บวรศักดิ์ แจกแจกหน้าที่4องค์อำนาจในรธน.ชั่วคราว พร้อมร่างปฏิทิน รธน.ใหม่ใช้เวลาทำคลอด11เดือน
นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนา (ครั้งที่ 2) เรื่อง การปฏิรูปประเทศไทย : การเข้าสู่อำนาจของสมาชิกรัฐสภา ภายใต้โครงการสัมมนาสู่ทศวรรษที่เก้า ก้าวใหม่ของระบอบประชาธิปไตย ที่จัดโดยสถาบันพระปกเกล้า ร่วมกับกระทรวงกลาโหม ว่า ในรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 ได้ออกแบบให้มี 5 องค์กร คือ 1.สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จำนวน 220 คน มีหน้าที่สำคัญ คือ เลือกคนเป็นนายกฯ และร่าง พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ, 2.คณะรัฐมนตรี มีจำนวน 36 คน โดยกำหนดอำนาจเพิ่มเติมนอกจากการบริหารราชการแผ่นดิน คือ การปฏิรูป และส่งเสริมความสามัคคี สมานฉันท์ของคนในชาติ โดยการกำหนดดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ( คสช.) และไม่ให้การยึดอำนาจเสียเปล่า จึงทำให้หน้าที่ ครม. มีหน้าที่เสนอความเห็นต่อกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และรับความเห็นจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ไปปฏิบัติ
นายบวรศักดิ์ กล่าวด้วยว่า 3. สภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือที่ตนขอใช้ตัวย่อว่า สปร. เพราะฟังดูดีกว่า สปช. ที่จแปลความคล้ายกับหลักสูตรการสอนเสริมสร้างประสบการณ์ชีวิต ที่ให้มีจำนวน 250 คน ทำหน้าที่ปฏิรูป 11 ด้าน อาทิ การเมือง, การบริหารราชการแผ่นดิน หรือการปฏิรูประบบราชการ , กฎหมาย และกระบวนยุติธรรม, การศึกษา, สื่อสารมวลชน สำหรับที่มาของ สปร. จะมาจากการสรรหาระดับจังหวัด โดยมีคณะกรรมการสรรหาที่ประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด, หัวหน้าศาลประจำจังหวัด เลือกตัวแทนจังหวัดละ 5 คน จากนั้นให้ คสช. เลือกเหลือจังหวัดละ 1 คน รวมเป็นสปร.ชุดแรกจำนวน 77 คน ส่วนที่เหลือจะตั้งคณะกรรมการสรรหา รวม 11 ด้าน โดยเปิดโอกาสองค์กรที่เป็นนิติบุคคลที่ไม่ใช่องค์กรที่แสวงหากำไร เสนอชื่อบุคคลเข้ามาสู่การสรรหา และส่งให้คสช. เลือกให้เหลือ 173 คน ประกอบเป็นสปร. สำหรับหน้าที่หลัก คือ 1.ทำข้อเสนอการปฏิรูปด้านต่างๆ อย่างน้อย11 ด้าน ตามที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว มาตรา 27 กำหนด จากนั้นเสนอข้อเสนอไปยังสนช. , ครม. หรือ คสช. เพื่อพิจารณาออกกฎหมาย และ 2.ให้ความเห็นต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณายกร่าง และให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ไม่มีอำนาจในการทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วยตนเอง ดังนั้นประเด็นที่เกี่ยวกับรัฐธรมนูญ สปร. มีสิทธิ 3 ประการ คือ 1.อภิปรายเสนอแนะ กรอบหรือแนวคิดหลักเพื่อให้กมธ.ยกร่างฯ นำไปพิจารณายกร่างรัฐธรรมนูญ 2. เมื่อร่างรัฐธรรมนูญเสร็จ กมธ.ยกร่างฯ ต้องนำเสนอร่างรัฐธรรมนูญให้กับ สปร.และรับฟังความเห็น 3.ให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ
เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวด้วยว่า 4. กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 36 คน โดยเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกที่ไม่ได้มีตำแหน่งสนช. , สปร. เข้าร่วมทั้งนี้ในรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว กำหนดกรอบไว้ 10 ประเด็น อาทิ กำหนดให้มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่เหมาะสมกับสภาพสังคมไทย ซึ่งตนขอเน้นคำว่าที่เหมาะสมกับสภาพสังคมไทย คือแปลว่าไม่เห็นด้วยกับการลอกรัฐธรรมนูญต่างประเทศมาใช้ แต่ต้องยกร่างบทบัญญัติที่เหมาะสมกับสังคมไทย, กำหนดกลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกัน ตรวจสอบ และขจัดทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อต้องการกำกับการทุจริตในภาคเอกชนที่เสมือนเป็นผู้ให้ ,
กำหนดกลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันบุคคลที่ทุจริต ซื้อเสียง เข้าดำรงตำแหน่งการเมืองอย่างเด็ดขาด ดังนั้นบุคคลที่คิดจะซื้อเสียง หรือทำทุจริตในอนาคตมีความเสี่ยงที่จะถูกตัดออกจากระบบการเมืองไปตลอดชีวิต, กำหนดกลไกที่มีประสิทธิภาพท่ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและพรรคการเมือง สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้โดยอิสระ ปราศจากการชี้นำโดยบุคคลหรือคณะบุคคล เพื่อวัตถุประสงค์ไม่ให้มีหุ่นเชิดทางการเมือง ,
กำหนดกลไกที่ป้องกันการบริหารราชการแผ่นดินที่มุ่งสร้างความนิยมทางการเมืองที่อาจก่อความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและประชาชนระยะยาว ทั้งนี้มีความหมายถึงโครงการประชานิยม แต่ไมได้ห้ามโครงการประชานิยมทุกประเภท แต่ห้ามในโครงการที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบอบเศรษฐกิจระยะยาว, กำหนดกลไกที่มีประสิทธิภาพในการใช้จ่ายเงินของรัฐให้เป็นไปอย่างคุ้มค่า เท่ากับว่าหลังจากที่มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว เงินที่อยู่นอกงบประมาณในหน่วยงานต่างๆ ต้องได้รับการตรวจสอบ
“สำหรับตารางเวลาทำงานของอค์กรต่างๆ จะเริ่มนับ 1 จากการเรียกประชุมสปร. นัดแรก โดยมีกรอบปฏิทิน คือ จากการประชุมนัดแรก ภายในระยะเวลา 15 วันต้องตั้งกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ, ภายใน 60วัน สปร.ต้องให้ความเห็นต่อและกรอบคิดต่อกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปยกร่างรัฐธรรมนูญ, ภายใน 180 วัน กมธ.ยกร่างฯ ต้องยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้แล้วเสร็จ, ภายใน 10 วันต้องส่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไปยัง สนช., สปร.และ คสช.เพื่อเสนอความเห็น, จากนั้นภายใน 30 วันสปร. ต้องพิจารณาและเสนอญัตติเพื่อขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต่อ กมธ.ยกร่างฯ โดยกมธ.ยกร่างจะแก้ไขหรือไม่ก็ได้ ทั้งนี้รวมเวลาการยกร่างรัฐธรรมนูญจะแล้วเสร็จ ประมาณ 11 เดือน” นายบวรศักดิ์ กล่าว





