ศาลพิพากษาจำคุก2ปี ปรับ1แสน "ชวนนท์"โฆษกปชป.แถลงหมิ่น"สุรพงษ์" สั่งย้าย"ทูตแสบ"เอื้อกัมพูชา ให้รอลงอาญา2ปี
เมื่อเวลา 09.30 น. ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.4990/2554 ที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มอบอำนาจให้ นายวิรัช ศรีอินทรสุทธิ์ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายชวนนท์ อินทร์โกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ , บริษัท เอ็นเคที นิวส์ จำกัด ผู้ประกอบการหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ , นายจักร์กฤษ เพิ่มพูล บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา นสพ.กรุงเทพธุรกิจ , น.ส.นิภาวรรณ แก้วรากมุกข์ อดีตบรรณาธิการข่าวการเมือง , บริษัท เอ็นเอสที นิวส์ จำกัด ผู้ประกอบการหนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก และนายเฉลียว คงตุก บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา นสพ.คมชัดลึก เป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328
ตามฟ้องโจทก์เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.54 บรรยายความผิดสรุปว่า ระหว่างวันที่ 24-25 ก.ย.54 นายชวนนท์ จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า นายสุรพงษ์ โจทก์ ซึ่งเป็น รมว.ต่างประเทศ ได้ให้นายอัษฎา ชัยนาม ออกจากประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย - กัมพูชา (เจบีซี) และให้นายวีรชัย พลาศรัย ออกจาก กรรมาธิการเจบีซี เพื่อประโยชน์แก่กัมพูชา ซึ่งเป็นความเท็จ และต่อมาจำเลยที่ 2-6 ได้นำตีพิมพ์เผยแพร่ข่าวในวันที่ 25 ก.ย.54 การกระทำของพวกจำเลยทำให้โจทก์ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมาย เหตุเกิดที่พรรคประชาธิปัตย์ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม.
ขณะที่ศาลไต่สวนมูลฟ้องโจทก์แล้วเห็นว่าคดีมีมูลจึงให้ประทับรับคำฟ้องไว้พิจารณาเพื่อมีคำพิพากษาต่อไป ชั้นพิจารณาจำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธต่อสู้คดี ส่วนจำเลยที่ 2-6 ซึ่งเป็นบรรณาธิการ นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และ นสพ.คมชัดลึก โจทก์ได้ถอนฟ้องคดีไปแล้ว
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานชั้นพิจารณาที่โจทก์นำสืบและจำเลยต่อสู้คดีแล้ว เห็นว่า คำแถลงของจำเลยที่ 1 ได้กล่าวถึงโจทก์ ซึ่งจำเลยที่ 1 อ้างว่า เป็นการตั้งคำถามตรวจสอบโจทก์ และปกป้องประโยชน์ชาติ แต่หลังจากการแถลงข่าวก็ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 ได้ดำเนินการนำเรื่องดังกล่าวไปอภิปรายในสภา ฯ และตรวจสอบต่อ ขณะที่ไม่ปรากฏว่าโจทก์เกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าว อีกทั้งภายหลังจากที่นายอัษฎา และนายวีรชัย ออกจากตำแหน่ง ก็ไม่ปรากฏว่ามีการกระทำใด ๆ ในพื้นที่ 4.6 ตารากิโลเมตรที่ทำให้เกิดความเสียหาย ดังนั้นการกะทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นการเผยแพร่ไขข่าวด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ย่อมทำให้บุคคลอื่นเข้าใจผิด และโจทก์ได้รับความเสียหาย
จึงพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 กระทำผิดฐานหมิ่นประมาท ฯ ให้จำคุก 2 ปีและปรับ 100,000 บาท แต่จำเลยไม่เคยต้องโทษคดีอาญามาก่อน จึงเห็นควรให้รอการลงโทษมีกำหนด 2 ปี โดยให้จำเลยลงโฆษณาคำพิพากษาย่อในหนังสือพิมพ์และเว็บไซต์ กรุงเทพธุรกิจ และ นสพ.คมชัดลึก เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 7 วันด้วย
ภายหลัง นายชวนนท์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ชำระค่าปรับแล้ว กล่าวว่า ตนเคารพคำพิพากษาของศาล แต่จะยื่นอุทธรณ์คดีต่อไป และคงต้องรอปรึกษากับทนายความอีกครั้ง เกี่ยวกับประเด็นข้อกฎหมายซึ่งมีหลายแง่มุม เราคิดว่าได้ยืนยันข้อเท็จจริงที่ค่อนข้างชัดเจน แต่ก็มีความเห็นที่แตกต่างกันอยู่ในกระบวนการต่างๆ โดยก็จะพยายามเรียบเรียงข้อเท็จจริงต่างๆ เพื่อนำมาใช้ต่อสู้ในชั้นศาล ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ก็จะดำเนินการไปตามขั้นตอน เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าการทำหน้าที่เพื่อประชาชนและประเทศชาติจะได้รับการคุ้มครอง





