กางปฏิทิน11เดือนร่าง รธน. ส่อง220สนช.ลงตัว เชื่อ"สีเขียว"พรึ่บ
การจัดเวทีระดมความคิดเห็นเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการปฏิรูปการเมือง ซึ่งมีกระทรวงกลาโหมกับสถาบันพระปกเกล้าเป็นเจ้าภาพร่วมกันนั้น ยังคงมีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวานนี้ (24 ก.ค.) เป็นหัวข้อ "การปฏิรูปประเทศไทย : การเข้าสู่อำนาจของสมาชิกรัฐสภา"
พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวเปิดการสัมมนาตอนหนึ่งว่า ช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงความคิดทางการเมืองที่แตกต่าง ส่วนการปฏิบัติกลายเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ทำให้ประเทศถึงจุดเปลี่ยนอีกครั้ง จึงอยากให้สถาบันพระปกเกล้าร่วมออกแบบการเมืองไทยให้ดีสำหรับคนรุ่นปัจจุบันและรุ่นลูกหลาน
ทั้งนี้ นักศึกษาจากสถาบันพระปกเกล้าได้เดินทางไปดูงานต่างประเทศด้านระบบรัฐสภา โดยสมัยที่ตนเรียนหลักสูตรของสถาบันพระปกเกล้า มีเพื่อนร่วมหลักสูตรไปดู และไปถามคนในรัฐสภาต่างประเทศถึงการป้องกัน ส.ส.ที่มีพฤติการณ์ทุจริตคอร์รัปชันและพวกซื้อเสียง ปรากฏว่าคนในต่างประเทศถึงกับงง เพราะไม่รู้ว่ามีการโกงกันลักษณะนี้ ดังนั้นหากจะใช้รูปแบบของต่างประเทศกับเมืองไทยคงลำบาก เพราะประชาชนไม่เชื่อว่าการเลือกตั้งจะบริสุทธิ์
"เวลาหย่อนบัตร ผมต้องหย่อนทั้งน้ำตาเพราะไม่ชอบคนที่เลือก แต่ก็ไม่ชอบอีกคนมากกว่า ผมไม่มีนักการเมืองใหม่ๆ ให้เลือก แต่ต้องเลือกให้ครบเสียง สุดท้ายคนที่ไม่ชอบก็เข้าไปทำหน้าที่ในรัฐสภา ซึ่งไม่รู้ว่าทำงานดีหรือไม่ จากวันนี้ผมเชื่อมั่นว่าอีก 20 ปีข้างหน้าจะได้หย่อนบัตรด้วยความสบายใจ และอีกไม่นานเกินรอสภาปฏิรูปจะเปิดให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม ซึ่งต้องให้คนไทยช่วยออกแบบและมีส่วนร่วมด้วย" พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าว
เปิดปฏิทิน 11 เดือนร่าง รธน.ถาวร
นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ปาฐกถาพิเศษบนเวทีเดียวกัน โดยระบุตอนหนึ่งว่า ตารางเวลาทำงานขององค์กรต่างๆ ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวจะเริ่มนับหนึ่งจากการเรียกประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาตินัดแรก (นายบวรศักดิ์ ขอให้ใช้ตัวย่อ สปร. แทน สปช.ตามที่เป็นข่าว) โดยมีกรอบปฏิทิน คือ จากการประชุมนัดแรก ภายในระยะเวลา 15 วันต้องตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.ยกร่างฯ)
จากนั้นภายใน 60 วัน สปร.ต้องให้ความเห็นและเสนอกรอบคิดต่อ กมธ.ยกร่างฯ เพื่อนำไปยกร่างรัฐธรรมนูญ, ภายใน 180 วัน กมธ.ยกร่างฯ ต้องยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้แล้วเสร็จ, ภายใน 10 วันต้องส่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.), สปร. และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อเสนอความเห็น จากนั้นภายใน 30 วัน สปร.ต้องพิจารณาและเสนอญัตติเพื่อขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต่อ กมธ.ยกร่างฯ โดยกมธ.ยกร่างฯจะแก้ไขหรือไม่ก็ได้ เสร็จแล้วจึงส่งกลับไปให้ สปร.ลงมติ รวมเวลาการยกร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จประมาณ 11 เดือน
ชง กกต.กรองผู้สมัครก่อนส่งเลือกตั้ง
