"วิบูลย์"ประชุม"ผวจ.-กำนัน-ผญบ." แจงนโยบายลดความขัดแย้ง-ปรองดอง "ผอ.ศปป."แจงยึดปรองดองทำงานคู่ขนานสภาปฏิรูป
นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เปิดการประชุมขับเคลื่อนบาทบาทของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และคณะกรรมการหมู่บ้านให้เทิดทูนสถาบัน ลคความขัดแย้งทางความคิด และสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด(ผวจ.) ปลัดจังหวัด นายอำเภอ กำนันผู้ใหญ่บ้าน และตัวแทนคณะกรรมการหมู่บ้านเข้าร่วม
โดยนายวิบูลย์ กล่าวว่า หลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศและกำหนดโรดแมพของประเทศ ทำให้กระทรวงมหาดไทยมีภารกิจ 4 เรื่องเพื่อขับเคลื่อนตามนโยบายของ คสช. คือ 1.การสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ 2.การดูและรักษาความสงบเรียบร้อย รักษาความมั่นคง รวมทั้งดำเนินการกับผู้มีอิทธิพล แม้จะเป็นคนในเครื่องแบบก็ตาม 3.การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยคสช.ได้สั่งให้จังหวัดตั้งศูนย์ดำรงธรรมเพื่อรับเรื่องร้องเรียน และให้บริการประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ และ 4.การกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ให้ติดตาม และเร่งรัดโครงการที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ได้ นอกจากนั้นก็ขอให้กำนันผู้ใหญ่บ้านติดตามคนที่จะก่อความไม่สงบ ระงับการต่อต้านทางการเมือง ดูแลเรื่องป่าไม้ รวมทั้งแก้ปัญหายาเสพติด
ขณะที่พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายยุทธการ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) จะชี้แจงแนวทางในการขับเคลื่อนภารกิจเร่งด่วนตามนโยบายของ คสช.ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ให้ความสำคัญกับการสร้างความปรองดองสมานฉันท์เป็นอย่างมาก เพราะหากคนในประเทศไม่ปรองดองกัน ต่อให้มีการปฏิรูปก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ทั้งนี้ในการสร้างความปรองดองจะต้องมีการค้นหาความจริง ซึ่งที่ผ่านมาที่เกิดปัญหาเพราะไม่มีการเปิดเผยความจริง ดังนั้นจึงจะต้องค้นหาความจริงย้อนหลังจากวันที่ 22 พ.ค.57 เป็นต้นไป โดยการเดินหน้ากระบวนการนี้ต้องให้คนไทยเคารพกฎหมาย ซึ่งเป็นหน้าที่ ผวจ. กำนัน ผู้ใหญ่บ้านไปชี้แจงกับประชาชน นอกจากนั้นจะต้องชี้แจงกับประชาชนเรื่องการสร้างวาทะกรรมของกลุ่มการเมืองต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องการโจมตีสถาบัน จึงต้องอธิบายในเรื่องความสำคัญ และคุณูปการของสถาบัน และอธิบายว่าสถาบันไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมือง และทำความเข้าใจว่าทุกคนเป็นพลเมืองไทย ไม่มีไพร่อำมาตย์เหมือนวาทะกรรมทางการเมือง นอกจากนั้นก็ต้องทำความเข้าใจเรื่องเหตุผลที่ คสช.เข้ามาบริหารประเทศ และเรื่องยาเสพติด นอกจากนั้นต้องทำความเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงด้วย
“ขณะนี้เข้าสู่ระยะที่ 2 ของโรดแม็พ คสช.แล้ว คือมีรัฐธรรมนูญชั่วคราว มีสนช. มีสภาปฏิรูปแห่งชาติ และมีรัฐบาล โดยบทบาทในอนาคตของ ศปป. นั้นจะคงอยู่และมีภารกิจเหมือนเดิม โดยจะทำงานคู่ขนานกับสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ซึ่ง ศปป. จะเป็นหน่วยงานที่ลงพื้นที่เพื่อสะท้อนปัญหาจากประชาชนขึ้นมาสู่สภาปฏิรูป และมีหน้าที่การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ด้วย อย่างไรก็ตามในระยะที่ 2 จะจบภายใน 1 ปีต่อจากนี้ และสิ้นเดือน ก.ย. 58 ก็จะมีรัฐธรรมนูญ และเตรียมการเลือกตั้ง จากนั้นปี 59 คิดว่าจะมีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศ"พล.ท.กัมปนาทกล่าว





