นักศึกษาไทย เล่าเหตุการณ์ในลิเบียแรงขึ้นเรื่อยๆ ยิงกันต่อหน้าต่อตา กลัวมากๆอยากกลับบ้าน
นายประสาน ปานนพภา อายุ 55 ปี บิดานายอัฟด้อล ปานนพภา นักศึกษาไทยที่เดินทางไปเรียนที่ประเทศลิเบีย กล่าวว่า เท่าที่ได้ติดตามลูกชายตอนนี้สบายดี ลูกตนเดินทางไปเรียนด้านศาสนา ที่กรุงทิโปลี ซึ่งสถานการณ์ที่โน้นมีการสู้รบกัน และลามใกล้สถานที่ซึ่งลูกชายตนอาศัยอยู่ จึงย้ายไปพักอยู่ที่สถานทูต ตนเองก็อยากให้เขากลับเมืองไทย เพราะเป็นห่วงเนื่องจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ระหว่างที่เขาอยู่ช่วงมีเหตุการณ์สู้รบ ต้องบอกว่าเขาอยู่ได้อย่างปลอดภัยดี แต่จะไปไหนมาไหนจะมีทหารให้การคุ้มครองตลอด ทั้งนี้เมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติก็ให้เขากลับไปเรียนต่อ
นายประสาน กล่าวต่อว่า ตนเองรู้สึกดีใจและขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ซึ่งช่วงแรกลูกของตนไม่อยากกลับบ้าน เพราะเป็นห่วงเรื่องไม่ได้กลับไปเรียนต่อ แต่เมื่อได้คุยกับทางบ้านคุยกับพี่สาวก็บอกให้กลับมาก่อน ประกอบกับช่วงหลังมานี้สถานการณ์มันไม่ดีขึ้น จึงตัดสินใจกลับมาก่อนดีกว่า ที่ผ่านมาน้องเขาก็ได้เล่าถึงสถานการณ์บ้าง บอกว่ามีครั้งหนึ่งระเบิดมาลงใกล้ๆหอพักเลย เขาก็เกิดอาการหวาดกลัว จึงอพยพไปอยู่ที่สถานทูตเพื่อความปลอดภัย และต่อมาจึงตัดสินใจกลับไทย
นายอาหะหมัด เจ๊ะมะ อายุ 24 ปี นักศึกษาไทยที่เดินทางกลับจากลิเบีย กล่าวว่า ตนเองไปเรียนด้านภาษาที่ลิเบีย ไปเรียนได้ปีกว่าแล้ว ชีวิตประจำวันก็อาศัยอยู่ในมหาวิทยาลัย ทั้งเรียน พักอาศัย เมื่อเกิดเหตุการณ์สู้รบจึงตัดสินใจกลับไทย ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นนั้นเป็นช่วงเดือนรอมฎอน ซึ่งเหตุการณ์ก็แรงขึ้นเรื่อยๆยิงกันตลอด มีการเผาบ่อน้ำมัน ตนเองอยู่ในมหาวิทยาลัย ซึ่งมหาลัยก็มีกฎว่าต้องย้ายนักศึกษาออกให้หมดก่อน กลุ่มนักศึกษาไทยจำนวน 11 คน จึงย้ายไปอยู่ที่สถานทูต ตอนนั้นก็กลัวมากๆ อยากจะกลับบ้าน ผมไม่เคยเจอเหตุการณ์ มายิงกันต่อหน้าต่อตา ยิงปืนขึ้นฟ้าตลอด ตกใจมากครับ
นายอาหะหมัด กล่าวว่า ตอนนี้มาถึงเมืองไทยแล้วก็รู้สึกดีใจมาก ปลอดภัยแล้ว แต่ว่าช่วงที่เดินทางออกจากลิเบียไปกรุงตูนิส ประเทศตูนิเซีย เพื่อขึ้นเครื่องไปดูไบนั้นลำบากมาก เพราะเมื่อมาถึงที่ด่านตูนิสก็มีการยิงกันอีก ทุกคนก็หลบอยู่ในรถทุกคน เพราะผ่านด่านตูนิส ก็ต้องรออีกนานกว่าจะออกจากด่าน เบ็ดเสร็จใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง กว่าจะมาถึงที่สนามบินตูนิส แล้วต่อเครื่องมาดูไบ จานนั้นจึงบินตรงมาที่เมืองไทย ส่วนเรื่องการศึกษา ถ้าเหตุการณ์ปลอดภัยตนก็จะกลับไปเรียนให้จบปริญญาตรี หากจบมาแล้วก็ตั้งใจอย่างจะทำงานสอนภาษา
นายเอลวานุดดิน เจ๊ะและ อายุ 19 ปี นักเรียนไทยที่เพิ่งเดินทางกลับจากลิเบีย กล่าวว่า ตอนที่อยู่ลิเบียรู้สึกกลัวมาก เพราะมีการยิงกันข้างๆมหาลัยผมเลย ยิงกันทุกวัน จึงมีการสั่งอพยพให้ออกมจากมหาลัย เพราะสถานการณ์ย่ำแย่มากขึ้น ทหารก็เข้ามาในมหาลัยมาคุมสถานการณ์ จึงต้องออกจามมหาลัย ทั้งความกลัวและทางบ้านก็เป็นห่วง จึงได้ตัดสินใจกลับบ้านที่เมืองไทย แต่ถ้าเหตุการณ์สงบคลี่คลายหมดแล้วก็จะกลับไปเรียนต่อ
ด้านพล.ท.หฤษฎ์ พุ่มหิรัญ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย กล่าว่า ตอนนี้นักเรียนไทยส่วนใหญ่จะให้กลับมาเมืองไทยก่อน ชุดแรก 8 คนก็เรียบร้อยดี ทุกคนมีความสุข ส่วนนักศึกษาที่ยังไม่ได้กลับมานั้น คิดว่าเดี๋ยวคงจะกลับมาเพราะน้อง 3 คน เขาเป็นห่วงเรื่องใบเกรด เขาจบแล้ว และทางสถานทูตติดต่อเรียบร้อยแล้ว คงจะกลับมาในเร็วๆนี้ อย่างไรก็ดียังจะมีการส่งกลับประเทศไทยอีกเร็วๆนี้ ซึ่งเป็นแรงงานไทยประมาณ 800 คน ซึ่งจะกลับมาเป็นชุดๆ ซึ่งในรายละเอียดมากกว่านี้คงจะต้องถามผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงอีกครั้ง





