ปะทะเดือดที่นราธิวาส ทหารดับ 1 คนร้ายดับ 3 หนึ่งในนั้นเป็นแกนนำระดับสั่งการ แม่ทัพ4ชี้บึ้มเบตงจนท.ประมาท
ขณะที่ปัตตานี ลอบบึ้มทหารพรานทำเด็ก 10 ขวบเสียชีวิต "แม่ทัพภาค 4" ชี้เจ้าหน้าที่ประมาทเปิดช่องคนร้ายก่อเหตุเบตง ส่วนศาลอนุมัติหมายจับ 2 ผู้ต้องหาปล้นรถตู้ที่นำมาจอดกันที่ให้รถคาร์บอมบ์
ความคืบหน้าการสอบสวนคดีระเบิดคาร์บอมบ์หน้าโรงแรมฮอลิเดย์ฮิลล์ เทศบาลเมืองเบตง จ.ยะลา ล่าสุดศาลจังหวัดยะลาได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาปล้นรถตู้มาใช้จอดเพื่อกันพื้นที่ให้กับคนร้ายอีกกลุ่มนำรถยนต์ที่ดัดแปลงเป็นคาร์บอมบ์มาจอดแทนที่ โดยผู้ต้องหาในส่วนนี้ที่ศาลอนุมัติหมายจับมี 2 คน คือ นายอาบะห์ เจ๊ะอาลี และนายมะกอเซ็ง เจ๊ะมะ
ส่วนการสืบสวนขยายผลเพื่อหาเบาะแสกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุระเบิดคาร์บอมบ์เบตงนั้น มีรายงานจากหน่วยงานด้านความมั่นคงเชื่อว่าเป็นฝีมือของมือประกอบระเบิดรายหนึ่งที่ อ.ธารโต จ.ยะลา ที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ อ.ธารโต และอ.บันนังสตา ซึ่งเชื่อมโยงกับกลุ่มแนวร่วมในหลายพื้นที่โดยเฉพาะรถยนต์ที่ขโมยมาทำเป็นคาร์บอมบ์
"ประยุทธ์"จี้จับแก๊งบึ้มเบตงมาลงโทษ
วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบ (คสช.) เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ประจำวันของ คสช. โดยมีผู้แทนจากส่วนงานด้านต่างๆ เข้าร่วมประชุม
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีที่ผู้ก่อความไม่สงบลอบวางระเบิดที่ อ.เบตง จ.ยะลา ว่า ขอให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการจับกุมตัวผู้กระทำผิดใช้อาวุธสงครามสร้างความรุนแรงต่อประชาชนมาลงโทษ และทำการทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัย อาทิ เรื่องของที่จอดรถ การตรวจสอบจุดเสี่ยงต่างๆ พร้อมยืนยันว่าการที่ผู้ก่อความไม่สงบจะดำเนินการแบ่งแยกประเทศนั้นเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้
แม่ทัพภาค4คาดบกพร่องที่คน
ด้าน พล.ท.วลิต โรจนภักดี แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวย กอ.รมน.ภาค 4 สน. กล่าวภายหลังเข้าเยี่ยมทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่บริเวณแนวชายแดน โดยเฉพาะที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาความสงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประมาณ 40 ราย ซึ่งรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ว่า ในพื้นที่ จ.ยะลานั้นเขตเมือง และชุมชน ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะ ผอ.รมน.จังหวัดเป็นผู้ดูแล ส่วนเขตอำเภอให้เป็นหน้าที่ของ หน่วยเฉพาะกิจอำเภอ (ฉก.อำเภอ) โดยมีการเพิ่มกำลังอาสาสมัครรักษาดินแดน( อส.) จำนวนหนึ่งเพื่อดูแลพื้นที่ที่มีความเสี่ยง
ที่ผ่านมาได้ดำเนินการตามนโยบายในการบูรณาการทุกส่วนงานให้มีความเกี่ยวข้องกันไม่ใช่ต่างคนต่างทำ มีการแบ่งพื้นที่ และมีผู้รับผิดชอบชัดเจนจึงต้องกลับไปดูว่าเป็นความบกพร่องของคน หรือระบบ
