วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

เจาะ!4ปัจจัยเร่ง'บิ๊กกัมพูชา'เยือนไทย

เจาะ!4ปัจจัยเร่ง'บิ๊กกัมพูชา'เยือนไทย ด้านคสช.ขอถกปม "จารุพงศ์-จักรภพ"

สปอตไลต์ทุกดวงโฟกัสการเยือนไทยของบิ๊กๆ ทหารในกองทัพกัมพูชา นำโดย พล.อ.เตีย บันห์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ขณะที่ทีมงานมากันครบ ประกอบด้วย พล.อ.เนียง พาด รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.เมี๊ยะ โซะเพย รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.เตีย วิญ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.เซิง ซอมนาง ผู้บัญชาการทหารอากาศ และ พล.ท.ฮุน มาเน็ต รองผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายสากล กระทรวงกลาโหม

ทั้งหมดยกคณะมาพบกับ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และรองหัวหน้าคสช. รวมทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก และหัวหน้า คสช.

พล.อ.เตีย บันห์ ให้สัมภาษณ์ว่า "กัมพูชาได้มีการติดตามสถานการณ์ในประเทศไทยอยู่ตลอดเวลา และได้รับทราบข้อมูลข่าวสารทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทางด้านการเมือง หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในด้านอื่นๆ ซึ่งทุกอย่างก็ดำเนินการแก้ไขไปด้วยดี"

"ต้องยอมรับว่า คสช.แก้ไขปัญหาได้อย่างชัดเจนในทุกเรื่อง จนทำให้ปัญหาลุล่วงไปด้วยดี ต้องขอชมเชย และมีความยินดีมากที่สุดที่ คสช.และกระทรวงกลาโหมได้เชิญให้คณะรัฐบาลของกัมพูชาเดินทางมาเยือนประเทศไทย”

นายทหารระดับสูงในกองทัพเผยถึง "เบื้องหลัง" ที่ทำให้นายทหารระดับสูงทั้งกองทัพของกัมพูชายกคณะมาเยือนไทยว่า มาจากเหตุผลหลัก 4 ประการ คือ

1.รัฐบาลกัมพูชาเกรงว่าเหตุการณ์ในประเทศของตนเองจะมีความวุ่นวายจนทหารต้องเข้ามาควบคุมสถานการณ์เหมือนที่ คสช.เข้ามายึดอำนาจรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จากแรงกระเพื่อมรุนแรงกรณี "แรงงานกัมพูชา" อพยพกลับประเทศร่วม 2 แสนคนในช่วงที่ คสช.เข้ามา ทำให้ นายสม รังสี ผู้นำพรรคฝ่ายค้านใช้เป็นเงื่อนไขโจมตี สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาอย่างรุนแรง

รัฐบาลกัมพูชาจึงต้องการกระชับสัมพันธ์กับไทยเพื่อสยบแรงกระเพื่อมจากภายนอกประเทศ ขณะที่ในประเทศก็ใช้แนวทาง "ปรองดอง" กับ นายสม รังสี จนประสบผลสำเร็จ

สมเด็จ ฮุน เซน ยังต้องการให้ลูกชาย คือ พล.ท.ฮุน มาเน็ต ซึ่งเป็นทายาททางการเมือง ได้มาเรียนรู้เรื่องการเมืองระหว่างประเทศ โดยให้ พล.อ.เตีย บันห์ ซึ่งมีสายสัมพันธ์อันดีกับกองทัพไทยเป็น "พี่เลี้ยง" ให้

พล.ท.ฮุน มาเน็ต ให้สัมภาษณ์เพียงสั้นๆ ว่า "การเดินทางเยือนไทยในครั้งนี้ สมเด็จฮุน เซน มอบหมายให้ พล.อ.เตีย บันห์ เป็นหัวหน้าคณะรัฐบาลกัมพูชาเดินทางมาเยือนประเทศไทยตามคำเชิญของไทยเท่านั้น โดย สมเด็จฮุน เซน ได้ฝากความห่วงใยมาถึงประเทศไทย และอยากให้เดินหน้าแก้ไขปัญหาให้สำเร็จตามนโยบายของคสช."

2.รัฐบาลกัมพูชาต้องการเข้ามาหารือเรื่อง "ปราสาทพระวิหาร" หลังจากที่มีคำพิพากษาของศาลโลกออกมา โดยกัมพูชาไม่ต้องการให้เกิดการปะทะ และนำไปขยายผลสู่การเมืองภายในประเทศ

ที่สำคัญ กัมพูชาต้องการใช้ความเป็น "ทหาร" ที่พูดจา "ภาษาเดียวกัน" แก้ปัญหา โดยจะเห็นได้ว่าการเดินทางมาครั้งนี้ได้นำผู้นำกองทัพเดินทางร่วมคณะทั้งหมด

3.ขณะที่ทางการไทยต้องการพูดคุยเรื่องการเคลื่อนไหวของ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กับ นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่มีข่าวว่าใช้ "โรงแรม" ในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านเคลื่อนไหวโจมตีการบริหารงานของ คสช. และยังใช้ "พาสปอร์ต" ของประเทศเพื่อนบ้านเดินทางไปต่างประเทศด้วย

นอกจากนี้ ยังเป็นการรื้อฟื้นความสัมพันธ์หลังจากที่กัมพูชาปล่อยตัว นายวีระ สมความคิด แลกกับ 14 แรงงานชาวกัมพูชาที่ถูกหลอกมาทำงานในไทย

4.รัฐบาลกัมพูชาไม่ต้องการ "ตกขบวน" ในการสร้างสัมพันธ์กับไทย เนื่องจากมหาอำนาจในเอเชีย โดยเฉพาะ "จีน" ที่มีบทบาทอย่างสูงกับกัมพูชากระตือรือร้นที่จะสานสัมพันธ์กับไทย รวมทั้งชาติอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และชาติพันธมิตรในอาเซียนก็ให้การสนับสนุนไทยอย่างเต็มที่ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในเวทีต่างประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช.

จากเหตุผลทั้ง 4 ประการข้างต้น แสดงให้เห็นว่าหลังจากนี้ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา น่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ลุ่มๆ ดอนๆ มาตลอดในรอบหลายปีที่ผ่านมา