วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คสช.เห็นชอบร่างรับรองการประชุมรมต.อาเซียน

คสช.เห็นชอบร่างรับรองการประชุมรมต.อาเซียนครั้งที่ 47 มอบปลัดกต. เข้าร่วมประชุม 8-10 ส.ค. ที่กรุงเนปิดอร์

ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงว่า การประชุมคสช.ชุดใหญ่ ครั้งที่ 9/2557 เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมนั้น ที่ประชุมคสช.ได้ให้ความเห็นชอบตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอร่างเอกสารที่จะมีการรับรองการประชุมรัฐมนตรีประเทศอาเซียน ครั้งที่ 47 และการประชุมอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะจัดการประชุมขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 ส.ค. ที่กรุงเนปิดอร์ ประเทศเมียนมาร์ ได้แก่ ร่างแถลงการณ์ที่ประชุมอาเซียนเรื่องการเสริมสร้างการประสานงานและความร่วมมือด้านการค้นหา และกู้ภัยทางทะเลและทางอากาศ และร่างแถลงการณ์รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนเรื่องความร่วมมือในการป้องกัน การเตรียมพร้อม การตอบสนอง และการฟื้นฟูจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วนอกชายฝั่ง ทั้งนี้ร่างแถลงการณ์ทั้ง 2 ร่างมีจุดมุ่งหมายเพื่อประกาศเจตจำนงร่วมกัน เพื่อส่งเสริมความร่มมือด้านการกู้ภัยทางทะเล ทางอากาศและสถานการณ์น้ำมันรั่วผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูล การสัมมนาการฝึกซ้อมร่วมที่ไม่มีข้อผูกพันทางงบประมาณเพิ่มเติม โดยคสช.ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงการต่างประเทศหรือผู้แทนเป็นผู้ร่วมรับรองเอกสาร อย่างไรก็ตามข้อแถลงการณ์ดังกล่าวไม่เข้าข่ายเป็นหนังสือสัญญาในมาตรา 23 ตามรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557

ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ที่ประชุมคสช.ยังได้ให้ความเห็นชอบต่อร่างถ้อยแถลงของการประชุมรัฐมนตรีกรอบความร่วมมือแม่น้ำโขงคงคา ครั้งที่ 7 ระหว่างวันที่ 7-10 ส.ค. กรุงเนปิดอร์ ประเทศเมียนมาร์ โดยมอบหมายให้ปลัดกระทรวงการต่างประเทศปฏิบัติหน้าที่แทน รมว.ต่างประเทศ เป็นผู้ร่วมรับรองถ้อยแถลงดังกล่าวโดยไม่มีการลงนาม หากมีความจำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขถ้อยแถลงที่ไม่ใช่สาระสำคัญ หรือไม่ขัดต่อผลประโยชน์ของประเทศไทยก็ให้ทางกระทรวงการต่างประเทศดำเนินการต่อไปได้ โดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากคสช.อีก ทั้งนี้กรอบความร่วมมือดังกล่าวเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2543 มีสมาชิก 6 ประเทศได้แก่ กัมพูชา อินเดีย ลาว เมียนมาร์ ไทยและเวียดนาม เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมโยงระหว่างประเทศสมาชิกทั้งเรื่องการท่องเที่ยว วัฒนธรรม การศึกษาและคมนาคม ที่อาศัยปัจจัยทางเศรษฐกิจที่เกื้อกูลกันเป็นยุทธศาสตร์เชื่อมโยงอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโยงไปสู่อินเดีย