วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แจก5ใบแดง!มติกกต.ฟันเลือกตั้งท้องถิ่น

มติ กกต. แจก5ใบแดงเลือกตั้งท้องถิ่น-สั่งดำเนินคดีอาญา เด็กเพื่อไทย "ชูวิทย์"อดีตส.ส.อุบลฯ

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายดุษฎี พรสุขสวัสดิ์ รองเลขาธิการ กกต. ด้านสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย แถลงว่าในการประชุมกกต.เมื่อวันที่ 22-23 ก.ค.ที่ผ่านมา กกต.มีมติเสนอศาลอุทธรณ์สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง(ใบแดง) ผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่นรวม 5 แห่งประกอบด้วย

1.เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนายสิทธิชัย พันคำ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)โขงเจียม อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี กรณีอยู่ในเหตุการณ์ที่นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อดีตส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทยไปช่วยหาเสียงแล้วมีการแจกจ่ายข้าวสาร เพื่อเป็นการจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเลือกนายสิทธิชัย

โดยกกต.เห็นว่าการกระทำของนายชูวิทย์เป็นการเอื้อประโยชน์ให้นายสิทธิชัยได้รับเลือกตั้งและถือว่านายสิทธิชัยรู้เห็นสนับสนุน ซึ่งนอกจากกกต.มีมติเสนอเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนายสิทธิชัยแล้วยังมีมติให้ดำเนินคดีอาญากับนายชูวิทย์ด้วย ซึ่งหากศาลอุทธรณ์มีความเห็นสั่งเพิกถอนสิทธิฯนายสิทธิชัยตามที่กกต.มีมติ กกต.ก็จะดำเนินการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเอาผิดอาญากับนายชูวิทย์ทันที ซึ่งจะมีโทษตามพ.ร.บว่าด้วยการเลือกตั้งท้องถิ่น มาตรา 57 ประกอบมาตรา 118คือจำคุกตั้งเเต่1-10 ปี ปรับตั้งแต่ 2 หมื่น-2แสนบาท และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี แต่หากศาลอุทธรณ์เห็นต่างจากกกต. ที่ประชุมกกต.ก็จะมีการพิจารณากันอีกครั้งว่าจะมีการดำเนินคดีอาญากับนายชูวิทย์หรือไม่

นายดุษฎี กล่าวต่อว่า 2. เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งและดำเนินคดีอาญากับนายจิรวัฒน์ ครุฑสังวาล นายกเทศมนตรีตำบลลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา กรณีให้ทรัพย์สินและแจกเสื้อวินจักรยานยนต์ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อจูงใจให้เลือกตนเอง

3.เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งและดำเนินคดีอาญานายวุฒิชัย สมวงศ์ นายกอบต.คองปิด อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ กรณีให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 4.เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งและดำเนินคดีอาญานายบุญชัย ทองคำนุช สมาชิกอบต.ท่าลาด เขต 11 อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี และนายมนูญ จำปาสา ผู้สมัครสมาชิกอบต. กรณีสัญญาว่าจะให้ทรัพย์สินแก่วัดเพื่อแลกกับการให้นายมนูญ ไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งทำให้นายมนูญเปลี่ยนใจไม่ลงสมัครโดยกกต.เห็นว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการฮั้วกันในการแข่งขันเลือกตั้ง

5.เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนายบุญทนันท์ โต๊ะสิงห์ นายกอบต.โนน อ.โนนนารายณ์ จ.สุรินทร์ กรณีปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งในลักษณะสัญญาว่าจะให้ เช่นปราศรัยว่าจะให้เงินผู้สูงอายุมากกว่าที่รัฐบาลจัดให้ จะให้เบื้ยเลี้ยงและพาอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และจะให้เงินค่าทำศพกับผู้เสียชีวิตในตำบลรายละ 5000บาทมากกว่าที่รัฐจัดให้ โดยกกต.เห็นว่าคำปราศรัยดังกล่าวไม่ใช่การหาเสียงเชิงนโยบาย

นายดุษฎี ยังกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ที่ประชุมกกต.ยังมีมติยกคำร้องคัดค้านการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งส.ว.ในการเลือกตั้งวันที่30มี.ค. ใน 2 คำร้อง 1.กรณีร้องคัดค้านนายสุรพล สันติโชตินันท์ ส.ว.แม่ฮ่องสอน ซึ่งกล่าวหาว่าประธานกกต. และกกต.จังหวัดแม่ฮ่องสอน ไม่เป็นกลางเนื่องจากจัดกิจกรรมโครงการเกี่ยวกับการเลือกตั้งส.ส.และส.ว. ในระหว่างที่มีการจัดการเลือกตั้งส.ว.

โดยกกต.เห็นว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติของกกต.จังหวัดอยู่แล้ว และ 2 ยกคำร้องคัดค้านนายตรี ด่านไพบูลย์ ส.ว.ลำพูน กรณีกล่าวหาว่า นายนิรันดร์ ด่านไพบูลย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูนจัดกิจกรรมประชุมประชาคมจังหวัด โดยขณะประชุมนายตรีได้เข้าร่วมงานดังกล่าว แต่กกต.เห็นว่าการจัดประชุมเป็นภารกิจของอบจ.อยู่แล้วและระหว่างนายตรีร่วมงาน นายนิรันดร์ ได้ห้ามนายตรีขี้นเวทีเพื่อแสดงตน เพราะเห็นว่าจะไม่เหมาะสมรวมถึงอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมาย จึงยกคำร้อง

ขณะเดียวกันในประเด็นที่มีการร้องว่านายนิรันดร์ได้จัดโครงการพากลุ่มแม่บ้านเกษตรไปดูงานในจังหวัดเข้าข่ายเป็นเอื้อประโยชน์ให้นายตรีได้รับเลือกตั้งนั้น กกต.มองว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ประจำของอบจ.อยู่แล้วและไม่พบว่าระหว่างดูงานมีการหาเสียง จึงให้ยกคำร้องในประเด็นนี้ด้วย

"แม้ว่าขณะนี้จะดูเหมือนว่ากกต.ไม่มีภารกิจหลัก เพราะไม่ต้องจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นแล้ว แต่กกต.ยังภารกิจอื่นอีกมากที่ต้องดำเนินการ โดยเฉพาะในเรื่องการพิจารณาคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่นที่ขณะนี้ยังเหลือที่ต้องพิจารณาอีกกว่า400สำนวน รวมถึงเรื่องร้องคัดค้านส.ส. ที่มีอยู่ 39 สำนวน และในจำนวนนี้มี 8 สำนวนอยู่ระหว่างการพิจารณาของอนุกรรมการไต่สวน

โดยหนึ่งในนี้มีคำร้องคัดค้านน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม และคำร้องที่เกิดขึ้นภายหลังโดยกกต.เห็นว่าเป็นความปรากฏจึงให้มีการดำเนินการสอบสวน ซึ่งเป็นกรณีที่มีผู้สมัครส.ส.ของพรรคการเมืองหนึ่งไปออกรายการทีวีทางสถานีโทรทัศน์ของรัฐในช่วงที่มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง2ก.พ.2557ซึ่งทุกสำนวนจะต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว นอกจากนี้กกต.ยังมีการพิจารณาในเรื่องของการพัฒนาโครงสร้างองค์กร และการพิจารณาเสนอแก้ไขกฎหมาย การปรับปรุงกฎระเบียบต่าง ๆ เพื่อที่จะรองรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย"นายดุษฎี กล่าว