“ถ้าเป็นคนต้องไปลงโทษที่คน ถ้าระบบไม่ดีต้องแก้ที่ระบบ แต่จากการที่สอบถามส่วนหนึ่งน่าจะเป็นความประมาทด้วย เพราะพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้เกิดเหตุมานาน จึงทำให้เจ้าหน้าที่ละเลยในเรื่องการปฏิบัติ" พล.ท.วลิต กล่าว
ย้อนถามใครแก้ได้ให้บอก
เมื่อถามว่า มีการวิจารณ์ คสช.ไม่สามารถคืนความสุขให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ แม่ทัพภาค 4 กล่าวว่า เหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นมานานแล้ว ไม่ได้เกิดแค่ 1-2 วัน ฉะนั้นใช้เวลาการแก้ไขปัญหาแค่ 3-5 วันนั้นคงแก้ไขไม่ได้ ถ้าใครทำได้ขอให้บอก
"ไม่มีใครอยากให้ใครเกลียด ผมก็ไม่อยากให้ใครเกลียด เมื่อเกิดเหตุก็เสียใจเหมือนกัน แต่ผมอยากถามว่า อย่างกรณีมีการนำระเบิดไปวางไว้ใกล้มัสยิดหรือไว้ในบ้านประชาชน อยากถามว่าใครจะต้องช่วยดูแล" พล.ท.วลิต กล่าว
ผู้ว่ายะลาเสนอคสช.อนุมัติงบเยียวยา
ขณะที่การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุระเบิดที่เบตง นายเดชรัฐ สิมสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ของศูนย์ปฏิบัติการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ จ.ยะลา เร่งรวบรวมเอกสาร และหลักฐาน เพื่อยื่นเสนอต่อ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และคสช.เพื่ออนุมัติงบโดยเร่งด่วนที่สุด เนื่องจากวงเงินดังกล่าวเกินจากงบที่จังหวัดมีอยู่
รือเสาะปะทะเดือดดับแกนนำสั่งการ
เมื่อเวลา 11.15 น. วานนี้ (28 ก.ค.) กลุ่มคนร้ายได้ดักซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โกตาบารู จ.ยะลา บนถนนเขตรอยต่อบ้านซาตอกับบ้านสโลว์ หมู่ 7 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส
หลังเกิดเหตุทหารที่อยู่ใกล้จุดปะทะได้เข้าช่วยเหลือ โดยยิงปะทะทำให้กลุ่มคนร้ายเสียชีวิต 3 คน จากการตรวจสอบพบศพแรกอยู่บนถนนห่างจากสถานีรถไฟสโลว์บูกิตยือแร ประมาณ 300 เมตร คือ นายซัฟวาน สาและ ซึ่งเป็นมือประกอบระเบิด อีกรายอยู่ภายในตรอกทางเข้าบ้านของชาวบ้าน ทราบชื่อ นายอับดุลเลาะ ยูนุ๊ ซึ่งเป็นแกนนำระดับสั่งการในพื้นที่ และมีอาวุธปืนกลอูซี่ 1 กระบอก ตกอยู่ข้างกาย ส่วนรายสุดท้ายอยู่ห่างจากสองศพแรก 2 เมตร ทราบชื่อ นายอับดุลรอพะ สาและรู มีอาวุธปืนพกสั้น ขนาด 11 มม. ตกอยู่ใกล้ตัว 1 กระบอก
ส่วนทหารที่เสียชีวิตจากการยิงปะทะครั้งนี้คือ จ.ส.อ.ชัยณรงค์ วงษารัตน์ สังกัดร้อย ร.15133 ฉก.นราธิวาส 30 นอกจากนี้ยังมีตำรวจถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 นาย คือ ส.ต.ต.อัสมิง ยูโซ๊ะ ผบ.หมู่ สภ.โกตาบารู อ.รามัน จ.ยะลา ใกล้จุดยิงปะทะยังพบรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีบรอนส์เงิน ทะเบียน ขง 6392 สงขลา ซึ่งเป็นรถของ ส.ต.ต.อัสมิง สภาพถูกกระสุนปืนของคนร้ายที่บริเวณกระจกหน้าแตกและตัวถังด้านคนขับเป็นรูพรุน จอดเสียหลักชนกับรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านที่จอดอยู่
