วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยกฟ้อง'อภิสิทธิ์-สุเทพ'ฟ้อง'ธาริต'ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ

ศาลอาญายกฟ้อง"อภิสิทธิ์-สุเทพ" ฟ้อง"ธาริต"ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ สรุปสลายม็อบนปช. ชี้ดีเอสไอทำตามหน้าที่

ศาลนัดฟังคำสั่งในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง คดีหมายเลขดำ อ.310/2556 ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ปัจจุบันปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี, พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ในฐานะอดีตหัวหน้าชุดคดีการเสียชีวิตของประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐจากเหตุรุนแรงทางการเมืองปี2553 , พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ และ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ในฐานะพนักงานสอบสวน เป็นจำเลยที่ 1- 4 ในความผิดฐานเป็นร่วมกันเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตและเป็นเจ้าพนักงานสอบสวน กระทำการโดยมีเจตนากลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 , 90 , 157 , 200 กรณีเมื่อเดือน ก.ค.54 - 13 ธ.ค.55 ดีเอสไอได้สรุปสำนวนดำเนินคดี นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ข้อหาก่อให้ผู้อื่นฆ่าและพยายามฆ่าโดยเจตนาและเล็งเห็นผล จากการออกคำสั่ง ศอฉ.ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ กระชับพื้นที่การชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อปี 2553 ซึ่งโจทก์เห็นว่าการแจ้งข้อหาบิดเบือนจากข้อเท็จจริงและดีเอสไอไม่มีอำนาจ เพราะต้องเป็นการวินิจฉัยของ ป.ป.ช.

ศาลพิเคราะห์ พยานหลักฐานในชั้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า มูลเหตุการสรุปสำนวนคดีกล่าวหาโจทก์ทั้งสอง สืบเนื่องจากการชุมนุมของ นปช. เมื่อปี 2551 - พ.ค.53 มีผู้เข้าร่วมการชุมนุมหลายหมื่นคน ต่อมามีความรุนแรงขึ้นในหลายพื้นที่ นายอภิสิทธิ์ โจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีจึงได้ประกาศใช้พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และตั้ง ศอฉ. ต่อมาเมื่อวันที่ 10 เม.ย.53 เจ้าหน้าที่ทหารได้เข้าปฏิบัติการขอคืนพื้นที่บริเวณแยกผ่านฟ้า และ ถ.ราชดำเนิน จนเกิดการปะทะกับกลุ่มที่อ้างว่าเป็นชายชุดดำ มีเจ้าหน้าที่ทหารและผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต หลังจากนั้น นายสุเทพ โจทก์ที่ 2 ได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ทหารสามารถใช้อาวุธปืนและจัดให้มีหน่วยพลทหารซุ่มยิงระยะไกลได้ ซึ่งการชุมนุม นปช.ดำเนินการเรื่อยมา และได้ยุติลงเมื่อเหตุการณ์วันที่ 19 พ.ค.53 มีผู้เสียชีวิตหลายสิบราย มีผู้เสียชีวิต บางรายเสียชีวิตจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ทหาร หลังจากนั้นพนักงานอัยการได้ยื่นไต่สวนชันสูตรสาเหตุการตายต่อศาลอาญาและศาลอาญากรุงเทพใต้ โดยศาลได้มีคำสั่งว่าผู้เสียชีวิตบางรายจากกระสุนปืนความเร็วสูงที่ยิงมาจากฝั่งของเจ้าหน้าที่ทหาร

การสอบสวนและสรุปสำนวน จึงสืบเนื่องจากพยานหลักฐานที่ศาลมีคำสั่งไต่สวนชันสูตรการเสียชีวิตดังกล่าว และเป็นการดำเนินการตามพยานหลักฐาน บทบัญญัติของกฎหมาย พยานหลักฐานที่นำสืบของโจทก์ชั้นไต่สวนมูลฟ้อง จึงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสี่ มีเจตนาบิดเบือนแจ้งข้อกล่าวหาหรือกลั่นแกล้งโจทก์แต่อย่างใด

ส่วนที่โจทก์ระบุว่า ขณะเกิดเหตุโจทก์ทั้งสองมีตำแหน่งทางการเมือง คดีนี้จึงอยู่ในอำนาจสอบสวน ป.ป.ช. ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 นั้น เห็นว่าคดีที่จำเลยได้ดำเนินการทำสำนวนและสั่งให้พนักงานอัยการนั้น เป็นมูลคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ซึ่งอัยการสูงสุดก็ได้มีคำสั่งให้ฟ้องโจทก์ การกระทำของจำเลยทั้งสี่จึงเป็นไปตามอำนาจหน้าที่แล้ว จึงพิพากษายกฟ้อง

ภายหลังนายสวัสดิ์ เจริญผล ทนายความของนายสุเทพ เปิดเผยว่า จะปรึกษากับตัวโจทก์อีกครั้ง แต่คาดว่าจะอุทธรณ์คดีต่อไป ซึ่งเราเห็นว่าการสอบสวนเป็นเรื่องของ ป.ป.ช.