วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปปท.ตรวจสอบนายทุนรุกป่ามวกเหล็ก

ป.ป.ท.สนธิกำลังตรวจสอบนายทุนรุกป่าทับกวาง-มวกเหล็ก พบจัดสรรป่าขายปลูกบ้านตากอากาศไร่ละ 1-1.5ล้าน

นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) พร้อมกับนายณรงค์ศักดิ์ นามตาปี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเจ็ดสาวน้อย พ.อ.พงษ์ศิลป์ สถิตย์ขราณี หัวหน้ากลุ่มข่าว ฝ่ายข่าวกรองกอ.รมน. สระบุรี เจ้าหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พร้อมทีมพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ ลงพื้นที่ตรวจสอบการบุกรุกและถือครองที่ดินป่าสงวนแห่งชาติป่าทับกวาง-ป่ามวกเหล็ก บ้านซับอิจิ ต.มวกเหล็ก อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี รวม 2 จุด โดยจุดแรกเป็นพื้นที่ในเขตป่าสงวนมีนายทุนบุกรุกและตั้งสำนักงานขายที่ดิน ชื่อโครงการบ้านซับอิจิ มีการจัดสรรที่ดินขายและก่อสร้างบ้านพักตากอากาศจำนวน 18 หลัง และยังพบว่ามีการแบ่งล็อคจัดสรรที่ดินเป็นแปลงเพื่อขายในราคาไร่ละ 1-1.5 ล้านบาท จากการสำรวจด้วยระบบจีพีเอสพบเนื้อที่ป่าสงวนถูกบุกรุกจำนวน 1,000 ไร่ จากพื้นที่ป่าสงวนทั้งหมด 1,440 ไร่

ส่วนจุดที่ 2 ซึ่งอยู่ในผืนป่าเดียวกัน พบว่ามีข้าราชการระดับสูงของอ.มวกเหล็กเข้าไปครอบครองในชื่อ “บ้านภูกษิ” โดยอ้างเอกสารสิทธิ์สปก.4-01 เนื้อที่ 11 ไร่เศษ แต่จากการตรวจสอบพบว่า ตัวบ้านบนเนินเขา แทงค์น้ำ และสวนมะม่วงอีก 2 ไร่ อยู่นอกแนวเขตสปก. จากการตรวจสอบด้วยจีพีเอส พบว่าเป็นการบุกรุกพื้นที่ในโครงการสวนป่าหลังเขา-ท่าระหัด ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนดังกล่าว

นายประยงค์ กล่าวว่า การบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนของนายทุนมีความผิดทางอาญาและทางแพ่ง ซึ่งผู้ครอบครองจะต้องรับผิดชอบ โดยยืนยันว่าเจ้าหน้าที่รัฐจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย รายที่มีเอกสารสิทธิ์ถูกต้องจะได้รับการคุ้มครอง แต่ผู้บุกรุกป่าต้องถูกดำเนินคดี ความเสียหายหากประเมินตามเกณฑ์ของกรมป่าไม้มีโทษปรับไร่ละ 100,000 บาท แต่ราคาประเมินที่มีการจัดสรรขายพบว่ามีราคาสูงถึงไร่ละ 1-1.5 ล้านบาท ภายหลังคสช.มีคำสั่งที่ 69 ป.ป.ท.ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบในจ.สระบุรีพบว่ามีการบุกรุกประมาณ 10 แปลง เนื้อที่ประมาณ 2,500 ไร่ ราคาในท้องตลาดไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งป.ป.ท.จะรายงานผลให้คสช.รับทราบเพื่อติดตามเร่งรัดการดำเนินคดีและเรียกคืนพื้นที่ให้กลับคืนสู่สภาพป่า สำหรับผู้ที่เข้ามาซื้อที่ดินขอให้เร่งนำเอกสารสิทธิ์มาแสดง หากตรวจสอบพบว่าผิดกฎหมายจะเข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและเรียกร้องค่าเสียหายกับผู้บุกรุก ส่วนนายทุนที่เข้ามาจับจองพื้นที่เพื่อจัดสรรขายจะประสานให้ปปง.ตรวจสอบทรัพย์สินเพื่อยึดอายัดต่อไป

นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า ป่าสงวนแห่งชาติมวกเหล็ก-ทับกวางเป็นพื้นที่อยู่ระหว่างเตรียมประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติเจ็ดสาวน้อยมีเนื้อที่ทั้งหมด 25,550 ล้านไร่ อยู่ในเขตรอยต่อจ.นครราชสีมาและสระบุรีในพื้นที่ 2 อำเภอ คือ มวกเหล็กและทับกวาง มีการประกาศเป็นเขตป่าสงวนเมื่อปี 2527 ต่อมาในปี 2545 เจ้าหน้าที่เข้าสำรวจพื้นที่เพื่อประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติและพบว่ามีชาวบ้านเข้าไปทำกิน มีการปลูกข้าวโพด มันสำปะหลัง และเลี้ยงสัตว์ จึงมีการกันพื้นที่บางส่วนให้เป็นพื้นที่ทำกินในเขตสปก. การบุกรุกของนายทุนไม่ได้บุกรุกเขตอุทยานแต่บุกรุกเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย เพราะพื้นที่ดังกล่าวไม่สามารถเข้าไปครอบครองได้เว้นแต่มีการขอใช้พื้นที่ตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนแปลงที่บุกรุกเขตสวนป่าจะมีโทษหนักกว่า โดยกฎหมายกำหนดโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี จึงขอฝากเตือนไม่ให้หลงเชื่อซื้อที่ดินในจ.สระบุรี เพื่อสร้างบ้านพักตากอากาศเพราะจะสูญเงินเปล่า เนื่องจากที่ดินที่มีการจัดสรรขายส่วนใหญ่เป็นที่ดินที่มีปัญหาบุกรุกป่าสงวน

ด้านนางวาทินี สนิทไชย ได้นำสำเนาเอกสารสิทธิสปก.4-01 มาชี้แจงกับผู้สื่อข่าว โดยยืนยันว่าที่ดินแปลงนี้เป็นมรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษเนื้อที่กว่า 11 ไร่ ที่ผ่านมาได้ใช้ปลูกมันสำปะหลังและเลี้ยงสัตว์ ส่วนตัวบ้านเพิ่งมีการก่อสร้างไว้สำหรับเป็นบ้านพักผ่อนของครอบครัว