สอบสวน ร.ต.นครินทร์ สุขุมราช หน.ชุด ร้อย ร.15133 ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงปืนดังขึ้นจำนวนหลายนัด ซึ่งห่างจากฐานประมาณ 200 เมตร จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่กองร้อยทหารพรานที่ 4910 กรมทหารพรานที่ 49 ซึ่งอาศัยอยู่ในฐานเดียวกัน รวม 2 ชุดปฏิบัติการออกไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เมื่อมาถึงพบกับคนร้ายจึงเปิดฉากยิงปะทะกันนานกว่า 5 นาที เมื่อเสียงปืนสงบลง จึงได้กระจายกำลังกันเคลียร์พื้นที่ พบคนร้ายเสียชีวิต 3
บึ้มปัตตานีด.ญ.10ปีดับ
พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) แถลงเมื่อวานนี้ (28 ก.ค.) กรณีลอบวางระเบิดทหารพรานเมื่อค่ำวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา ในพื้นที่ หมู่ 5 ต.กะดุนุง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน คือ ด.ญ.อิติมา กะเจะ อายุ 10 ปี เสียชีวิต
ส่วนผู้บาดเจ็บมี 7 คน คือ ส.อ.พิทักษ์ บุญช่วย อายุ 30 ปี อาสาสมัครทหารพราน นายไซ บุญทิสา อายุ 33 ปี นางรุสนานี กามา อายุ 33 ปี ด.ญ.นูรฟาราย์ มะแซ อายุ 7 ปี ด.ญ.นัยฟาร์ มะแซ อายุ 1 ปี นางสาวนูชูลา สรี อายุ 20 ปี และนางสาวนูรฟิดาว สรี อายุ 26 ปี
พ.อ.ปราโมทย์ กล่าวว่า ความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับเด็ก สตรีและเจ้าหน้าที่รัฐ ล้วนเกิดจากการกระทำของขบวนการที่อ้างอุดมการณ์เพื่อพี่น้องประชาชน โดยพฤติกรรม ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา คือ การข่มขู่ ขู่เข็ญ คุกคาม และทำร้ายพี่น้องประชาชน เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ คือ ผลประโยชน์ของกลุ่มขบวนการเท่านั้น ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดหลักคำสอนทางศาสนา และผิดหลักกฎหมายอย่างร้ายแรง
ศธ.เล็งติดวงจรปิด5พันตัวให้ร.ร.ใต้
นางสุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยเมื่อวานนี้ (28 ก.ค.) ภายหลังประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของ ศธ. ว่า ที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับการจัดการศึกษาในภาคใต้ ซึ่งขณะนี้ทุกหน่วยงานได้ระดมโครงการต่าง ๆ ลงไปในพื้นที่เพื่อพัฒนาการจัดการการเรียนการสอนและเพิ่มโอกาสให้โรงเรียนเปิดการเรียนการสอนได้ตามปกติ
โดยโครงการที่สำคัญ คือ โครงการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) ในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) วงเงิน 577 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างจัดทำสเปกและร่างขอบเขตงาน (ทีโออาร์) โดยโครงการนี้จะมีการติดตั้งกล้องซีซีทีวีให้กับโรงเรียนประถมศึกษา จำนวน 1,092 โรงที่ตั้งอยู่ใน จ.ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และอีก 4อำเภอใน จ.สงขลา ในจำนวนนี้เป็นโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่สีแดง 443 โรง
ทั้งนี้ คาดว่าขั้นตอนการจัดซื้อจะเสร็จทันติดตั้งช่วงปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2557 เมื่อเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557 ทุกโรงเรียนจะมีกล้องซีซีทีวี





