"วัชรพล"เสนอชื่อชิงเก้าอี้ผบ.ตร. เตรียมชงก.ต.ช.แต่งตั้งต้นส.ค. ลุ้น"สมยศ-เอก"ชิงดำ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) มีรายงานว่า พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.) รักษาราชการแทน ผบ.ตร. มีหนังสือเวียนถึง พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ , พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ , พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง , พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. และพล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน จเรตำรวจแห่งชาติ ซึ่งทั้ง 5 นาย มีสิทธิได้รับการพิจารณาเสนอชื่อเป็น ผบ.ตร.คนต่อไป ให้จัดทำประวัติผลงานและแสดงวิสัยทัศน์ ในประเด็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนประเทศชาติ การเป็นผู้นำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เสนอให้กับรรท.ผบ.ตร.พิจารณาภายในวันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคมนี้ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาคัดเลือกคนใดคนหนึ่ง ในการเสนอชื่อเป็น ผบ.ตร.คนต่อไป หลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ เปลี่ยนแปลงโครงสร้างคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) และให้อำนาจผบ.ตร. ซึ่งในตอนนี้มี พล.ต.อ.วัชรพล เป็น รรท.ผบ.ตร. เสนอชื่อ ผบ.ตร.คนต่อไปให้ก.ต.ช.พิจารณาแต่งตั้ง
รายงานข่าวระบุด้วยว่า คาดว่า การประชุม ก.ต.ช. เพื่อแต่งตั้งผบ.ตร. จะมีขึ้น ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. จะเข้าประชุม เป็นประธาน ก.ต.ช.ด้วยตัวเอง ทั้งนี้ รอง ผบ.ตร. และจเรตำรวจแห่งชาติ(จตช.) มีประวัติและผลงานดังนี้ 1. พล.ต.อ.เอก รอง ผบ.ตร.ด้านป้องกันปราบปรามอาชญากรรม (นบ.รบ.รุ่น7) จบปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับที่ 1 ม.รามคำแหง ปริญญาโท นิติศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาฯ เกษียณอายุราชการ พ.ศ.2559 อาวุโสอันดับที่ 1 เกาะติดคดีสะเทือนขวัญบนรถไฟ และคดีการปราบพนันบอลในช่วงฟุตบอลโลก ปราบปรามแก๊งทวงหนี้
2. พล.ต.อ.พงศพัศ รองผบ.ตร. ด้านป้องกันปราบปรามยาเสพติด ตท.15 นรต.รุ่น 31 จบปริญญาเอก มหาวิทยาลัยแซมฮิวสตันสเตต เกษียณอายุราชการ พ.ศ.2559 อาวุโสอันดับ 2 เคยเป็นอดีตเลขาธิการป.ป.ส. กำกับดูแลงานป้องกันปราบปรามยาเสพติด เน้นการลงพื้นที่ปราบยาเสพติดในชุมชน โดยมีสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับทางพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งในการเลือกตั้ง ผู้ว่าฯกทม.ที่ผ่านมา พล.ต.อ.พงศพัศ ได้ลาออกจากราชการเพื่อไปลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีขุนพลย่านฝั่งธนฯ ของพรรคอย่างเช่น ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง คอยดูแลอย่างใกล้ชิด แต่ไม่สามารถฝ่าด่านกระแสของชาวกรุงเทพฯได้
3.พล.ต.อ.สมยศ รอง ผบ.ตร.ด้านความมั่นคง ตท.15 นรต.รุ่น 31 จบปริญญาโท รัฐศาสตร์การเมือง มหาวิทยาลัยปูนา ประเทศอินเดีย เกษียณอายุราชการ พ.ศ.2558 ดูแลด้านคดีความมั่นคงคลี่คลายคดีชุมนุมทางการเมือง กวาดล้างอาวุธสงครามกำกับดูแลคดีคดีความผิดตาม ม.112ป.อาญา และการปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์และจักรยานยนต์ อาวุโสอันดับ 3
4.พล.ต.อ.วรพงษ์ รอง ผบ.ตร.ด้านบริหาร ตท.14 นรต.รุ่น 30 เกษียณอายุราชการ พ.ศ. 2558 อาวุโสอันดับ 4 กำกับงานบริหาร พัฒนาฐานข้อมูลตำรวจ วางระบบการทำงานของตำรวจในสถานีตำรวจให้เป็นทิศทางเดียวกัน กำกับดูแลงานแก้ปัญหาการสร้างสถานีตำรวจ 396 แห่ง ที่มีการทุจริต
และ 5. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ตท.19 นรต.รุ่น 35 เกษียณอายุราชการ พ.ศ.2562 กับดูแลงานป้องกันปราบปรามการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนายตำรวจทั้ง 5 นายที่ดำรงตำแหน่ง รองผบ.ตร. และ จตช. ซึ่งมีสิทธิได้รับการเสนอชื่อเป็น ผบ.ตร.แล้ว ยังมีพล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษา(สบ10) อีกคน ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็น รอง ผบ.ตร.ย้อนหลัง ตามคำพิพากษาศาลปกครอง แต่ทั้งนี้การแต่งตั้งยังไม่มีผลสมบูรณ์ จนกว่าจะได้รับการโปรดเกล้า ซึ่งหากมีการโปรดเกล้าฯให้ พล.ต.อ.วุฒิ เป็น รอง ผบ.ตร.ก่อนการเลือกเสนอชื่อ ผบ.ตร. ต่อ ก.ต.ช. พล.ต.อ.วุฒิ ก็จะมีสิทธิได้รับการพิจารณาด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในแวดวงตำรวจในช่วงนี้ เหล่าข้าราชการตำรวจต่างจับตามองว่า รองผบ.ตร. หรือจเรตำรวจคนใด จะขึ้นดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.คนต่อไป ซึ่งเป็นผบ.ตร.คนที่ 10 ต่อจากพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.คนที่ 9 ที่จะเกษียณอายุราชการในสิ้นเดือนกันยายนนี้ โดยต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงการแสดงบทบาท การออกคำสั่ง การทำงาน การแถลง -ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชน ของ รองผบ.ตร.แต่ละคน ที่ต่างมีสิทธิขึ้นเป็นผู้นำคนต่อไป ซึ่งบ้างก็วิจารณ์ว่า ผู้บังคับบัญชาระดับสูงกำลังแข่งขันชิงผลงาน ชิงความชอบธรรม และการสร้างผลงานให้สังคมยอมรับ โดยวิพากษ์วิจารณ์กันว่า ตัวเต็งว่าที่ ผบ.ตร. ตอนนี้มีเพียง 2 คน คือ พล.ต.อ.เอก และพล.ต.อ.สมยศ โดยเหล่าข้าราชการตำรวจมองว่า พล.ต.อ.สมยศ มีความได้เปรียบ เพราะเป็นนักเรียนเตรียมทหาร และเป็น นรต. มีความใกล้ชิดสนิทสนมกับ พล.ต.อ.วัชรพล มากกว่า ขณะที่พล.ต.อ.เอก เป็นนักเรียนนายร้อยอบรม แต่หากใช้เกณฑ์อาวุโสคัดเลือก พล.ต.อ.เอก ก็ได้เปรียบเพราะอาวุโสสูงกว่า ส่วนประเด็นเรื่องการทำงานนั้น รอง ผบ.ตร. ทั้งคู่ต่างมีผลงานโดดเด่น ทั้งนี้ในช่วงนี้ทั้งคู่ก็นำการแถลงข่าว นำเสนอผลงานภายใต้การกำกับดูแลของตนเองต่อสังคมอย่างต่อเนื่องไม่แพ้กัน





