"กฤษฎา"อธิบดีกรมปกครองจี้ "นายอำเภอ"ป้องกันโรคระบาด ทั้งโรคไข้เลือดออก โรคท้องร่วง ไข้หวัด และโรคมือเท้าปาก
นายกฤษฎา บุญราช อธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผยว่า กรมการปกครองได้ตรวจสอบพบว่าขณะนี้ประชาชนในหลายพื้นที่ ประสบภาวะโรคตามฤดูกาลที่ทําให้มีผู้เสียชีวิตบ้างแล้ว เช่น โรคไข้เลือดออก โรคท้องร่วง ไข้หวัด และโรคมือเท้าปาก ซึ่งโรคเหล่านี้นอกจากจะเกิดจากเชื้อโรคแล้วยังมีปัจจัยที่ทําให้เกิดการแพร่ระบาดได้จากภาวะแวดล้อมทางสังคมด้วยและโรคดังกล่าวจะเกิดกับเด็กและเยาวชนเป็นจํานวนมาก
ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาและป้องกันการแพร่ระบาดของโรค จึงได้แจ้งกําชับให้นายอําเภอ ทุกอําเภอเข้าไปมีส่วนร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในการแก้ไขปัญหา ป้องกันการแพร่ระบาดโรค รวมทั้งการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบความเจ็บป่วย โดยให้นายอําเภอ ทําหน้าที่เป็นผู้อํานวยการ เพื่อประสานการปฏิบัติให้หน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ไปร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในการแก้ไขปัญหายับยั้งการแพร่ระบาดของโรค โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงและการแก้ไขพฤติกรรมของประชาชนที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคดังกล่าว อาทิ ชุมชนแออัด ย่านอุตสาหกรรมที่มีคนทํางานร่วมกันจํานวนมากหรือในหมู่บ้านที่มีแหล่งกําเนิดยุง โรงเรียน สถานศึกษา ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงงานอุตสาหกรรม หมู่บ้านชุมชนห่างไกลทุรกันดารเป็นต้น
นายกฤษฎากล่าวว่าเพื่อยับยั้ง ป้องกัน และบรรเทาการแพร่ระบาดของโรค นายอำเภออาจดําเนินการประชุมชี้แจงทําความเข้าใจหรือประชาสัมพันธ์วิธีการป้องกันการแพร่ระบาดโรคผ่าน ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้ดูแลศูนย์เด็กเล็ก เจ้าของโรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้งกํานันผู้ใหญ่บ้าน กรรมการหมู่บ้าน (กม.) หรือชุดปฏิบัติการตําบล (ชปต.) เป็นต้น
ทั้งนี้ในบางพื้นที่ที่มีโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลเอกชนที่มีความพร้อมในการออกมาให้บริการช่วยเหลือประชาชนนั้นให้นายอําเภอประสานงานกับสถานพยาบาลดังกล่าวจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกมาให้บริการประชาชนเป็นระยะๆ โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกลจากสถานีอนามัย หรือโรงพยาบาลประจําอําเภอ
และให้นายอําเภอมอบหมายปลัดอําเภอและกํานันผู้ใหญ่บ้าน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน (อสม.) ออกไปเยี่ยมเยียนดูแลประชาชนที่ประสบโรคภัยดังกล่าว นอกจากนั้นในการดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยและครอบครัวที่มีฐานะยากจนไม่สามารถช่วยตนเองได้นั้นให้นายอําเภอและหรือปลัดจังหวัดประสานงานกับสํานักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด หรือเหล่ากาชาด หรือมูลนิธิองค์กรกุศลในพื้นที่ หรือภาคเอกชนที่มีหน่วยดูแลช่วยเหลือสังคม เพื่อมาร่วมกันในการช่วยเหลือ ดูแลครอบครัวผู้ป่วยดังกล่าว
“ภารกิจงานดังกล่าวข้างต้นเป็นไปตามยุทธศาสตร์พระราชทานในเรื่องเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา และเป็นภารกิจของข้าราชการกรมการปกครองในการ บําบัดทุกข์ บํารุงสุขให้กับพี่น้องประชาชนและทําให้ประชาชนรู้สึกว่ามีข้าราชการฝ่ายปกครองและหน่วยราชการต่างๆ ที่คอยช่วยเหลือประชาชนยามทุกข์ยาก อันจะทําให้เกิดความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน และจะนําไปสู่การเกิดความปรองดองสมานฉันท์ รู้รักสามัคคีของคนในชาติในที่สุด จึงกําชับให้นายอําเภอเอาใจใส่ ดูแลพี่น้องประชาชนโดยใกล้ชิดและต่อเนื่องด้วย” อธิบดีกรมการปกครองกล่าว





