วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ป่าไม้จ่อรื้อบ้าน รุกผืนป่าสงวนติดที่ดิน'ธาริต'

จนท.ป่าไม้เตรียมรื้อบ้าน2หลังบนเนินติดด้านหลังบ้านพักตากอากาศของภรรยา"ธาริต" หลังพบการรุกที่ป่าสงวน

อีกทั้งผู้มีชื่อเป็นเจ้าของไม่มายื่นเอกสารแสดงการครอบครองในระยะเวลาที่กำหนด ระบุกรมที่ดินตรวจสอบที่ดินของภรรยานายธาริตแล้วพบโฉนดถูกต้อง ด้านนายธาริตย้ำไม่มีการปลูกสร้างใดๆ นอกเหนือเอกสิทธิ์ วอนตรวจสอบให้ชัดเจนเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบบ้านพักที่ปลูกใกล้กับบ้านพักของนางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ ภรรยาของ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในพื้นที่หมู่ 11 บ้านมอกระหาด ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา หลังมีการกล่าวหาว่ามีการปลูกสร้างอาคารบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติกว่า 6 ไร่ และตัดถนนเข้าไปบริเวณพื้นที่ป่าสงวน ทำให้นายประสาร มฤคพิทักษ์ เมื่อครั้งเป็นประธานอนุกรรมาธิการเสริมสร้างธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 และคณะลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบ เมื่อวันที่ 18 มี.ค. และวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมานั้น

ล่าสุดมีรายงานว่าในส่วนพื้นที่ด้านหลังบ้านสิริอุบลซึ่งมีบ้านพักอยู่ 2 หลัง ปลูกอยู่บนเนินเขานั้นได้ปลูกสร้างบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาเสียดอ้า ป่าเขานกยูง ป่าเขาอ่างหิน ในพื้นที่ป่าโซนซี ซึ่งเป็นป่าอนุรักษ์ โดยสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 เตรียมจะเข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ในวันที่ 6 ส.ค.นี้ หลังจากได้แจ้งผู้ครอบครองให้มาแสดงเอกสารแสดงการครอบครองภายใน 30 วันแต่ก็ไม่มาแสดง จากนั้นได้อุทธรณ์เป็นเวลาอีก 30 วัน รวมทั้งหมด 60 วันแต่ก็ยังไม่มีการยื่นแสดงหลักฐานใดๆ

"ประสาร"ร่วมเป็นพยานการรื้อถอน

นายประสาร กล่าวเมื่อวานนี้ (4 ส.ค.) ว่า ในวันพุธที่ 6 สค.57 เวลา 9.30 น. จะเดินทางไปเป็นสักขีพยานการรื้อบ้าน 2 หลังที่อยู่ในรั้วบ้านเดียวกันกับบ้านของนางวรรษมล ภรรยาของนายธาริต โดยงานนี้เป็นผลสืบเนื่องจาก เมื่อ 5 เดือนก่อนอนุกรรมาธิการฯ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านที่ปากช่องว่า มีรีสอร์ทรุกล้ำที่ป่าสงวน จึงลงพื้นที่และพบว่ารีสอร์ทแห่งนี้มีปัญหาว่ามีสิ่งก่อสร้างรุกล้ำป่าสงวน จากนั้นได้เชิญกรมป่าไม้มาชี้แจงในกรรมาธิการของวุฒิสภา ในชั้นนี้พบว่าบ้านสองหลังดังกล่าวรุกที่ป่าสงวน ปลูกสร้างในที่ลาดเอียงเกิน 45 องศา และยังมีการทำถนนจากบ้านหลังใหญ่ทอดยาวไปถึงบ้านสองหลังดังกล่าว

นายประสาร กล่าวว่า กรมป่าไม้ได้แจ้งให้เจ้าของบ้านสองหลังดังกล่าวให้มาแสดงกรรมสิทธิ์แต่ไม่มีการติดต่อกลับมาในเวลาที่กำหนด กรมป่าไม้จึงกำหนดไปรื้อถอนบ้านสองหลังนี้ในวันที่ 6 ส.ค.นี้ โดยจะมีเจ้าหน้าที่ราว 40-50 คนพร้อมอุปกรณ์ไปจัดการรื้อถอนต่อไป เพราะพบว่าปลูกสร้างในพื้นที่โซนซี คือ เขตป่าสงวนแห่งชาติที่จะสร้างสิ่งก่อสร้างหรือถนนไม่ได้ ถือว่าเป็นเขตอนุรักษ์ ส่วนการดำเนินคดีจากการบุกรุก กรมป่าไม้ในฐานะผู้เสียหายเป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนพื้นที่ที่เป็นรีสอร์ทจะต้องตรวจสอบการได้มาซึ่งเอกสารสิทธิ์ว่าถูกต้องหรือไม่ต่อไป

ป่าไม้ยันรื้อตามขั้นตอนก.ม.ปกติ

นายยรรยง กางการ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 (นครราชสีมา) กรมป่าไม้ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นการดำเนินการใช้กฎหมายตามปกติ ตามมาตรา 25 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ หลังกรมป่าไม้ได้เข้าไปตรวจยึดพื้นที่และดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนแล้ว และไม่มีเจ้าของออกมาแสดงตัวจึงจะใช้มาตรา 25 เข้าไปดำเนินการรื้อถอนตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตามพื้นที่ที่กรมป่าไม้จะเข้าไปดำเนินการนั้นอยู่คนละรั้วกับพื้นที่ที่ระบุว่าเป็นบ้านพักตากอากาศของนายธาริต ซึ่งในส่วนของบ้านพักตากอากาศนั้น ทางกรมที่ดินได้ตรวจสอบ และระบุแล้วว่า เป็นการออกโฉนดโดยถูกต้อง ยืนยันว่ากรมป่าไม้จะดำเนินการใช้มาตรา 25 กับพื้นที่บุกรุกที่เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบแล้วเสร็จทั้งหมด และไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งแต่อย่างใด

ด้าน นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า บ้านที่กรมป่าไม้จะเข้าไปรื้อเป็นการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายตามมาตรา 25 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ อย่าเพิ่งไประบุว่าเป็นบ้านของบุคคลใด แต่เป็นการที่กรมป่าไม้เข้าไปตรวจสอบแล้วไม่พบเจ้าของมาแสดงตัว ซึ่งทราบว่าทางสำนักจัดการฯ ที่ 8 จะเข้าไปดำเนินการในอีกหลายจุด และเป็นการดำเนินการตามปกติ

"ธาริต"ย้ำบ้านภรรยาถูกต้อง

ขณะที่ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับการติดต่อเรื่องการแจ้งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในที่ดิน พร้อมยืนยันว่าไม่มีการปลูกสร้างใดๆ ที่นอกเหนือที่ดินเอกชนที่มีเอกสิทธิครอบครองอยู่ ซึ่งที่ผ่านมาได้ชี้แจงหลักฐานการครอบครองที่ดินกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปหมดแล้ว อย่างไรก็ตาม นายธาริต กล่าวว่า ไม่สามารถไปก้าวก่ายว่าบ้านที่จะรื้อเป็นบ้านของผู้ใดเพราะเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่ยืนยันในส่วนที่ดินซึ่งมีชื่อภรรยาเป็นผู้ครอบครองนั้นไม่มีการก่อสร้างนอกเหนือจากเอกสารสิทธิที่ดินเอกชนแน่นอน จึงขอให้สอบถามความชัดเจนจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่รับผิดชอบเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายดีกว่า