จากนั้นได้มีการระดมความเห็นจากฝ่ายต่างๆ ที่เข้าร่วมการสัมมนา นายประพันธ์ นัยโกวิท อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า อยากให้ผู้เกี่ยวข้องพิจารณาเรื่องการกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของสมาชิกรัฐสภา ควรนำบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 ในมาตราที่ว่าด้วยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของสมาชิก สนช.มาใช้กับสมาชิกรัฐสภาด้วย โดยเฉพาะประเด็นสำคัญคือ ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด หรือกฎหมายที่กฎหมายเกี่ยวกับการพนันในฐานความผิดเป็นเจ้ามือหรือเจ้าสำนัก
ส่วนกรณีเข้าสู่อำนาจนั้น มีข้อเสนอให้ กกต.มีอำนาจพิจารณาคัดกรองบุคคลที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง เพื่อให้เป็นไปตามที่ปลัดกระทรวงกลาโหมพูด คือมีคนดีให้ประชาชนเลือก ดังนั้นหาก กกต.ต้องพิจารณาผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งก่อนที่ประชาชนจะเลือก เชื่อว่าจะได้ผลดี
แนะเขียน รธน.สะท้อนความเป็นไทย
นายปณิธาน วัฒนายากร นักวิชาการด้านความมั่นคง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ประวัติศาสตร์การเมืองไทยเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่คนไทยไม่เคยเปลี่ยน โดยมีผลการวิจัยระบุว่าทั้งวิถีชีวิต การยอมจำนน ระบบผู้ใหญ่-ผู้น้อย วิถีการกินอยู่ รวมถึงระบอบทหาร ไม่เคยเปลี่ยนจากสังคมไทย ดังนั้นการออกแบบประชาธิปไตยจำเป็นต้องสะท้อนความเป็นไทยด้วย
ขณะที่การเข้าสู่อำนาจนั้น พบว่ามีคนเพียงกลุ่มเดียวที่เข้ามาสู่อำนาจได้ ทำให้ไม่สะท้อนความหลากหลายของกลุ่มอื่น ๆ และด้วยโครงสร้างของรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านมาทำให้คนกลุ่มดังกล่าวมีอำนาจมากและตรวจสอบได้ยาก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องออกแบบรูปแบบและเครื่องมือการเข้าสู่อำนาจให้มีกลุ่มตัวแทนต่างๆ เข้าไปทำหน้าที่
วงสัมมนาให้ป้องกัน "สภาผัวเมีย"
"ที่ผ่านมามีคนพูดถึงกระบวนการเข้าสู่อำนาจที่เหมาะสม คือ รูปแบบ 2 สภา หากจะให้กลับไปสภาเดียวคงยาก ส่วนที่มีข้อเสนอให้จำกัดวาระดำรงตำแหน่งเพียง 4-8 ปีนั้น ควรกำหนดเฉพาะฝ่ายบริหารดีกว่า เพราะหากจำกัดสมาชิกรัฐสภาด้วย ผมมองไม่ออกว่าผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร" นายปณิธาน กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการอภิปรายของนักวิชาการและผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้ร่วมแสดงความเห็นอย่างหลากหลาย โดยส่วนใหญ่สนับสนุนให้กำหนดกลไกการเข้าสู่อำนาจ ประเด็นสำคัญคือกำหนดข้อห้ามสามี ภรรยาเข้ามาเป็นสมาชิกรัฐสภา จนทำให้เกิดภาพสภาผัวเมีย โดยต้องการให้พิจารณาถึงความผูกพันในเชิงพฤตินัยร่วมกับทางนิตินัยด้วย
220สนช.ลงตัว-สีเขียวพรึ่บ
นายตระกูล มีชัย อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวกับผู้สื่อข่าวเครือเนชั่น ถึงการคัดเลือก สนช.โดย คสช.ว่า ทราบมาว่าขณะนี้รายชื่อ สนช.ทั้ง 220 คนค่อนข้างจะลงตัวแล้ว โดย คสช.จะเลือกบุคคลที่ตัวเองไว้ใจได้เป็นอันดับแรก รวมถึงต้องคัดเลือกบุคคลเข้ามาทำงานให้มีเอกภาพมากที่สุด จึงคาดว่า สนช.ทั้ง 220 คนส่วนใหญ่จะเป็นคนในกองทัพ และมีข้าราชการประจำมากพอสมควร อาจมีอดีต ส.ว.สรรหาที่มีสัญญาใจกัน มีภาคธุรกิจเอกชน นักวิชาการที่ทำงานร่วมกับ คสช.มาอยู่ในกลุ่มของ สนช.ด้วย
มีรายงานว่า กลุ่มนายทหารเกษียณที่เคยมีตำแหน่งระดับแม่ทัพ รองแม่ทัพ เช่น อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 4 มีชื่ออยู่ในกลุ่มได้รับการคัดเลือกจาก คสช.เข้าเป็น สนช.





