(รายงาน) เปิด 7 ขั้นตอนสรรหาสภาปฏิรูปฯ เฟ้น 250 อรหันต์วางกติกาประเทศ
ในขณะที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เตรียมจัด "คิกออฟสภาปฏิรูปฯ" เพื่อสร้างกระแส เรียกความสนใจให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการปฏิรูปประเทศ ผ่านทางสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) แต่ปรากฏว่าหลายคนยังไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับ สปช.เลย
โดยเฉพาะช่องทางในการสมัครเข้ารับการสรรหาเป็น สปช. ทั้งๆ ที่ภารกิจของ สปช.มีความสำคัญไม่น้อยกว่าแม่น้ำสายอื่นๆ ทั้ง 5 สายเพื่อสร้างประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ตามแนวคิดของ คสช.เลย
ทั้งนี้ สภาปฏิรูปแห่งชาติมีหน้าที่ศึกษาและเสนอแนะเพื่อให้เกิดการปฏิรูปในด้านต่างๆ รวม 11 ด้าน ได้แก่ ด้านการเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม การปกครองท้องถิ่น การศึกษา เศรษฐกิจ พลังงาน สาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม สื่อมวลชน สังคม และอื่นๆ
จำนวนสภาปฏิรูปแห่งชาติมีไม่เกิน 250 คน จากคณะกรรมการสรรหาจังหวัด จำนวน 77 คน และคณะกรรมการสรรหาจากผู้ทรงคุณวุฒิที่หัวหน้า คสช.แต่งตั้ง รวม 11 คณะ จำนวน 173 คน
คุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งสมาชิก สปช. คือ มีสัญชาติไทยโดยการเกิด มีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปี และจะต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้...เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช, เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต, เคยถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง, เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือถือว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ, เคยต้องคำพิพากษาให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สิน เพิ่มขึ้นผิดปกติ, อยู่ระหว่างต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือเคยถูกถอดถอนจากตำแหน่ง
เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม, กระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด หรือกฎหมายเกี่ยวกับการพนัน ในฐานความผิดเป็นเจ้ามือหรือเจ้าสำนัก, เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
ที่มาของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ คสช.ดำเนินการคัดเลือกจากคณะกรรมการสรรหากลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิฯ 11 คณะ กับรายชื่อที่ส่งให้คณะกรรมการสรรหาประจำจังหวัด จังหวัดละ 5 คน แล้วพิจารณาเหลือจังหวัดละ 1 คน รวมจำนวน 77 คน รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 250 คน
สำหรับคณะกรรมการสรรหาฯสายผู้ทรงคุณวุฒิ คสช.ต้องแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิมีความรู้และประสบการณ์เป็นที่ยอมรับของบุคคลในด้านต่างๆ จำนวน 11 คณะ ดังนี้ ด้านการเมือง ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ด้านการปกครองท้องถิ่น ด้านการศึกษา ด้านเศรษฐกิจ ด้านพลังงาน ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ด้านสื่อสารมวลชน ด้านสังคม และด้านอื่นๆ
หลักเกณฑ์ในการสรรหาสมาชิก สปช. ต้องสรรหาผู้มีความรู้ความสามารถเป็นที่ประจักษ์ในแต่ละด้าน (ห้ามเสนอชื่อตนเอง) โดยจะต้องคำนึงถึงความหลากหลายของกลุ่มต่างๆ ในภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคสังคม ภาควิชาการ ภาควิชาชีพ และภาคอื่น การกระจายตามจังหวัด โอกาสและความเท่าเทียมกันทางเพศ รวมทั้งผู้ด้อยโอกาส โดยสรรหาจำนวนกลุ่มละไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของผู้ถูกเสนอชื่อ แต่ไม่เกิน 50 คน
ส่วนคณะกรรมการสรรหาประจำจังหวัด 76 จังหวัด ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด, ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัด, นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด, ผู้ที่ได้รับเลือกเป็นผู้แทนสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับจังหวัด, ประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด โดยมีผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเป็นเลขานุการ
คณะกรรมการสรรหาประจำกรุงเทพฯ ประกอบด้วย ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย, อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง, ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.), ผู้ที่ได้รับเลือกเป็นผู้แทนสภาองค์กรชุมชนเขตในระดับจังหวัดของกรุงเทพฯ, ประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพฯ โดยมีผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพฯ เป็นเลขานุการ
คณะกรรมการสรรหาประจำจังหวัดและ กทม. ทำหน้าที่สรรหาจากบุคคลซึ่งมีภูมิลำเนาในจังหวัดนั้นๆ แล้วคัดเลือกให้เหลือจังหวัดละ 5 คน
ขั้นตอนการสรรหา...
ขั้นตอนที่ 1 พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติมีผลใช้บังคับ
ขั้นตอนที่ 2 มีคณะกรรมการสรรหาประจำจังหวัด/กทม. และ คสช.แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาด้านผู้ทรงคุณวุฒิฯ จำนวน 11 ด้าน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศกำหนดวัน เวลา สถานที่ในการสรรหา
ขั้นตอนที่ 3 ในส่วนกลาง คณะกรรมการสรรหาฯทั้ง 11 ด้าน ให้นิติบุคคล (ไม่แสวงหากำไร) เสนอชื่อผู้เหมาะสมได้เพียงด้านเดียว (ภายใน 20 วัน) ไม่เกินจำนวน 2 คน ตามแบบที่ กกต.กำหนด ณ สำนักงาน กกต.
ในส่วนจังหวัด/ กทม. คณะกรรมการสรรหาฯ สรรหาบุคคล แล้วคัดให้เหลือ 5 คน ส่งสำนักงาน กกต.
ขั้นตอนที่ 4 เลขาธิการ กกต.หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ตรวจสอบคุณสมบัติผู้ได้รับการเสนอชื่อ (ภายใน 10 วัน) จากนั้น สำนักงาน กกต.ส่งรายชื่อบุคคลที่มีภูมิลำเนาในจังหวัด จังหวัดละ 5 คน ให้ คสช.
ขั้นตอนที่ 5 คณะกรรมการสรรหาสายผู้ทรงคุณวุฒิฯ 11 กลุ่ม สรรหาบุคคลไม่เกิน 50 คน (ภายใน 10 วัน) ส่ง คสช.
ขั้นตอนที่ 6 คสช.คัดเลือกสมาชิกสภาปฏิรูปฯ จากคณะกรรมการสรรหาสายผู้ทรงคุณวุฒิฯ (ใช้เวลา 15 วัน) ตามจำนวนที่เห็นสมควร และคณะกรรมการสรรหาประจำจังหวัด/กทม. จังหวัดละ 1 คน รวมจำนวน 77 คน ซึ่งรวมทั้ง 2 กลุ่มแล้วต้องไม่เกิน 250 คน จากนั้นนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ
ขั้นตอนที่ 7 ประกาศรายชื่อราชกิจจานุเบกษา





