื่อบุคคลมา 2 คน คือ นายพิเชต สุนทรพิพิธ อดีตผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาคนแรกของประเทศไทย และนางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินคนแรกของประเทศไทยตามรัฐธรรมนูญ 50

เนื่องจาก บุคคลทั้งสองเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ มีประสบการณ์ทั้งด้านการบริหารบ้านเมือง การเมือง พร้อมที่จะทำหน้าที่โดยทางสำนักงานจะมีการพิจารณาอีกครั้งว่าจะมีการเสนอบุคคลทั้งสองในด้านใดใน 11 ด้านที่มีการเปิดรับ อาจเป็นด้านการเมือง และด้านการบริหารราชการแผ่นดิน แต่ทั้งนี้คงจะไม่เสนอรายชื่อทั้งสองคนให้ไปอยู่ในด้านเดียวกัน อย่างไรก็ตามคาดว่าสำนักงานผู้ตรวจจะรวบรวมเอกสาร หลักฐานต่าง ๆ ยื่นเสนอต่อคณะกรรมการสรรหาได้ภายในสัปดาห์นี้ ส่วนกรณีหากนางผานิต ได้รับการคัดเลือกเป็นสปช.ก็อาจจะมีการพิจารณาลาออกก่อนที่จะครบวาระการดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน 6 ปี ในวันที่ 12 ต.ค.นี้ก็ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับประวัติของนางผาณิต ก่อนที่จะมาดำรงตำแหน่งประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เคยดำรงตำแหน่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และเมื่อมาเป็นผู้ตรวจการแผ่นดินในปี 2551 หลังจากนั้นได้รับเลือกเป็นประธานผู้ตรวจการแผ่นดินแล้วก็ยังได้รับเลือกตั้งให้ประธานสมาคมผู้ตรวจการแผ่นดินแห่งเอเชียเมื่อปี 55 จนถึงปัจจุบัน

ด้านนายพิเชต เคยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมวิเทศสหการ สำนักนายกรัฐมนตรี จนได้มาเป็นผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี และดำรงตำแหน่งรองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเมื่อปี 2542 ก่อนได้รับตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาเมื่อปี 2543-2546 และได้รับการสรรหาเป็นสมาชิกวุฒิสภา ถึงสองสมัย คือปี 2551 และ 2554