วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กต.เผยสถานการณ์ในลิเบียน่าห่วง

ก.ต่างประเทศเผยลิเบียน่าห่วงมากที่สุด สั่งระงับคนไทย-แรงงานไทยเดินทางไป แต่ยังไม่ถึงขั้นต้องอพยพในเวลานี้

นายประสิทธิพร เวทย์ประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศและนายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมการจัดหางาน(กกจ.) กระทรวงแรงงานร่วมกันแถลงข่าวภายหลังประชุมหารือการเตรียมความพร้อมอพยพและช่วยเหลือแรงงานไทยและคนไทยใน 5 ประเทศทั้งลิเบีย อิสราเอล อิรักเคนยาและยูเครนซึ่งมีสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศ

โดยนายประสิทธิพร กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ประเมินสถานการณ์เหตุรุนแรงในต่างประเทศโดยแบ่ง 5 ระดับคือ สีขาวเท่ากับสถานการณ์ปกติ สีเขียวเท่ากับมีเหตุการณ์แต่ไม่รุนแรง สีเหลืองเท่ากับมีความรุนแรงเล็กน้อย พื้นที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างจำกัดและไม่ส่งผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยในประเทศนั้น สีส้มเท่ากับเหตุการณ์รุนแรงมากและพื้นที่ขยาย และสีแดงมีเหตุการณ์รุนแรงมากที่สุดและส่งผลต่อความปลอดภัยผู้อยู่อาศัยควรอพยพโดยจากการประเมินสถานการณ์ทั้ง 5 ประเทศข้างต้นในเวลานี้ ยังไม่มีเหตุรุนแรงจนถึงขั้นกระทบต่อชีวิตคนไทยซึ่งเป็นสถานการณ์ระดับสูงสุดที่ประเมินไว้ให้เป็นระดับสีแดง จึงยังไม่มีการอพยพคนไทยออกจาก 4 ประเทศนี้

"ประเทศที่มีสถานการณ์อยู่ในระดับสีเหลืองมีแนวโน้มว่าต่อไปสถานการณ์จะรุนแรงมากขึ้นและต้องเตรียมพร้อมอพยพแรงงานไทยไว้คือ ลิเบีย ซึ่งขณะนี้สถานทูตไทยในลิเบียได้ขอให้แจ้งเตือนให้คนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางไปลิเบียในทุกกรณี ส่วนแรงงานไทยทั้งรายเก่าและรายใหม่ยืนยันให้ระงับการที่จะเข้าไปทำงานในลิเบียและประเทศที่มีสถานการณ์น่าห่วงรองลงมาเป็นอิสราเอลมีสถานการณ์รุนแรงแต่ยังไม่กระทบต่อความปลอดภัยของคนที่อยู่ในอิสราเอล ส่วนสถานการณ์ในอิรัก เคนยาและยูเครนยังไม่ส่งผลกระทบต่อคนไทย อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศและสถานทูตแต่ละประเทศได้ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด"นายประสิทธิพร กล่าว

ทั้งนี้ ในส่วนของอิสราเอลนั้นสถานทูตไทยในอิสราเอลได้ประกาศให้คนไทยและแรงงานไทยติดตามข่าวสารจากรัฐบาลอิสราเอลและประกาศจากสถานทูตไทยในอิสราเอลอย่างใกล้ชิด หากได้ยินสัญญาณเตือนภัยจะมีจรวดยิงเข้ามาจะมีเวลา 15- 45 วินาทีเข้าหลุมหลบภัย และสถานทูตได้ให้หมายเลขโทรศัพท์เพื่อติดต่อสถานกงสุล สถานทูตไทยและผู้ช่วยทูตฝ่ายแรงงานได้

นายประสิทธิพร กล่าวว่า ส่วนแผนการอพยพคนไทยหากเกิดเหตุรุนแรงนั้นกระทรวงการต่างประเทศมีการเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลาโดยมีการประสานกับหน่วยงานราชการของไทยในแต่ละประเทศ ในส่วนของลิเบียได้เคยอพยพแรงงานไทยในลิเบียมาแล้วในปี 2554 ซึ่งสถานทูตไทยมีรายชื่อคนไทยและแรงงานไทยสามารถติดต่อได้ทั้งตัวบุคคล

หัวหน้าแรงงานไทยแต่ละชุดและให้หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ เครื่องมือสื่อสาร จุดนัดหมายและสถานที่หลบภัย ส่วนเส้นทางอพยพของลิเบียนั้น สามารถใช้เส้นทางบกทางชายแดนตูนิเซีย ทางเรือจากกรุงทิโปลีไปยังตูนิเซีย ส่วนอิสราเอลอพยพทางบกไปเส้นทางจอร์แดน ทางเรือไปทางกรีซหรือไซปรัสและทางอากาศประเทศใกล้เคียงจะอพยพแรงงานไทยไปยังประเทศใกล้เคียงที่มีความปลอดภัยก่อนแล้วค่อยพามาไทย และทางอากาศนั้นทั้งสองประเทศจะต้องโดยเครื่องบินเช่าเหมาลำซึ่งจะต้องของบดำเนินการจากรัฐบาล

ด้านนายสุเมธ กล่าวว่า กกจ.ได้ประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศอย่างใกล้ชิดโดยวางระบบสื่อสารตรงแบบจุดเดียวเพื่อลดขั้นตอนการประสานและดำเนินการร่วมกันได้ และเตรียมพร้อมอพยพแรงงานไทยในทั้ง 4 ประเทศหากเกิดเหตุรุนแรง ซึ่งขณะนี้ในอิสราเอลมีแรงงานไทยทำงานอยู่ประมาณ 27,000 คน ส่วนใหญ่ทำงานด้านการเกษตร ลิเบียมีแรงงานไทย 1,500 คน อิรัก 14 คน เคนยา 40 คนซึ่งไปทำงานในอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและก่อสร้าง รวมทั้งยูเครน 200 คน