เร่งตรวจสอบทรัพย์สิน"เสี่ยโจ้ "หลังเจ้าหน้าที่บุกค้นบ้านพบทรัพย์สินเพิ่ม คาดสรุปยอดได้ 7ส.ค.
วันนี้ (6 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวปัตตานีรายงาน ตามที่ พ.อ.จตุพร กลัมพสูตร รองผู้บังคับหน่วยกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้/ หัวหน้าชุดปราบปราบภัยแทรกซ้อนต่อความมั่นคง ภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมด้วยนายสุทธิพร ภู่ภัทรสินธุ์ ตัวแทนผู้รับอำนาจจากกรมสรรพากร ติดตามผลการดำเนินคดีล้มละลายตามคดี 3488/2555 ซึ่งกรมสรรพากร เป็นเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ นำเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ยึดทรัพย์สิน ตามที่ กอ.รมน.ยึดไว้แล้ว ของนายสหชัย เจียรเสริมสิน หรือเสี่ยใจ้ ตามที่เสี่ยโจ้ เป็นหนี้ กรมสรรพากรไว้จำนวน 414 ล้านบาท
โดยมีเจ้าหน้าที่จากตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นสักขีพยานในการเข้าไปตรวจยึดในครั้งนี้ที่บริเวณ หจก. สหทรัพย์ทวีค้าไม้ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมปัตตานี เลขที่ 103/49 ต.บานา อ.เมือง จ.ปัตตานี จากการตรวจค้นเตรียมยึดทรัพย์ เมื่อวันที่ 5 ส.ค ที่ผ่านมา ได้ค้นพบตู้เซฟอีก 1ตู้ และพบทรัพย์สินเพิ่มเติมอีกจำนวนมาก นอกเหนือจากเงิน 28.3 ล้านบาท ยังมีทรัพย์สินเพิ่มเติม
ประกอบด้วย เงินไทย เงินดอลลาร์ และเงินสกุลอื่นๆอีกบางส่วน และพระเครื่องจำนวนมาก เช่น พระเครื่องรุ่นหลวงปู่ทวดรุ่น 8 จำนวน 10 องค์ พระเครื่องรุ่นพระโต๊ะ รุ่น 1 จำนวน 10 องต์และพระองค์อื่นๆที่เป็นชื่อดังอีกจำนวนมาก รวมทั้ง ทองคำแท่ง 50 แท่งๆละ 10 บาท พร้อมทองรูปพรรณ เพชร รวมมูลค่าอาจจะสูงถึง 100 ล้านบาท ทำให้ต้องมีการตรวจนับทรัพย์สินใหม่ แต่เนื่องจากต้องใช้เวลา ทำให้การทำงานไม่สะดวกจึงได้นำทรัพย์สินที่ค้นได้เพิ่มเติม มาฝากไว้ที่ตู้เซฟของ ธนาคารกรุงไทยสาขาปัตตานี
ต่อมานายสุทธิพร ภู่ภัทรสินธุ์ ตัวแทนผู้รับอำนาจจากกรมสรรพากร, นายพายุ สุขสดเขียว สรรพากรจังหวัดปัตตานี รวมทั้งคณะทำงานของสรรพากร และหน่วยงานกองบังคับคดี ได้เดินทางไปตรวจนับทรัพย์สินที่ธนาคารกรุงไทยสาขาปัตตานี เพื่อสรุปบัญชีทรัพย์สินของเสี่ยโจ้ โดยคาดว่าจะสรุปได้ก่อนเที่ยงวันที่ 7 ส.ค.
ด้านนายพายุ สุขสดเขียว สรรพากรจังหวัดปัตตานี้ เปิดเผยว่า ทรัพย์สินดังกล่าวที่ยึดมาได้นั้นเป็นจำนวนมาก ทางสรรพากรจังหวัดปัตตานี ไม่มีที่เก็บเพื่อรักษาทรัพย์สินดังกล่าวจึงต้องฝากไว้ที่ธนาคาร เพราะมีความปลอดภัยสูงกว่า หลังจากที่ตรวจสอบแล้วก็คงจะมอบให้กรมสรรพากร ดำเนินการต่อไป
เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมามีการพบหลักฐานดวงตราตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ปลอม ซึ่งถือว่าเป็นภัยความมั่นคง มีการยึดตรวจสอบแล้ว รวมทั้งการทำธุรกิจน้ำมันเถื่อน การทำธุรกิจไม้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบเนื่องจากมีขั้นตอนในการตรวจสอบอีกมากยังไม่แล้วเสร็จ ส่วนเรือประมงดัดแปลงเพื่อบรรทุกน้ำมัน ยึดมาได้เป็นจำนวน 6 ลำ จากจำนวนบัญชีเรือ 76 ลำ ส่วนไม้ในโรงไม้ ถูกยึดเช่นกันอยู่ระหว่างตรวจสอบ เพราะพบว่ายังมีไม้บางส่วนยังหาหลักฐานยืนยันที่มาที่ไปไม่ได้ และได้ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ ดำเนินการตรวจสอบต่อไป และนอกจากนั้นมีการยึดรถยนต์อีกจำนวน 5 คัน
ส่วนที่พบเอกสารบัญชีส่วยให้กับผู้เกี่ยวข้องต่าง ๆ ประมาณเดือนละ 45 ล้านบาท ซึ่งมีจำนวนมาก ทางชุดปฏิบัติการปราบปรามภัยแทรกซ้อน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้รวบรวมส่งให้หน่วยงานต้นสังกัดเพื่อให้ตรวจสอบต่อไป นอกจากนั้น รวบรวมทั้งหมดส่งให้ คสช.อีกทางหนึ่ง
สำหรับบรรยากาศที่ หจก.สินทรัพย์ทวีค้าไม้ หลังจากเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบแล้วก็ได้มีการนำโซ่และกุญแจล็อกประตูไว้อีก 2 ชั้น เพื่อไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปเด็ดขาด เพราะยังต้องมีการตรวจสอบ โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารพรานจากกรมทหารพรานที่ 43 เข้ามาดูแลตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้มีบุคคลอื่น ๆ มีการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว





