"จรัญ" ตุลาการศาลรธน. ชี้ไทยไร้กฎหมายรับรองอุ้มบุญก่อปัญหา แนะสนช.เร่งคลอดกม.อุ้มบุญที่ค้างสภา
ที่สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 6 ส.ค.57 นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงมุมมองในข้อกฎหมายกรณีอุ้มบุญ ภายหลังร่วมการสัมมนา หัวข้อ “การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ มุมมองที่แตกต่างระหว่างไทยและต่างประเทศ ” ว่า ปัจจุบันในประเทศไทย ยังไม่มีกฎหมายรองรับปัญหาการอุ้มบุญ ซึ่งกระบวนการดังกล่าวถือว่าเป็นการค้ามนุษย์อย่างหนึ่ง โดยแสวงหาผลประโยชน์จากการทำธุรกิจการค้า ดังนั้นจึงควรต้องใช้กฎหมายด้านปราบปรามการค้ามนุษย์ มาดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องในขบวนการเหล่านี้
นายจรัญ กล่าวอีกว่า กรณีเด็กที่เกิดจากแม่อุ้มบุญนั้น ประเทศไทยไม่มีกฎหมายรองรับ ขณะที่ตามกฎหมายแล้ว สิทธิการดูแลเด็กจะเป็นของแม่ผู้ตั้งครรภ์หรือผู้ให้กำเนิด ซึ่งบุคคลอื่นไม่สามารถรับเด็กไปเลี้ยงหรือพาเด็กออกนอกประเทศได้หากแม่อุ้มบุญไม่ยินยอม
อย่างไรก็ดีสำหรับแพทย์ ต้องมีจรรยาบรรณในวิชาชีพ และไม่ทำเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ซึ่งการอุ้มบุญ แม้จะมีกฎระเบียบแพทยสภา เข้ามากำกับดูแลจรรยาบรรณของแพทย์ แต่ไม่สามารถดำเนินคดีอาญากับใครได้ แม้ว่าแม่อุ้มบุญจะยินยอมสมัครใจรับว่าจ้างในการตั้งครรภ์ แต่ก็ถือว่าไม่มีความผิดทางอาญาและทางปกครอง ยกเว้นแต่จะต้องเกิดความเสียหายต่อแม่อุ้มบุญ หรือตัวเด็กจนถึงขั้นเสียชีวิต หรือบาดเจ็บเท่านั้น ถึงจะเอาผิดทางอาญาได้โดยสามารถดำเนินคดีได้ก็เพียงแค่ตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 เท่านั้น
ขณะที่นายจรัญ กล่าวถึง แนวทางการแก้ปัญหาด้วยว่า รัฐควรจะต้องออกกฎหมายเกี่ยวกับปัญหาการรับตั้งครรภ์แทน เพื่อป้องกันการแสวง หาประโยชน์โดยมิชอบ หรือกฎหมายอุ้มบุญให้ครอบคลุมทุกด้าน รวมทั้งเพื่อให้ครอบครัวใดครอบครัวหนึ่งที่ไม่สามารถมีบุตรได้และต้องการมีบุตรโดยการอุ้มบุญจะสามารถกระทำได้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ตลอดจนการดูแลครอบครอบครัวให้เด็กมีความสมบูรณ์ เมื่อเด็กคลอดมาแล้วบิดาและมารดาจะต้องมีสิทธิ์ในการดูแลเด็ก ซึ่งจะต้องเกิดจากความยินยอมของทุกฝ่ายและต้องไม่มีคนนอกเข้าไปแทรกแซง ซึ่งจะทำให้เด็กที่เกิดมาจึงจะมีความแน่นอนในชีวิตและไม่เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง
นอกจากนี้ควรจะต้องมีกฎหมายรอบรับในเรื่องการดูแลแม่อุ้มบุญด้วย ทั้งในด้านการคุ้มครองสวัสดิภาพและความปลอดภัยในชีวิตอีกด้วย ซึ่งรัฐควรจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด โดยเท่าที่ทราบกฎหมายฉบับนี้ มีการร่างขึ้นมาแล้วแต่ยังค้างอยู่ระหว่างการพิจารณาในสภา จึงขอให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เร่งผลักดันกฎหมายฉบับนี้เพื่อนำมาบังคับใช้ให้เร็วที่สุดด้วย





